thansettakij
thansettakij
‘เอกนัฏ’ เปิดทาง ICE ปรับตัวสู้ EV ชี้ไทยยังเป็นฐานผลิตรถยนต์โลกได้

‘เอกนัฏ’ เปิดทาง ICE ปรับตัวสู้ EV ชี้ไทยยังเป็นฐานผลิตรถยนต์โลกได้

14 พ.ค. 69 | 02:24 น.
อัปเดตล่าสุด :14 พ.ค. 69 | 02:24 น.

‘เอกนัฏ’ เดินหน้าเปิดทางรถ ICE ปรับตัวสู้ EV ชี้ไทยยังเป็นฐานผลิตรถยนต์โลกได้ เตือนไทยเสี่ยงนำเข้าน้ำมันกว่า 90% เร่งสร้างความมั่นคงพลังงาน

KEY

POINTS

  • กระทรวงพลังงานจะส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อเปิดทางให้อุตสาหกรรมรถยนต์สันดาป (ICE) สามารถปรับตัวแข่งขันกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้
  • นายเอกนัฏชี้ว่าไทยยังมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลกต่อไปได้อีกอย่างน้อย 10 ปี
  • นโยบายส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพยังมุ่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในงาน Future Mobility Thailand 2026 และ TyreXpo Asia Bangkok 2026 ว่า กระทรวงพลังงานจะเร่งส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ แม้มีต้นทุนสูงกว่าน้ำมันฟอสซิล เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ 

รวมถึงเปิดทางให้อุตสาหกรรมรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) เร่งปรับตัวแข่งขันกับรถยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี (EV) 

โดยชี้ว่าไทยยังมีศักยภาพเป็นฐานการผลิตยานยนต์สำคัญของโลกได้อีกอย่างน้อย 10 ปี

ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมยังเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เคยสร้างชื่อให้ไทยเป็น ดีทรอยต์แห่งเอเชีย 

และมีสัดส่วนสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจากฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาดและรถยนต์ไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม ไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากการนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 90% แม้จะมีโรงกลั่นน้ำมัน 6 แห่ง ที่สามารถผลิตน้ำมันสำเร็จรูปได้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ

หากเกิดปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางก็อาจกระทบต้นทุนการนำเข้าน้ำมันทันที