
ไทยออยล์ชี้ลดราคาหน้าโรงกลั่น 2-5 บาทมาตรการชั่วคราว หวั่นกระทบธุรกิจระยะยาว
TOP ชี้ลดราคาหน้าโรงกลั่น 2-5 บาทเป็นมาตรการชั่วคราว หวั่นกระทบธุรกิจระยะยาว พร้อมเปิดต้นทุนพุ่งหลังสงคราม ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบทะยานสูงสุด 25 เท่า
KEY
POINTS
- ไทยออยล์มองว่ามาตรการลดราคาหน้าโรงกลั่นเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว และพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐ แต่ขอให้พิจารณาผลกระทบอย่างรอบคอบ
- ชี้แจงว่าการคำนวณส่วนลดไม่ได้ครอบคลุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด โดยเฉพาะค่าพรีเมียมน้ำมันดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- แสดงความกังวลต่อผลกระทบทางธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะหากรัฐยังคงมาตรการห้ามส่งออกน้ำมัน ซึ่งอาจทำให้ต้องลดกำลังการผลิตลง
นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยถึงกรณีที่ภาครัฐลดราคาหน้าโรงกลั่นลง 2-5 บาทต่อลิตร ในช่วงวันที่ 9 เม.ย.–19 พ.ค. 2569 ซึ่งไทยออยล์เชื่อว่าจะเป็นมาตรการะยะสั้น มาจากค่าการกลั่นย้อนหลัง
ซึ่งทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) คำนวนตัวเลขนี้ออกมา แต่ที่ผ่านมาค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ จากเดิมก่อนสงครามจะอยู่ที่ 1-2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่หลังสงครามกระโดดขึ้นไปอยู่ที่ 3-10 เท่า และสูงสุด 25 เท่า
รวมถึงค่าระวางขนส่งที่เพิ่มขึ้น จากเดิม 1-2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่หลังสงครามขึ้นไป 4-6 เท่า และสูงสุด 9 เท่า ซึ่งทาง สนพ.ไม่ได้นำค่าใช้จ่ายมาคำนวนทั้งหมด จึงเป็นเงินก้อนที่นำมาลดราคาน้ำมันดีเซลลงได้
หากยังมีความจำเป็นที่ภาครัฐต้องการลดค่าการกลั่นอีก ไทยออยล์ก็พร้อมให้ความร่วมมือ แต่เชื่อว่าหากภาครัฐจะลดราคาหน้าโรงกลั่นเพิ่มอีก คงต้องพิจารณาให้ดี ส่วนจะขอค่าการกลั่นที่ลดลงไปก่อนหน้านี้คืนหรือไม่นั้น ยังอยู่ในกระบวนการที่จะต้องพูดกัน
ส่วนกรณีด้านมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันนั้น ทางโรงกลั่นฯ ได้เร่งเจรจากับภาครัฐ เพื่อขอให้โรงกลั่นสามารถส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปโดยเฉพาะดีเซลและเจท เพื่อช่วยลดปัญหาน้ำมันล้นถัง ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศในเอเชีย เช่น จีน เวียดนาม ก็มีการผ่อนปรนส่งออกร้ำมันสำเร็จรูปกันแล้ว
อย่างไรก็ตาม หากรัฐยังกังวลเรื่องความมั่นคงและไม่อนุญาตให้มีการส่งออกน้ำมัน คาดว่าโรงกลั่นไทยออยล์คงต้องปรับลดกำลังการกลั่นลง ส่งผลกระทบต่อวัตถุดิบอะโรเมติกส์ และโซลเว้นท์ที่ต้องลดลงด้วยทำให้กระทบต่อลูกค้าที่รับซื้อต่อไป กระทบต่อรายได้จากข้อจำกัดการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปในช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง







