thansettakij
thansettakij
กองทุนน้ำมันฯถกด่วนพรุ่งนี้ รับมือ ‘ราคาน้ำมันตลาดโลก’ พุ่ง

กองทุนน้ำมันฯถกด่วนพรุ่งนี้ รับมือ ‘ราคาน้ำมันตลาดโลก’ พุ่ง

03 มี.ค. 2569 | 11:47 น.
อัปเดตล่าสุด :03 มี.ค. 2569 | 11:47 น.

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเตรียมถกด่วนพรุ่งนี้ หาแนวทางรับมือ ‘ราคาน้ำมันตลาดโลก’ พุ่ง เพื่อไม่ให้กระทบประชาชนในประเทศ

KEY

POINTS

  • กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนัดประชุมด่วนในวันที่ 4 มีนาคม เพื่อรับมือสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
  • เตรียมพิจารณาใช้เงินกองทุนฯ เข้าอุดหนุนราคาน้ำมันทุกชนิด โดยเฉพาะดีเซล เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคโลจิสติกส์
  • จะใช้กลไกกองทุนฯ เข้าดูแลราคาขายปลีกดีเซลทันที หากราคาในตลาดโลกปรับตัวสูงเกิน 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานระบุว่า วันที่ 4 มีนาคม 2569 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะมีการประชุมหารือถึงสถานการณ์ราคาน้ำมัน รวมถึงแนวทางการบริหารโครงสร้างราคาน้ำมันแต่ละชนิด เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนผู้ใช้น้ำมัน 

หลังจากสถานการณ์ความตึงเครียดอย่างรุนแรงในตะวันออกกลาง โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีการพิจารณาใช้เงินกองทุนฯเข้าอุดหนุนน้ำมันทุกชนิด โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่มีผู้ใช้มากที่สุดและถือเป็นน้ำมันเศรษฐกิจ เพราะส่งผลต่อการเดินทาง และระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

สำหรับราคาน้ำมันวันที่ 3 มีนาคม ในส่วนของน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ระดับ 81 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ดีเซลตลาดโลกอยู่ที่ 115 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ยังอยู่ในกรอบไม่เกิน 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ถือเป็นระดับที่กองทุนฯยังบริหารจัดการได้ 

กองทุนน้ำมันฯถกด่วนพรุ่งนี้ รับมือ ‘ราคาน้ำมันตลาดโลก’ พุ่ง

แต่หากวันที่ 4 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลทะลุ 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จะใช้เครื่องมือกองทุนน้ำมันเข้าดูแลในระดับเหมาะสม เพื่อตรึงราคาขายปลีกดีเซลให้มากที่สุด หลังจากเมื่อวันที่ 2 มีนาคมได้ใช้กองทุนน้ำมันเข้าอุดหนุนในส่วนของน้ำมันกลุ่มเบนซินแล้วระดับ 50 สตางค์ต่อลิตร

อย่างไรก็ตามกรณีผู้ค้าต่างชาติบางราย แจ้งปรับราคาสูงสุด 4.20 บาท มีผลช่วงเช้าวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ถือเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ เพราะเป็นการขึ้นราคาตามต้นทุนตลาดโลกทั้งหมด แต่สต็อกน้ำมันที่ขายเป็นสต็อกเก่าที่ราคายังปกติ 

ซึ่งการขายสต็อกเก่าเป็นข้อมูลที่เชลล์ใช้แจ้งราคาภาครัฐกรณีขอความร่วมมือให้ลดราคา ผู้ค้าแจ้งว่าขอขายสต็อกเก่าที่ต้นทุนสูงก่อนประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งภาครัฐก็ให้เวลาเคลียร์สต็อกเก่า ไม่ให้ลดราคาทันที แต่กรณีขึ้นราคากลับใช้สต็อกเก่าขายในราคาแพงกว่าต้นทุนจริง จึงถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ต้องการให้ผู้บริโภคตรวจสอบราคาก่อนเข้าใช้บริการ