
รมว.พลังงานสั่งด่วน ตรึงดีเซล 7-10 วัน ใช้กองทุนน้ำมันพยุงราคา
“รมว.พลังงาน”มั่นใจไทยไม่ขาดน้ำมัน-ไฟฟ้า ย้ำไม่ต้องแตกตื่น ไม่ต้องกักตุน สั่งแผนสำรองหลายชั้นรับมือศึกตะวันออกกลาง ตรึงดีเซล 7-10 วัน ใช้กองทุนน้ำมันพยุงราคา
KEY
POINTS
- กระทรวงพลังงานสั่งตรึงราคาน้ำมันดีเซล เป็นเวลา 7-10 วัน เพื่อรอดูทิศทางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- จะใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นบวกกว่า 2,000 ล้านบาท เข้าไปอุดหนุนเพื่อพยุงราคา
- สำหรับน้ำมันเบนซินอาจปรับขึ้นตามกลไกตลาดโลก แต่รัฐบาลจะช่วยดูแลบางส่วนเพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกมาย้ำความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ท่ามกลางความกังวลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยระบุว่า ไทยมีแผนรองรับหลายระดับ ทั้งด้านปริมาณสำรอง การกระจายแหล่งนำเข้า และเครื่องมือด้านราคา เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลน หรือราคาพุ่งกระชากกระทบประชาชน
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ในรายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” ชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวว่าไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้เพียง 60 วัน ว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคำนวณในกรณีเลวร้ายที่สุด คือ หยุดนำเข้าน้ำมันทุกช่องทาง 100% ซึ่งในความเป็นจริงยังมีการนำเข้าน้ำมันเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ตัดขาดทั้งหมด
โครงสร้างนำเข้าน้ำมันยังบริหารจัดการได้
ปัจจุบันไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางมากกว่า 50% โดยในจำนวนนี้ประมาณ 2 ใน 3 ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อีก 1 ใน 3 ไม่ผ่านเส้นทางดังกล่าว และยังสามารถเจรจาปรับเปลี่ยนท่าโหลดน้ำมันได้
ส่วนน้ำมันอีกกว่า 40% ไทยนำเข้าจากภูมิภาคอื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ภาพรวมยังสามารถกระจายความเสี่ยงได้ระดับหนึ่ง
รัฐบาลยังอยู่ระหว่างการเจรจาจัดหาน้ำมันจากแหล่งใหม่เพิ่มเติม ทั้งจากสหรัฐอเมริกา แอฟริกาตะวันตก และมาเลเซีย แม้บางแหล่งอาจต้องใช้เวลาขนส่งมากกว่า 1 เดือน แต่จะช่วยยืดระยะเวลาความมั่นคงด้านพลังงานให้เกินกรอบ 60 วันอย่างแน่นอน
สำรอง LNG-เพิ่มก๊าซอ่าวไทย- ซื้อไฟฟ้าลาว
ในส่วนก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งใช้ผลิตไฟฟ้าประมาณ 20% ของประเทศ มีสัดส่วนนำเข้าจากกาตาร์ราว 10–20% หากเกิดข้อจำกัด ไทยสามารถกระจายความเสี่ยงโดยจัดหาจากแหล่งอื่น รวมถึงเพิ่มการผลิตก๊าซในอ่าวไทย
แผนสำรองที่เตรียมไว้ประกอบด้วย
-เพิ่มกำลังผลิตก๊าซในอ่าวไทย
-เร่งเจรจาพื้นที่พัฒนาร่วมไทย–มาเลเซีย (JDA)
-ซื้อไฟฟ้าพลังน้ำเพิ่มเติมจาก สปป.ลาว
-เพิ่มสัดส่วนผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินและชีวมวล
รมว.พลังงานย้ำว่า ทั้งน้ำมันและไฟฟ้ายังสามารถบริหารจัดการได้ ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก หรือเร่งกักตุน เพราะจะยิ่งสร้างแรงกดดันต่อระบบ
กองทุนน้ำมันบวก-ตรึงดีเซล7-10วัน
ด้านมาตรการดูแลราคา รมว.พลังงาน ระบุว่า ราคาพลังงานต้องเคลื่อนไหวตามตลาดโลก แต่รัฐบาลมีเครื่องมือสำคัญคือ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นบวกกว่า 2,000 ล้านบาท หลังจากเคยติดลบสูงสุดกว่า 120,000 ล้านบาทในช่วงวิกฤตราคาพลังงานก่อนหน้า
ในระยะสั้น รัฐบาลมีนโยบายใช้เงินกองทุนเข้าไปอุดหนุนเพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซล ประมาณ 7–10 วัน เพื่อรอดูทิศทางสถานการณ์สงคราม ก่อนกำหนดแนวทางบริหารจัดการระยะถัดไป
ส่วนน้ำมันเบนซิน อาจปรับขึ้นตามกลไกตลาดโลกบ้าง แต่รัฐจะเข้าไปช่วยดูแลบางส่วน เพื่อไม่ให้ราคาปรับขึ้นรวดเร็วหรือรุนแรงจนกระทบค่าครองชีพ
ประเมิน 1-1.5 เดือนแรกราคายังสูง
รมว.พลังงาน ยอมรับว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาพลังงานอาจอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องอย่างน้อย 1 เดือนถึง 1 เดือนครึ่ง อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งคลี่คลาย ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับลดลงได้รวดเร็ว เพราะกำลังการผลิตน้ำมันของโลกยังมีศักยภาพรองรับ
พร้อมเปรียบเทียบกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ว่า ช่วงแรกมักเกิดความตื่นตระหนก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ระบบซัพพลายเชนและแหล่งผลิตใหม่ จะปรับตัวเข้าสู่สมดุล แม้อาจต้องใช้ระยะเวลา
“ไม่ต้องแตกตื่น ไม่ต้องรีบเติมน้ำมันกักตุน เรามีแผนรองรับหลายชั้น” นายอรรถพล ย้ำ พร้อมระบุว่า กระทรวงจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานและลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด






