
‘ลดราคาน้ำมันมากกว่า 2 บาท’ วันไหน เพราะอะไร อัปเดตราคาล่าสุด
ตรวจสอบการ ‘ลดราคาน้ำมันมากกว่า 2 บาท’ จะเกิดขึ้นวันไหน เพราะอะไร อัปเดตราคาล่าสุด ฐานเศรษฐกิจรวบรวมข้อมูลไว้ให้ทั้งหมดแล้วที่นี่
KEY
POINTS
- กระทรวงพลังงานเตรียมปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นอีกครั้ง เนื่องจากค่าการกลั่นพุ่งสูงขึ้นผิดปกติในเดือนเมษายน
- คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จะประชุมเพื่อพิจารณาปรับลดราคาในวันที่ 23 เมษายน 2569 โดยตั้งเป้าให้มีผลบังคับใช้ในวันเดียวกัน
- คาดการณ์ว่าจะสามารถปรับลดค่าการกลั่นลงได้มากกว่า 2 บาทต่อลิตร ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกที่ปั๊มปรับลดลงในวันที่ 24 เมษายน 2569
ลดราคาน้ำมันมากกว่า 2 บาทกำลังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ โดยเฉพาะดีเซลเคยพุ่งไปสูงกว่า 50 บาทต่อลิตรก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ดี ล่าสุดนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประกาศจะปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นอีกครั้ง จึงเป็นที่มาของการจะปรับลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มอีกครั้ง
จากการตรวจสอบของ “ฐานเศรษฐกิจ” เพื่อไขคำตอบเกี่ยวกับการลดราคาน้ำมันมากกว่า 2 บาทต่อลิตรพบว่า
ประชุม กบง. ลดราคาหน้าโรงกลั่น
นายเอกนัฏ เตรียมที่จะนัดประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ครั้งที่ 2 วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 9.00 น. เพื่อปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นมากกว่า 2 บาท
โดยตั้งใจว่าครั้งนี้เมื่อประชุมแล้ว จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลในวันเดียวกันเลย ซึ่งจะส่งผลให้มีการปรับลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มในวันศุกร์ที่ 24 เมษายนทันที ขณะที่อีกส่วนหนึ่งจะนำเงินไปชดเชยการขาดทุนของกองทุนน้ำมัน
“วันนี้ไม่ใช่เรื่องของเอกชนยอมหรือไม่ยอม แต่เป็นการประเมินจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพราะตลาดโลกอยู่ในภาวะไม่ปกติ ราคาหน้าโรงกลั่นที่ผูกไว้กับประเทศสิงคโปร์ ราคาหน้าโรงกลั่นแพงขึ้นมาก กว่าต้นทุนที่แพงขึ้น หรือสูงผิดปกติ ที่ผ่านมาได้ให้เอกชนมาชี้แจงต้นทุนที่แท้จริง เพื่อให้รู้ค่าการกลั่นจริงว่ามีราคาเท่าไหร่ และจะกำหนดอัตราที่เขาไม่ขาดทุน จะกำไรเกินเหตุในช่วงวิกฤตก็คงไม่เหมาะสม จึงต้องหาอัตราที่เหมาะสมกับทุกคน”
ค่ากลั่นสูงผิดปกติ
ก่อนหน้านี้นายเอกนัฏเคยระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการประมวลผลข้อมูลต้นทุนที่แท้จริงเพื่อกำหนดค่าการกลั่นรอบใหม่ เนื่องจากพบว่าในช่วงวันที่ 1-15 เมษายนที่ผ่านมา ค่าการกลั่นพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ยถึง 15 บาทต่อลิตร ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคมที่มีค่าเฉลี่ยเพียง 7 บาทกว่า ถือเป็นระดับที่ผิดปกติมาก
โดยจะนัดประชุมกบง. เพื่อหารือพิจารณาต้นทุนใหม่อีกครั้ง ภายในวันที่ 21 เม.ย. นี้ (มีผล 23 เม.ย.) ซึ่งจะพิจารณาหักลบต้นทุนส่วนเพิ่มต่างๆ เช่น ค่าความเสี่ยงสงคราม (War Premium) ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย ตามความเป็นจริง เพื่อกำหนดค่าการกลั่นใหม่โดยใช้ฐานข้อมูลของวันที่ 1-15 เมษายน คาดการณ์ว่าจะสามารถปรับลดค่าการกลั่นลงมาได้มากกว่า 2 บาทต่อลิตร
สำหรับเหตุผลที่เลื่อนประชุม กบง. เป็นวันที่ 23 เม.ย. 69 ดังกล่าวนั้น เนื่องจากยังโรงกลั่นส่งข้อมูลให้ไม่ครบ
“หากถามว่าอนาคตมีแนวโน้มลดค่าการกลั่นมากกว่า 2 บาทหรือไม่ มองว่ามีแนวโน้มลดมากกว่า 2 บาท เพราะของเดิมตัวเลข 2 บาทมาจากตัวเลขเดือนมีนาคม และตอนนี้อยู่ในช่วงไม่ปกติ มีกฎหมายห้ามส่งออก น้ำมันที่ถูกกลั่นก็จะถูกใช้ในประเทศ คณะกรรมการจึงต้องควบคุมราคาในประเทศให้เกิดความเป็นธรรม ขณะที่เดือนเมษายนราคาขึ้นไป 15 บาท แนวโน้มก็ต้องปรับลดลงกว่านี้”
อย่างไรก็ดี หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 69 นายเอกนัฏในฐานะ รมว.พลังงาน ละประธาน กบง. มีการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซล B7 และ B20 ลง 2 บาทต่อลิตร
ซึ่งถือเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยใช้สูตรอ้างอิงราคาตลาดกลางสิงคโปร์รูปแบบใหม่ ส่งผลให้ราคาขายปลีกที่สถานีบริการน้ำมันปรับลดลง 2.14 บาทต่อลิตรในัวนที่ 9 เม.ย. 69
ราคาน้ำมันล่าสุด
สำหรับราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นวันนี้ เป็นดังนี้
กลุ่มน้ำมันเบนซิน
- เบนซิน ลิตรละ 52.04 บาท
- ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 51.54 บาท (โออาร์)
- แก๊สโซฮอล์ 98+ ลิตรละ 56.04 บาท (บางจาก)
- แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 42.45 บาท
- แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 42.08 บาท
- แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 35.45 บาท
- แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 31.39 บาท
กลุ่มน้ำมันดีเซล
- ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 63.60 บาท (โออาร์)
- ดีเซล ลิตรละ 41.70 บาท (โออาร์)
- ดีเซล B20 ลิตรละ 34.70 บาท (โออาร์)
- ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 64.10 บาท (บางจาก)
- ไฮดีเซล S ลิตรละ 41.70 บาท (บางจาก)
- ดีเซล B20 ลิตรละ 34.70 บาท (บางจาก)







