
เช็ค ‘ค่าไฟ’ งวดใหม่ใช้กี่หน่วยต้องจ่ายเท่าไหร่ อัปเดตล่าสุด
ตรวจสอบ ‘ค่าไฟ’ งวดใหม่ใช้กี่หน่วยต้องจ่ายเท่าไหร่ อัปเดตล่าสุดที่นี่ หลัง ครม. อนุมัติให้เป็นวาระแห่งชาติด้านพลังงาน ด้านกพช.เคาะไม่เกิน 200 หน่วยจ่ายไม่เกิน 3 บาท
KEY
POINTS
- กพช. เห็นชอบปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่แบบขั้นบันได กำหนดให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรกมีอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย
- ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือนจะจ่ายค่าไฟถูกลงหรือเท่าเดิม เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน
- ผู้ที่ใช้ไฟฟ้าสูงเกิน 500 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป มีแนวโน้มต้องจ่ายค่าไฟในอัตราที่สูงขึ้นกว่าโครงสร้างเดิม
ค่าไฟหน่วยละกี่บาท เป็นประเด็นคำถามที่ได้รับความสนใจอย่างมาก หลังเข้าสู่รอบบิลค่าไฟใหม่ (พ.ค.-ส.ค. 69) ซึ่งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศเรียกเก็บที่ 3.95 บาทต่อหน่วย
อย่างไรก็ดี การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุดวันที่ 28 เมษายน 2569 ได้มีมติเห็นชอบการกำหนดวาระแห่งชาติด้านพลังงาน โดยเน้นแนวทางการบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน และการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
หนึ่งในนั้นคือ การปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย ให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ภายในเดือนมิถุนายน 2569 โดยจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 29 เมษายน 2569
กพช.เคาะใช้ไฟไม่ถึง 200 หน่วยจ่ายไม่เกิน 3 บาท
ส่วนการประชุม กพช. เมื่อวันที่ 29 เมทษายน 2569 ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้มีมติเห็นชอบ 2 วาระสำคัญด้านพลังงาน ซึ่งดำเนินการตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ที่เห็นชอบในหลักการวาระแห่งชาติด้านพลังงานได้แก่
การปรับปรุงนโยบายอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความผันผวนของราคาพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น
กพช. จึงได้ทบทวนแนวทางการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าให้มีความยั่งยืนและตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยปรับปรุงค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านที่อยู่อาศัยมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาวิกฤติพลังงานอย่างเร่งด่วน และมุ่งเน้นลดภาระค่าครองชีพของประชาชนโดย กพช. มีมติสำคัญ ดังนี้
เห็นชอบอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) สำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่า 200 หน่วยขึ้นไปเป็นอัตราก้าวหน้าที่สะท้อนและส่งเสริมให้เกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี ได้มอบหมายคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินการปรับปรุงการออกแบบอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) ให้เป็นไปตามนโยบายและกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงาน ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569 ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 และให้ กกพ. กำกับดูแลการชดเชยและอุดหนุนรายได้ระหว่างผู้รับใบอนุญาตให้เป็นธรรมโดยคำนึงถึงสถานะทางการเงินของแต่ละราย
ค่าไฟใหม่หลังปรับโครงสร้าง
ล่าสุดเพจทีมสุดซอย-ทุบทุนเทา เผยพร่ข้อมูลโดยระบุว่า นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ ทีมสุดซอยกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผ่านรายการ LIVE คมชัดลึก ตอนค่าไฟขั้นบันได ใครได้-ใครเสีย ว่า กลยุทธ์ปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดใหม่ มุ่งเน้นลดภาระค่าครองชีพให้กลุ่มผู้ใช้ไฟน้อย รวมถึงอัดฉีดมาตรการส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อป หวังสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และลดการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติราคาแพงจากต่างประเทศ
โดยล่าสุดที่ประชุม กพช. มีมติเห็นชอบในหลักการให้ 200 หน่วยแรก มีอัตราค่าไฟฐานไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และเป็นขั้นบันได
ซึ่งจากหน่วยที่ 201 ขึ้นไปยังอยู่ในระหว่างการออกแบบโครงสร้างราคาใหม่ โดยส่งผลให้ 90% ของครัวเรือนทั้งหมดค่าไฟลดลง ซึ่งหากมีการใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน หรือประมาณ 2,200 บาทต่อเดือน ค่าไฟฟ้าโดยเฉลี่ยจะถูกลงกว่าโครงสร้างเดิม
การเปรียบเทียบตามปริมาณการใช้งาน ตัวเลขและขั้นบันไดซึ่งยังอยู่ในขั้นออกแบบใหม่ แต่โดยประมาณการมีดังนี้
- กลุ่มใช้ไฟน้อย (0 - 200 หน่วย) อัตรา 3 บาท ซึ่งประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 20% หรือคิดเป็นเงินประมาณ 120 - 200 บาทต่อเดือน (อัตราเดิม 3.65 บาท)
- กลุ่มใช้ไฟปานกลาง (201 - 400 หน่วยต่อมา) คาดการณ์อัตราค่าไฟที่ 3.60 บาทต่อหน่วย ซึ่งยังคงถูกกว่าราคาตลาดเดิม (อัตราเดิม 4.00 บาท)
- กลุ่มใช้ไฟสูง (401 - 500 หน่วยต่อมา) คาดการณ์อัตราค่าไฟที่ 4.00 บาทต่อหน่วย ยังถูกลงกว่าอัตราเดิม (อัตราเดิม 4.10 บาท)
- กลุ่มใช้ไฟมาก (501 - 750 หน่วยต่อมา) อัตราค่าไฟจะเริ่มขยับสูงขึ้น คาดการณ์ที่ 4.50 บาท (อัตราเดิม 4.20 บาท)
- กลุ่มใช้ไฟสูงมาก (750 หน่วยขึ้นไป): อัตราค่าไฟจะอาจจะอยู่ที่หน่วยละ 5 บาท (อัตราเดิม 4.35 บาท)
ผู้ที่ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วย จะเสียค่าไฟฟ้าโดยรวมถูกลงหรือเท่าเดิม เมื่อเทียบกับอัตราปัจจุบัน โดยการปรับครั้งนี้ถือเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ซึ่งสาเหตุสำคัญของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากวิกฤตการณ์พลังงานที่โครงสร้างพื้นฐาน LNG ในประเทศกาตาร์ได้รับความเสียหาย ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาซ่อมแซมอย่างน้อย 6 เดือน
ส่งผลให้ไทยต้องนำเข้า LNG แบบ Spot จากแหล่งอื่น เช่น ออสเตรเลีย หรืออเมริกา ซึ่งมีราคาสูงกว่า การปรับค่าไฟจึงเป็นกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อลดปริมาณการนำเข้าก๊าซเหล่านี้







