thansettakij
thansettakij
'อนุทิน' นำทีมไทยแลนด์พบ IEA ถกพลังงานโลก-ดันไทยสู่ OECD

'อนุทิน' นำทีมไทยแลนด์พบ IEA ถกพลังงานโลก-ดันไทยสู่ OECD

23 พ.ค. 69 | 04:55 น.
อัปเดตล่าสุด :23 พ.ค. 69 | 04:58 น.

ไทยเร่งเครื่องแผนพลังงานสะอาด หลัง “อนุทิน” นำทีมไทยแลนด์หารือ IEA เพื่อเสริมความมั่นคงพลังงาน กระจายแหล่งนำเข้า และลดผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลก

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้แทนไทย ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

เข้าหารือกับ ดร.ฟาทีห์ บิรอล (Dr. Fatih Birol) ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency : IEA) เพื่อหารือแนวทางเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน การรับมือความผันผวนของตลาดพลังงานโลก และการผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดระหว่างไทยกับ IEA

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พบ ดร.ฟาทีห์ บิรอล ผู้อำนวยการ IEA

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือว่า ผู้อำนวยการ IEA แสดงความชื่นชมแนวทางการดำเนินนโยบายด้านพลังงานของไทย โดยมองว่าเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับบริบทพลังงานโลกที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอน ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

IEA ยังยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนไทยทั้งด้านวิชาการ องค์ความรู้ เทคโนโลยี ความร่วมมือทางเทคนิค ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายภาคธุรกิจพลังงานระดับโลก เพื่อช่วยให้ไทยสามารถลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน และยกระดับขีดความสามารถด้านพลังงานในระยะยาว

สำหรับประเด็นสำคัญที่นายกรัฐมนตรีหยิบยกขึ้นหารือ ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ได้แก่ การรับมือวิกฤตพลังงานโลก การยกระดับความร่วมมือกับ IEA และการผลักดันไทยสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคงทางพลังงาน” ควบคู่กับการดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยเดินหน้าบริหารจัดการต้นทุนพลังงาน พร้อมเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ผ่านการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต

ขณะเดียวกัน ไทยยังเร่งกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน ผ่านการเพิ่มแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) การเพิ่มกำลังการกลั่นภายในประเทศ การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งและกระจายพลังงานทั่วประเทศ รวมถึงการสนับสนุนผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยและพลังงานทางเลือกมากขึ้น

ด้าน ดร.ฟาทีห์ บิรอล ระบุว่า โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานครั้งสำคัญ หลายประเทศจำเป็นต้องเร่งทบทวนนโยบายด้านพลังงานและปรับตัวสู่พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง เพื่อรับมือความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลกในระยะยาว

ดร.ฟาทีห์ บิรอล ผู้อำนวยการ IEA

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังยืนยันความพร้อมของไทยในการยกระดับความร่วมมือกับ IEA ในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาศักยภาพด้านพลังงาน การหารือเชิงนโยบาย การฝึกซ้อมรับมือภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน และแสดงความมุ่งมั่นในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกถาวรของ IEA ในอนาคต

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอรับการสนับสนุนจาก IEA ต่อกระบวนการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย ซึ่งผู้อำนวยการ IEA ยืนยันว่า พร้อมสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่ในกระบวนการดังกล่าว

ในช่วงท้ายของการหารือ นายกรัฐมนตรีได้เชิญผู้อำนวยการ IEA เข้าร่วมงาน GASTech 2026 ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานครในเดือนกันยายน 2569 โดย ดร.ฟาทีห์ บิรอล ตอบรับเข้าร่วมทันที พร้อมเห็นพ้องที่จะใช้เวทีดังกล่าวต่อยอดความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทยกับ IEA ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

โดย GASTech 2026 ถือเป็นงานนิทรรศการและการประชุมระดับโลกด้านอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ไฮโดรเจน และพลังงานทางเลือกที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจากกว่า 150 ประเทศทั่วโลกหลายหมื่นคน สะท้อนบทบาทของไทยที่กำลังขยับขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญด้านพลังงานของภูมิภาคเอเชียในอนาคต