
แฉคลังน้ำมันอ่างทองหายปริศนา ยอดขายไม่สอดคล้อง เร่งล่าขบวนการ
กระทรวงพลังงานแฉคลังน้ำมันอ่างทองหายปริศนา พบยอดขายไม่สอดคล้องตามรายงาน เดินหน้าเร่งล่าขบวนการ กรมธุรกิจพลังงานเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มดำเนินคดีตามกฏหมาย
KEY
POINTS
- กระทรวงพลังงานสั่งตรวจสอบคลังน้ำมันใน จ.อ่างทอง หลังพบความผิดปกติเรื่องปริมาณน้ำมันและเอกสาร
- พบปริมาณน้ำมันดีเซลในคลังลดลงไม่สอดคล้องกับยอดขาย และบริษัทไม่รายงานข้อมูลการรับ-ส่งน้ำมันตามกฎหมาย
- DSI รับเป็นคดีพิเศษในข้อหาปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับขบวนการ
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการสั่งการให้ชุดสุดซอยกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง หลังพบความผิดปกติไม่รายงานเอกสารรับส่งน้ำมัน และปริมาณน้ำมันดีเซลภายในคลังที่ลดลงไม่สอดคล้องกับยอดขาย
นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อการปฏิรูปพลังงาน กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่พร้อมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าตรวจสอบคลังน้ำมันของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 คลังน้ำมันของ บริษัททริลเลียนออยล์จำกัด
ซึ่งเมื่อวันที่ 22 เมษายน DSI รับ บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด เป็นคดีพิเศษในข้อกล่าวหา ร่วมกันเป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ตามมาตรา 10 กระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง อย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งทำให้ลักษณะหรือคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงแตกต่างไปจาก ที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด โดยการจำหน่ายน้ำมันคุณภาพต่ำ/ปลอมปน (ปริมาณเกิน 200 ลิตรขึ้นไป) มีความผิดตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง โทษจำคุกสูงสุด 5 ปี หรือปรับสูงสุด 5 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ
ล่าสุดจากการลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบว่า บริษัทดังกล่าวไม่ได้รายงานข้อมูลการรับเข้าและส่งออกน้ำมันในช่วงวันที่ 22 – 26 มีนาคม 2569 ซึ่งสันนิษฐานว่าขัดต่อคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 ที่ออกตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ที่กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ต้องรายงานภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน
นอกจากนี้ ยังพบความคลาดเคลื่อนของข้อมูลปริมาณน้ำมัน โดยปริมาณที่รายงานในวันที่ 27 มีนาคม ไม่สอดคล้องกับข้อมูลวันที่ 26 มีนาคม และยังมีปริมาณน้ำมันภายในคลังที่ลดลงโดยไม่สอดคล้องกับยอดขาย
ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 8 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน ซึ่งกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า ตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน สั่งตรวจสอบเครือข่ายลักลอบกักตุนเกร็งกำไร ปลอมปนน้ำมันทั้งหมด ซึ่งสร้างความเสียหายและความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง โดยชุดสุดซอยจะประสานความร่วมมือบังคับใช้กฎหมายร่วมกันทั้งในส่วนของกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า รวบรวมข้อมูลและหลักฐานทั้งหมดส่งให้ DSI ดำเนินคดีทั้งเครือข่ายให้ครบทุกมิติ
นายวุฒิทัต ตันติเเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ทางกรมได้ตรวจดูข้อมูลตัวเลขที่ผู้ค้าน้ำมันรายงานมารายวัน และพบเห็นตัวเลขความผิดปกติของบริษัทฯ แห่งนี้ ซึ่งการรายงานดังกล่าวเป็นหน้าที่ของผู้ค้าน้ำมันที่ต้องรายงานทุกวัน ตามคำสั่งนายกฯ ที่ 3/2569
“ทางกรมฯอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป”







