
ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 เหรียญ วิกฤตฮอร์มุซปะทุกดดันพลังงานไทย
ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 เหรียญ วิกฤตฮอร์มุซปะทุกดดันพลังงานไทย เผยมีสต๊อกน้ำมัน 111 วัน กองทุนน้ำมันติดลบกว่า 6.2 หมื่นล้านบาท
KEY
POINTS
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและภาวะชะงักงันของการขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และดูไบพุ่งสูงเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- รัฐบาลไทยใช้มาตรการตรึงราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ โดยคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนฯ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
- ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองคงเหลือเพียงพอต่อความต้องการใช้งานประมาณ 111 วัน ท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานโลก
กระทรวงพลังงานรายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศ ปริมาณสำรองและปริมาณการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงวันที่ 23 เมษายน 2569 โดยระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดและยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะประกาศขยายเวลาหยุดยิงออกไปอย่างไม่มีกำหนดเพื่อเปิดทางเจรจา แต่กลับไม่มีตัวแทนเข้าร่วมหารือ ที่ปากีสถานจากทั้งสองฝ่าย
ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงเดินหน้ามาตรการปิดล้อมทางทะเลอย่างเข้มงวด มีการสกัดกั้นและเปลี่ยนเส้นทางเรือแล้วถึง 29 ลำ รวมถึงสกัดกั้นและเบี่ยงเส้นทางเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านในน่านน้ำเอเชีย อีกอย่างน้อย 3 ลำ อิหร่านตอบโต้ด้วยการยึดเรือสินค้า 2 ลำ และโจมตีอีกลำในช่องแคบฮอร์มุซ
รวมถึงยืนยันว่าจะไม่เปิดช่องแคบหรือหยุดยิงอย่างสมบูรณ์จนกว่าสหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อม ภาวะชะงักงันของการขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ บวกกับรายงานสต็อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นของสหรัฐฯ ที่ลดลงมากกว่าที่คาด ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดย Brent ปรับเพิ่มขึ้น 3.43 ดอลลาร์ ปิดที่ 101.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล WTI เพิ่มขึ้น 3.29 ดอลลาร์ ปิดที่ 92.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Dubai พุ่งขึ้นถึง 6.13 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 100.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศอ้างอิงข้อมูลวันที่ 23 เมษายน 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 111 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 25 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 39 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 22 วัน
ส่วนการผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ข้อมูลเฉลี่ยตั้งแต่วันที่ 1 - 21 เมษายน 2569 ไทยสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 78.78 ล้านลิตร และจำหน่าย 51.93 ล้านลิตร
สำหรับราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศนั้น คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนฯ 0.40 บาท/ลิตร สำหรับน้ำมันแก๊สโซฮอล 91/95, E20 และดีเซล เพื่อตรึงราคาขายปลีกไม่ให้ปรับขึ้น ลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจยังอยู่ระหว่างฟื้นตัว โดยราคาน้ำมันขายปลีกยังคงเดิม ได้แก่ ดีเซล B7 อยู่ที่ 41.70 บาท แก๊สโซฮอล 95 ที่ 42.45 บาท แก๊สโซฮอล 91 ที่ 42.08 บาท แก๊สโซฮอล E20 ที่ 35.45 บาท และดีเซล B20 ที่ 34.70 บาท ต่อลิตร
ขณะที่เมื่อเทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน โดยราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 42.45 บาท ขณะที่ กัมพูชา ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 47.87 - 87.45 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 41.70 บาทต่อลิตร ขณะที่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 43.30 – 118.29 บาทต่อลิตร
ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงวันที่ 23 เมษายน 2569 ติดลบ 62,158.23 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 132.47 ล้านบาท







