thansettakij
thansettakij
ปตท. หวังรัฐบาลใหม่เร่งออกกฏหมายหนุน ‘CCS’ ดันไทยสู่  Net Zero 2050

ปตท. หวังรัฐบาลใหม่เร่งออกกฏหมายหนุน ‘CCS’ ดันไทยสู่ Net Zero 2050

28 ก.พ. 2569 | 01:39 น.

ปตท. หวังรัฐบาลใหม่เร่งออกกฏหมาย มาตรการส่งเสริมหนุน ‘CCS’ ดันไทยสู่ Net Zero ปี 2050 เชื่อร่วมงานกับรัฐได้เพื่อดูแลพลังงานประเทศไทย

KEY

POINTS

  • ปตท. เรียกร้องให้รัฐบาลใหม่เร่งออกกฎหมายและมาตรการส่งเสริมเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS)
  • ปตท. ชี้ว่าเทคโนโลยี CCS เป็นกลไกสำคัญที่จะผลักดันให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050
  • ซีอีโอ ปตท. แสดงความเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ได้อย่างราบรื่น เพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานและความมั่นคงของประเทศ

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยถึงประเด็นเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเชื่อว่า จะสามารถทำงานร่วมกับภาครัฐได้ เพื่อให้ ปตท. ดูแลพลังงานประเทศได้อย่างมั่นคงต่อไป 

และต้องการให้ภาครัฐมุ่งส่งเสริมและบูรณาการด้านการลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 โดยส่งเสริมด้านสัญญา การออกกฎหมาย

และมาตรการส่งเสริมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) เนื่องจาก CCS จะทำให้ไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero  ประเทศได้ต่อไป

ส่วนกรณีที่กระทรวงพลังงานมีแนวทางจะบรรจุเชื้อเพลิงแอมโมเนียสัดส่วน 5% ในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ ( PDP) ฉบับ 2026  โดยไปยกเลิกเชื้อเพลิงไฮโดรเจน 5% ออกจากแผน  PDP 2026 นั้น ปัจจุบัน ปตท. นำเข้าแอมโมเนียอยู่แล้ว เพื่อใช้ในธุรกิจปิโตรเคมี 

 

ดังนั้น หากภาครัฐจะเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากไฮโดรเจนเป็นแอมโมเนียในแผน PDP ใหม่ เพื่อผสมเป็นเชื้อเพลิงใช้ในโรงไฟฟ้า ทาง ปตท. จะต้องหารือกับกระทรวงพลังงานว่าจะนำเข้าเพิ่มหรือไม่อย่างไรต่อไป

ทั้งนี้ เห็นว่าปัจจุบันเชื้อเพลิงไฮโดรเจนยังมีราคาแพงกว่าแอมโมเนียมาก และโรงไฟฟ้าสามารถปรับเปลี่ยนนำเชื้อเพลิงแอมโมเนียมาผสมเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าได้ ซึ่งน่าจะคุ้มทุนกว่าการใช้ไฮโดรเจน ส่วนในอนาคตยังมองว่าเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจะเกิดขึ้นก่อนเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR)