
ดีเซลพุ่ง 50 บาทฉุด GDP ไทยเหลือ 1% ผวาแตะ 60 บาทเสี่ยงเศรษฐกิจติดลบ
ราคาดีเซลทะยานทะลุ 50 บาทต่อลิตร จุดชนวนต้นทุนพลังงานลามทั้งระบบเศรษฐกิจไทย นักวิชาการเตือนแรงส่ง GDP แผ่วทุกไตรมาส เสี่ยง “ชะงักงัน” หากราคาพุ่งแตะ 60 บาท
KEY
POINTS
- นักวิชาการประเมินว่าหากราคาน้ำมันดีเซลคงอยู่ที่ 50 บาทต่อลิตร จะส่งผลให้ GDP ของไทยในปี 2569 เติบโตได้เพียง 1.0%
- หากราคาดีเซลพุ่งสูงถึง 60 บาทต่อลิตร คาดการณ์ว่า GDP จะเติบโตเหลือเพียง 0.5% และมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะติดลบ
- การปรับขึ้นของราคาดีเซลอย่างรวดเร็วเป็นผลมาจากภาวะ "ช็อกพลังงาน" ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต การขนส่ง และค่าครองชีพของประชาชน
ราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นไตรมาส 2 ปี 2569 กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กดดันเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ ล่าสุดนักวิชาการประเมินชัด หากราคายืนเหนือ 50 บาทต่อลิตร เศรษฐกิจไทยปีนี้อาจโตต่ำกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ
รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เปิดเผยผ่าน “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากภาวะ “ช็อกพลังงาน” หลังราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปลายไตรมาส 1 ต่อเนื่องถึงต้นไตรมาส 2
โดยราคาดีเซลขยับจาก 29.94 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 มาอยู่ที่ 50.54 บาทต่อลิตร ณ วันที่ 5 เมษายน 2569 หรือเพิ่มขึ้นถึง 68% ในเวลาไม่ถึง 1 เดือน สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่รุนแรง และกำลังส่งผ่านไปยังภาคการผลิต การขนส่ง และค่าครองชีพของประชาชน
ดร.อัทธ์ ระบุว่า จากการประเมินโดยใช้ค่าความยืดหยุ่นของ GDP ต่อราคาน้ำมันดีเซลที่ 0.05 จุดเปอร์เซ็นต์ต่อการเพิ่มขึ้น 1 บาทต่อลิตร พบว่า ภายใต้ฉากทัศน์ราคาดีเซลระดับ 50 บาทต่อลิตร เศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในทุกไตรมาส
โดยไตรมาส 1 เศรษฐกิจขยายตัวเพียง 1.5% จากเดิมที่คาดขยายตัว 2.6% (ไม่มีสงคราม) สะท้อนภาวะเศรษฐกิจ “เริ่มแผ่ว” ขณะที่ไตรมาส 2(ที่มีสงคราม เริ่มตั้งแต่ 28 ก.พ. 2569 เป็นต้นมา) จะชะลอลงเหลือ 1.4% ไตรมาส 3 เหลือเพียง 0.1% และไตรมาส 4 อยู่ที่ 1.0% ส่งผลให้ทั้งปี 2569 GDP ไทยจะขยายตัวเพียง 1.0%
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์เลวร้ายขึ้นและราคาดีเซลพุ่งไปแตะ 60 บาทต่อลิตร เศรษฐกิจไทยจะยิ่งเผชิญแรงกดดันหนัก โดย GDP ไตรมาส 2 จะอยู่ที่ 1.0% ไตรมาส 3 อาจติดลบที่ -0.1% และไตรมาส 4 เหลือเพียง 0.3% ทำให้ทั้งปีขยายตัวได้เพียง 0.5% เท่านั้น
“หากราคาดีเซลสูงกว่า 60 บาทต่อลิตร มีโอกาสที่ GDP ไทยจะเข้าสู่ภาวะติดลบทันที” ดร.อัทธ์ กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับประมาณการเดิมของสภาพัฒน์ที่คาด GDP ปี 2569 จะเติบโตประมาณ 2.0% จะเห็นว่าภายใต้ฉากทัศน์ราคาพลังงานที่พุ่งสูง เศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวต่ำกว่าคาดถึงครึ่งหนึ่ง สะท้อนความเปราะบางของโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาพลังงานฟอสซิล โดยเฉพาะดีเซลซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 55-60% ของการใช้น้ำมันทั้งหมดในประเทศ
สำหรับแนวโน้มราคาดีเซลในระยะข้างหน้า ดร.อัทธ์ มองว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ราคาจะทะลุ 60 บาทต่อลิตร โดยขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกยังคงถูกปิด ความรุนแรงของสงครามในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ และนโยบายภาครัฐที่ไม่เข้าแทรกแซงราคาพลังงาน
“เดือนเมษายนมีโอกาสเห็นราคาดีเซลแตะ 60 บาทได้ หากปัจจัยเสี่ยงยังไม่คลี่คลาย” ดร.อัทธ์ กล่าว
ในด้านการรับมือ ดร.อัทธ์ เสนอว่า ภาครัฐควรเร่งออกมาตรการช่วยเหลือเฉพาะจุด โดยเฉพาะกลุ่มขนส่งและ SMEs ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนพลังงาน ขณะเดียวกันควรเร่งปรับโครงสร้างพลังงาน ลดการพึ่งพาดีเซลในระยะยาว
ส่วนภาคเอกชนจำเป็นต้องเร่งปรับตัว เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวด ขณะที่ภาคครัวเรือนควรวางแผนการใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางแรงกดดันค่าครองชีพที่มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ท่ามกลางความไม่แน่นอนของราคาพลังงาน เศรษฐกิจไทยในปี 2569 จึงยังคงอยู่บนเส้นทางที่เปราะบาง และมีความเสี่ยงสูงที่จะชะลอตัวมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า







