
ลุ้น ‘ลดราคาน้ำมัน’ เย็นนี้ หลังกบง.ลดราคาหน้าโรงกลั่นล่าสุด 5 บาท
ลุ้นลดราคาน้ำมันเย็นนี้ หลังกบง.ลดราคาหน้าโรงกลั่นล่าสุด 5 บาท หลังพบมีเงินส่วนต่างจากโรงกลั่นเกือบ 10,000 ล้านบาท
KEY
POINTS
- กบง. มีมติลดราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันลง 5 บาท โดยจะพยายามให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 เม.ย.
- การลดราคาครั้งนี้เป็นการนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นที่สูงในช่วงเดือนเมษายนมาใช้เป็นส่วนลดให้ประชาชน
- ราคาขายปลีกหน้าปั๊มอาจไม่ได้ลดลง 5 บาทเต็มจำนวน โดยต้องรอพิจารณาราคาตลาดสิงคโปร์ในช่วงเย็นอีกครั้ง
- เงินที่ได้จากการลดราคาหน้าโรงกลั่นจะถูกนำไปใช้เป็นส่วนลดราคาขายปลีก และอีกส่วนหนึ่งเพื่อลดภาระหนี้ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้ลดราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันลง 5 บาท จากเดิมที่ลดลง 2 บาท จนถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 69
โดยจะพยายามประกาศลงราชกิจจานุเบกษาให้ทันภายในวันนี้ (23 เม.ย. 69) เพื่อให้มีผลในวันพรุ่งนี้ (24 เม.ย. 69) เช้า จากนั้นจะมีการประชุมอีกครั้งเพื่อปรับลดลงอีก 3 บาท
สำหรับการลดราคาหน้าโรงกลั่น 5 บาทนั้น เป็นการดูจากตัวเลขในช่วงเดือนเมษายนที่ค่าการกลั่นสูงเฉลี่ยกว่า 14 บาท ซึ่งคณะกรรมการฯ อนุญาตให้โรงกลั่นทั้ง 6 แห่ง ส่งตัวเลขต้นทุนนำที่สูงกว่าปกติ เช่น ค่าประกันหรือค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น มาให้ที่ประชุมพิจารณาลบส่วนต่างที่เป็นผลประโยชน์ส่วนเกินออกหาตัวเลขที่เหมาะสมว่าอยู่ที่เท่าไหร่
ซึ่งจะพิจารณาทั้งดีเซลและเบนซิน โดยจากข้อมูลในช่วงต้นเดือนเมษายนพบว่าช่วง 2 สัปดาห์มีส่วนเกินอยู่ 5,000 ล้านบาท จึงนำตัวเลขดังกล่าวมาเป็นส่วนลดให้กับน้ำมันดีเซล ดังนั้นเมื่อรวมส่วนต่างที่ปรับลดลงทั้ง 2 ครั้ง ทำให้จะได้เงินส่วนต่างจากโรงกลั่นเกือบ 10,000 ล้านบาท เพื่อนำมาเป็นส่วนลดราคาหน้าโรงกลั่น
และส่วนหนึ่งจะนำไปลดราคาขายปีกหน้าปั๊มซึ่งจะลดได้เท่าไหร่ต้องรอดูราคาสิงคโปร์ในช่วงเย็นวันนี้ก่อน เพราะสถานการณ์ขณะนี้สิงคโปร์ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลเกือบ 3 บาท แต่ไทยยังไม่มีการปรับราคาหน้าปั๊มยังคงตรึงราคาไว้ แต่การปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นลง 5 บาท ไม่ได้หมายความว่าราคาหน้าปั๊มจะลดลง 5 บาท
"จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลต้นทุนในการกลั่นน้ำมันดิบจนเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันในช่วงวันที่ 1–16 เมษายน 2569 พบว่า เมื่อพิจารณาตามหลักการที่คำนึงถึงต้นทุนส่วนเพิ่มจากสถานการณ์ผิดปกติช่วงวิกฤตพลังงาน อาทิ Crude Premium, Product Premium, War Risk Premium, ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย ยังปรากฏผลประโยชน์ส่วนเกินของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันอยู่ที่ 3.43 บาทต่อลิตร จึงเห็นควรนำผลประโยชน์ส่วนเกินดังกล่าวมาใช้เป็นส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสม"
นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่า จากนี้การพิจารณาปรับขึ้นหรือลงราคาน้ำมันจะไม่ให้กระชากจนเกินไป แต่จะเป็นในลักษณะทยอยขึ้นหรือทยอยลง และจะไม่ปรับขึ้นปรับลงเหมือนตลาดนัด จะทำอะไรต้องทำให้เป็นเรื่องเป็นราว
อย่างไรก็ดี ส่วนหนึ่งจะนำไปลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ เพราะขณะนี้กองทุนน้ำมันฯติดลบอยู่เกือบ 60,000 ล้านบาท หากไม่รีบใช้หนี้ในอนาคตผู้ใช้น้ำมันก็จะใช้น้ำมันในราคาที่แพงขึ้นอย่างผิดปกติ หากสามารถทยอยใช้หนี้จนไม่ต้องกู้มาเพิ่มด้วยการใช้กระทรวงการคลังมาค้ำก็จะเป็นเรื่องที่ดีต่อฐานะของกองทุนน้ำมันฯ
ดังนั้น จึงบริหารเงินกู้ในกรอบที่มีอยู่ ซึ่งหากมีการกู้จริงก็จะเป็นการกู้ในกรอบของกองทุนน้ำมันไม่เกิน 20,000 ล้านบาท ไม่ต้องขยายกรอบจนถึง 150,000 ล้านบาท ซึ่งออกเป็นพ.ร.ก. กู้เงิน ที่จะกระทบต่อสถานของประเทศ หรือจะกล่าวก็คือเจรจาให้ผู้ค้าหยุดหนี้ของกองทุนน้ำมัยฯออกไปและพยายามบริหารให้ไม่ต้องไปกู้เงินไปคืน จึงต้องพยายามทำให้กองทุนขาดทุนต่อวันให้เหลือประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อให้มีเงินไปคืนเจ้าหนี้ได้ ซึ่งสถานการณ์ในเวลานี้ยังอยู่ได้
“การลดราคาหน้าโรงกลั่นเปรียบเสมือนให้โรงกลั่นมาช่วยใช้หนี้ตรงนี้ สามารถคิดแบบนี้ได้ เพราะมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาท การบริหารสถานการณ์ขณะนี้ต้องทำอย่างรอบคอบเพื่อรับมือหากมีระเบิดลูกที่สอง แต่หากไม่มีอะไรเกิดขึ้นราคาหน้าปั๊มก็จะทยอยลดลง”







