
C&G เดินเครื่องโรงไฟฟ้าขยะ 1,600 ตัน เชื่อมไฟเข้าระบบชาติหนุนพลังงานสะอาด
โรงไฟฟ้าขยะกรุงเทพฯ เฟสใหม่เริ่มจ่ายไฟ กฟผ. เชื่อมเข้าสายส่ง 115 กิโลโวลต์ เร่งเดินหน้าเสริมความมั่นคงพลังงานประเทศ รุกเปลี่ยนขยะเป็นไฟฟ้าหนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
KEY
POINTS
- บริษัท ซีแอนด์จีฯ เปิดเดินเครื่องโรงไฟฟ้ากำจัดขยะแห่งที่ 2 ซึ่งสามารถรองรับขยะได้สูงสุด 1,600 ตันต่อวัน
- ความคืบหน้าโครงการ มีการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าเพื่อส่งพลังงานสะอาดเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อย ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ.
- โครงการนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของ กทม. ช่วยลดปริมาณขยะฝังกลบและเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า (First Synchronization) จากโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าแห่งที่ 2 ซึ่งรองรับขยะได้สูงสุด 1,600 ตันต่อวัน เข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติ (National Power Grid) ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผ่านระบบของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) โดยโครงการนี้ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการขยะและลดปริมาณขยะฝังกลบแล้ว ยังเป็นการเปลี่ยนของเสียให้เป็นพลังงานหมุนเวียน (Waste-to-Energy) เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงานและขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนในระยะยาว
นายเหอ หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน รองรับขยะสูงสุด 1,600 ตันต่อวัน เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า First Synchronization พลังงานเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผ่านระบบสายส่งแรงดันไฟฟ้า 115 กิโลโวลต์ และสถานีไฟฟ้าย่อยทวีวัฒนา ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
ทั้งนี้ เพื่อรองรับการส่งพลังงานไฟฟ้าสะอาดเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติ (National Power Grid) อย่างเป็นรูปธรรม
โดยโครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าแห่งที่ 2 ของบริษัทฯ ต่อเนื่องจากโครงการต้นแบบขนาด 500 ตันต่อวัน ซึ่งเปิดดำเนินการมาแล้วกว่า 10 ปี
ขยะเสริมความมั่นคงพลังงาน
โครงการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะมูลฝอย ลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ และสร้างมูลค่าเพิ่มจากของเสียผ่านการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Waste-to-Energy) เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
“การดำเนินการดังกล่าวเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดของประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองและขับเคลื่อนประเทศสู่ความยั่งยืนในระยะยาว”
นายเหอหนิง กล่าวอีกว่า การดำเนินการดังกล่าวเป้นโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานที่ช่วยเชื่อมโยงการจัดการขยะเข้ากับการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ รวมถึงขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครและประเทศไทยสู่อนาคตที่สะอาด มั่นคง และยั่งยืน







