thansettakij
ข่าวดี! ราคาน้ำมันดีเซลไม่ปรับขึ้น หลัง กบน. ลดเงินนำส่งกองทุนฯ 0.50 บาทช่วย

ข่าวดี! ราคาน้ำมันดีเซลไม่ปรับขึ้น หลัง กบน. ลดเงินนำส่งกองทุนฯ 0.50 บาทช่วย

30 ม.ค. 2569 | 09:16 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ม.ค. 2569 | 09:16 น.

กบน.ไฟเขียวลดเงินนำส่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 0.50 บาทต่อลิตร ตรึงราคาน้ำมันดีเซล หลังคาดการณ์อุปทานน้ำมันโลกสะดุดหากสหรัฐฯโจมตีอิหร่าน

KEY

POINTS

  • กบน. มีมติให้ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล โดยลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลง 0.50 บาทต่อลิตร
  • มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
  • การปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนฯ ครั้งนี้ นับเป็นการปรับลดครั้งที่ 3 ในรอบเดือนมกราคม

คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลลง 0.50 บาทต่อลิตร นับเป็นการปรับลดเป็นครั้งที่ 3 ในรอบเดือนมกราคม 

ซึ่งก่อนหน้านี้มีการปรับลดฯ เมื่อวันที่ 14 จำนวน 0.50 บาทต่อลิตร และวันที่ 23 ปรับลดฯ จำนวน 0.80 บาทต่อลิตร เพื่อตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลให้มีราคาคงเดิม 

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์อุปทานน้ำมันโลกจะสะดุดหากสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น 

ข่าวดี! ราคาน้ำมันดีเซลไม่ปรับขึ้น หลัง กบน. ลดเงินนำส่งกองทุนฯ 0.50 บาทช่วย

กบน. จึงมีมติให้ปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซลลง 0.50 บาทต่อลิตร จากเดิมทีเรียกเก็บในอัตรา 0.70 บาทต่อลิตร เป็นเรียกเก็บในอัตรา 0.20 บาทต่อลิตร เพื่อตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล  

“ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชนมากจนเกินไป และได้สั่งการให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ติดตามสถานการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันใตลาดโลก เพื่อประเมินสถานการณ์ที่อาจส่งผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศต่อไป”

สำหรับฐานะกองทุนน้ำมันฯ ณ วันที่ 25 มกราคม 2569 กองทุนน้ำมันฯ ติดลบอยู่ที่ 428 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันบวกอยู่ที่ 38,335 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบอยู่ที่ 38,763 ล้านบาท 

ส่วนการปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ประเภทน้ำมันดีเซลครั้งนี้ จะทำให้รายรับลดลงเหลือประมาณวันละ 14.38 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายรับประมาณวันละ 48.05 ล้านบาท