
ปตท.แจงค่าการกลั่นไทยออยล์ กำไรจริงแค่ 90 สตางค์ต่อลิตร ชี้ต้นทุนซ่อนสูง
ปตท.เปิดตัวเลขจริงค่าการกลั่น หักต้นทุนรอบด้านเหลือกำไรจริงแค่ 90 สตางค์ต่อลิตร เผยอัดสภาพคล่อง 2.3 แสนล้าน รับแรงกระแทกราคาน้ำมันโลกพุ่ง
KEY
POINTS
- ปตท. ชี้แจงว่ากำไรจากการกลั่นของไทยออยล์ที่แท้จริงอยู่ที่ 90 สตางค์ต่อลิตร หลังจากหักต้นทุนต่างๆ เช่น ค่าน้ำมันดิบ ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายโรงงาน
- บริษัทมีต้นทุนแฝงสูง รวมถึงผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง (Hedging Loss) และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นกว่า 600 ล้านบาทต่อเดือนจากการสำรองสภาพคล่อง
- ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ความต้องการใช้ในประเทศลดลง ส่งผลให้โรงกลั่นบางแห่งต้องลดกำลังการผลิตและขายน้ำมันดิบที่สั่งซื้อไว้ล่วงหน้าออกไป
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยถึงประเด็นกรณีการวิจารณ์ค่าการกลั่นโดยยกตัวอย่างบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นโรงกลั่นใหญ่สุดในเครือ โดยระบุว่า แม้ตัวเลขทางบัญชีสูงแต่หากหักลบต้นทุนน้ำมันดิบ ค่าพรีเมียม ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายโรงงาน จะเหลือกำไรจริงจากการกลั่นเพียง 90 สตางค์ต่อลิตร ถือเป็นระดับสมเหตุสมผลเมื่อเทียบความเสี่ยงธุรกิจ
นอกจากนี้ ปตท. ยังมีตัวเลขผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง (Hedging Loss) และผลขาดทุนทางบัญชีที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Loss) ในธุรกิจสำรวจและผลิต (PTTEP) เนื่องจากเป็นการตั้งสำรองตามหลักระมัดระวังในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวน
โรงกลั่นปรับลดกำลังผลิต
ปัจจุบันสถานการณ์น้ำมันในประเทศอยู่ภาวะของเหลือเนื่องจากราคาสูงขึ้นทำให้การใช้ลดลง จนน้ำมันในถังสำรองเต็ม และบางโรงกลั่นต้องลดกำลังการผลิตลง
นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่โรงกลั่นต้องทำการ Resell หรือขายน้ำมันดิบที่สั่งซื้อล่วงหน้าออกไปก่อนเข้าถึงไทย เนื่องจากไม่มีที่เก็บ และดีมานด์ในประเทศลดลง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากการขายดังกล่าว แต่เป็นสิ่งที่ต้องบริหารจัดการตามสถานการณ์
อัดสภาพคล่อง 2.3 แสนล้าน รับน้ำมันโลกพุ่ง
ดร.คงกระพัน กล่าวอีกว่า ช่วงราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นรวดเร็ว ปตท.ต้องบริหารสภาพคล่องครั้งใหญ่เพื่อรักษาความมั่นคงพลังงานประเทศ โดยเตรียมสภาพคล่องเพิ่มขึ้นถึง 230,000 ล้านบาท แบ่งเป็น
1.หลักประกันจัดซื้อน้ำมันดิบ (Margin Call) ประมาณ 63,000 ล้านบาท 2.เงินทุนหมุนเวียนจัดหาน้ำมัน และก๊าซเพิ่มขึ้น 137,000 ล้านบาท 3.เงินค้างชำระจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงราว 35,000 ล้านบาท ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นกว่า 600 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 7,000 ล้านบาทต่อปี
“ปตท. ยืนยันว่าได้เปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานภาครัฐ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างโปร่งใสตลอดกระบวนการ”
ตั้ง PTT ICS รับวิกฤติพลังงาน
ทั้งนี้ ปตท.ตั้งศูนย์บริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือ PTT Incident Command System (PTT ICS) ทันทีที่เกิดวิกฤติเพื่อดูแลความมั่นคงพลังงาน โดยใช้เครือข่ายการค้า (Trading) ที่มีออฟฟิศอยู่ทั่วโลกทั้งลอนดอน อาบูดาบี นิวยอร์ก ฮิวสตัน และสิงคโปร์ ในการบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา (มี.ค.-เม.ย.) โรงกลั่นกลุ่ม ปตท. เดินเครื่องเต็มกำลัง 100% ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันภายในประเทศ
“ปตท.กระจายความเสี่ยงโดยการหาแหล่งน้ำมันใหม่จากสหรัฐ และแอฟริกา เดิมพึ่งพาตะวันออกกลางถึง 60% วันนี้เหลือเพียง 30% เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันไทยไม่ขาดแคลน แม้ต้นทุนการบริหารความเสี่ยงจะสูงขึ้น”







