
ราชกิจจาฯประกาศคำสั่งนายก ห้ามส่งออกน้ำมัน รับวิกฤตตะวันออกกลางเสี่ยงขาดแคลน
ราชกิจจนุเบกษาประกาศคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ห้ามส่งออกน้ำมันชั่วคราว รับมือวิกฤตตะวันออกกลางเสี่ยงขาดแคลน
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันภาวะขาดแคลนจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- คำสั่งห้ามส่งออกครอบคลุมน้ำมันสำเร็จรูปหลายชนิด เช่น เบนซิน ดีเซล น้ำมันเครื่องบิน และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG)
- มีข้อยกเว้นให้สามารถส่งออกไปยัง สปป.ลาว และเมียนมา รวมถึงน้ำมันที่นำเข้ามาเพื่อส่งออกต่อ หรือน้ำมันที่ไม่ได้มาตรฐานในประเทศ
- นอกจากห้ามส่งออกแล้ว ยังกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันต้องสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตในประเทศในอัตราที่กำหนดเพิ่มขึ้น
ราชกิจการนุเบกษา ประกาศคำสั่งคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง มีข้อความระบุว่า
โดยที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล และอิหร่านได้ทวีความตึงเครียด และนำไปสู่การตอบโต้อย่างรุนแรงโดยการโจมตีทางอากาศต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญหลายแห่งในตะวันออกกลาง ตลอดจนการยกระดับการจำกัดเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุช ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่ออุปทานด้านน้ำมันเชื่อเพลิงของประเทศไทศไทย
อีกทั้งไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะยุติเมื่อใดเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลน้ำมันเชื้อเพลิง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนนำมันเชื่อเพลิง พ.ศ. 2516 นายกรัฐมนตรี จึงออกคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 2 ให้ผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงระงับการส่งออกไปนอก
ราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงดังต่อไปนี้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
(1) น้ำมันสำเร็จรูป ได้แก่
(ก) น้ำมันเบนซิน
(ข) น้ำมันแก๊สโซฮอล์/น้ำมันเบนซินพื้นฐาน
(ค) น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
(ง) น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินชนิด เจท เอ ๑
(2) ก๊าซปิโตรเลียมเหลว
ข้อ 3 คำสั่งนี้ไม่ให้ใช้บังคับแก่การส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ 2 ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) การส่งออกไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
(2) น้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อส่งออกที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
(3) น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีลักษณะและคุณภาพไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานว่าด้วยการกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งไม่สามารถจำหน่ายในราชอาณาจักรได้
ข้อ 4 ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2563 สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ 2 (1) ที่ผลิตในราชอาณาจักร ในอัตรา 1.5% ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569 และในอัตรา 3% ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
การคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง การขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงและเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ การมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทนและการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเชื้อเพลิง
ข้อ 5 ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 แสดงหลักฐานเป็นหนังสืออันฟังได้ว่ามีพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7
ไม่อาจสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามอัตราที่กำหนดในข้อ 4 ได้ หรือการสำรองนั้นจะทำให้ผู้ค้าน้ำมัน ต้องได้รับความเสียหายเกินสมควร ให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีอำนาจออกคำสั่งผ่อนผันเป็นการชั่วคราวมีให้ผู้ค้าน้ำมันต้องสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงหรือให้ลดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรองได้ตามระยะเวลาที่เห็นสมควร ในการนี้ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน
โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะกำหนดเงื่อนไขในการผ่อนผันไว้ด้วยก็ได้
สั่ง ณ วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569
อนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรี

