
CEA ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 1.63 ล้านล้าน ดันไอเดียขับเคลื่อน GDP ไทย
เปิดมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย 1.63 ล้านล้านบาท คิดเป็น 8% ของ GDP ด้าน CEA ชู 'Creative Effect' เปลี่ยนไอเดียเป็นเงิน หนุนธุรกิจ-เมือง-อุตสาหกรรม สร้างแต้มต่อเศรษฐกิจไทย
KEY
POINTS
- CEA ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 1.63 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 8% ของ GDP ประเทศ
- มีภารกิจหลักในการเป็นผู้สนับสนุน (Enabler) เพื่อเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นผลผลิตทางเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้ประเทศ
- ดำเนินกลยุทธ์ผ่าน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพคน (People) การขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ (Place) และการยกระดับอุตสาหกรรม (Industry)
ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับชาติ โดยมองว่าผลงานศิลปะหรือความบันเทิงสามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถให้ภาคธุรกิจ สร้างอัตลักษณ์ที่โดดเด่นให้กับเมือง และสร้างแรงกระเพื่อม (Effect) เชิงบวกต่อสังคมไทยในวงกว้าง
ปัจจุบันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) กำลังเป็นหนึ่งในกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก สำหรับประเทศไทย อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 15 สาขา มีมูลค่าสูงถึง 1.63 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี (GDP)
ทั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เป็นเพียงแรงบันดาลใจ หากแต่เป็นทรัพยากรสำคัญที่สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และเปิดโอกาสใหม่ให้กับผู้คน ธุรกิจ และประเทศชาติ
ความคิดสร้างสรรค์คือสินทรัพย์
ดร.ชาคริต กล่าวอีกว่า ความคิดสร้างสรรค์ในยุคนี้ ไม่ใช่แค่สิ่งที่เป็นนามธรรมหรือเป็นเพียงเรื่องของแรงบันดาลใจ แต่คือสินทรัพย์ (Creative Asset) ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล ภารกิจหลักของ CEA คือการทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุน (Enabler) ที่ผลักดันนักคิดและคนทำงานสร้างสรรค์ไทย เพื่อเปลี่ยนไอเดียที่มีอยู่ ให้กลายเป็นผลผลิตทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ แคมเปญ Creative Effect จึงเกิดขึ้นเพื่อตอกย้ำความเชื่อที่ว่า ทุกความคิดสร้างสรรค์ไม่ว่าจะเล็กแค่ไหน
เปลี่ยนเป็นมูลค่าทางธุรกิจ สร้างรายได้เข้าประเทศ
หากได้รับการสนับสนุนและส่งต่ออย่างถูกต้อง จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางธุรกิจ สร้างรายได้เข้าประเทศ และสร้างแรงกระเพื่อมที่ยิ่งใหญ่ในระดับโลกได้
ภายใต้วิสัยทัศน์ดังกล่าว CEA เดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่าน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ People – Place – Industry โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพของบุคลากรสร้างสรรค์ ยกระดับขีดความสามารถของธุรกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ผ่านแนวคิด Creative City Branding โดยให้เมืองประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเมืองให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน การท่องเที่ยว และบุคลากรคุณภาพจากทั่วโลก สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จริงต้องอาศัยการจุดประกายจากคนทำงานสร้างสรรค์ (People) ขยายผลสู่พื้นที่ (Place) และต่อยอดสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Industry)
ไอเดียความคิดที่ดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงหรือสร้างอิมแพ็กต์ที่ยิ่งใหญ่ได้ หากปราศจากระบบนิเวศและแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่ง







