thansettakij
thansettakij
แกร็บ ดันกลยุทธ์ T.A.S.T.E ใช้พลังดิจิทัลต่อยอดทุนวัฒนธรรมไทย สร้างเศรษฐกิจแสนล้าน

แกร็บ ดันกลยุทธ์ T.A.S.T.E ใช้พลังดิจิทัลต่อยอดทุนวัฒนธรรมไทย สร้างเศรษฐกิจแสนล้าน

06 พ.ย. 69 | 10:35 น.
อัปเดตล่าสุด :06 พ.ย. 69 | 10:44 น.

เปิดเวที GrabNEXT 2026 ผนึกภาครัฐ-เอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรม เผยอาหารไทยสร้างยอดสั่งซื้อผ่าน GrabFood ใน 7 ประเทศกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท เครื่องหอมไทยขายบน GrabMart ทะลุ 2.5 แสนชิ้น

KEY

POINTS

  • แกร็บเปิดตัวกลยุทธ์ T.A.S.T.E. เพื่อใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมไทยในมิติต่างๆ ทั้งการท่องเที่ยว อาหาร และสินค้าชุมชน เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ
  • กลยุทธ์ T.A.S.T.E. ประกอบด้วย 5 แนวทางหลัก ได้แก่ (T) ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (A) สนับสนุนเทศกาลและศิลปะ (S) ขยายตลาดสินค้าชุมชน (T) ผลักดันแบรนด์ไทยสู่ภูมิภาค และ (E) ยกระดับอาหารไทยสู่เวทีโลก
  • แพลตฟอร์มของแกร็บได้สร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ยอดสั่งอาหารไทยใน 7 ประเทศมูลค่ากว่า 2.2 หมื่นล้านบาท และยอดเรียกรถไปยังแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 3.6 ล้านเที่ยว

แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้าต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่โอกาสทางเศรษฐกิจ ผ่านกลยุทธ์ T.A.S.T.E. ใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลเชื่อมโยงการท่องเที่ยว อาหาร ศิลปะ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสินค้าชุมชนสู่ตลาดโลก พร้อมผนึกภาครัฐและเอกชนจัดเวทีเสวนาเชิงนโยบาย “GrabNEXT 2026” ภายใต้แนวคิด “The TASTE of THAI: เสริมสร้างเสน่ห์ไทย สู่มิติใหม่ที่ดีกว่า”

โดยเปิดเผยข้อมูลการใช้งานแพลตฟอร์มที่สะท้อนศักยภาพวัฒนธรรมไทย ทั้งยอดสั่งอาหารไทยผ่าน GrabFood ใน 7 ประเทศรวมกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท ยอดขายเครื่องหอมไทยบน GrabMart กว่า 250,000 ชิ้น และยอดเรียกรถไปสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทั่วประเทศ 3.6 ล้านเที่ยว

แกร็บ ดันกลยุทธ์ T.A.S.T.E ใช้พลังดิจิทัลต่อยอดทุนวัฒนธรรมไทย สร้างเศรษฐกิจแสนล้าน

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า วัฒนธรรมเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สะท้อนจากรายได้การท่องเที่ยวรวม 2.7 ล้านล้านบาท และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยที่มีมูลค่ากว่า 1.63 ล้านล้านบาท

โดยทิศทางสำคัญของกระทรวงวัฒนธรรมในปี 2570 คือการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่นนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผสานเอกลักษณ์และภูมิปัญญาไทยเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด “Cultural NEXUS – วัฒนธรรมเชื่อมอนาคต” ที่มุ่งปรับบทบาทกระทรวงวัฒนธรรมสู่การใช้คุณค่าของอดีตสร้างโอกาสในปัจจุบันและอนาคตให้คนไทย โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น แกร็บ ประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญในการผลักดันวัฒนธรรมไทยให้เข้าถึงผู้คนทั่วโลก

แกร็บ ดันกลยุทธ์ T.A.S.T.E ใช้พลังดิจิทัลต่อยอดทุนวัฒนธรรมไทย สร้างเศรษฐกิจแสนล้าน

การจัดเวที GrabNEXT 2026 จึงเป็นพื้นที่ให้ภาครัฐและเอกชนแลกเปลี่ยนมุมมอง พร้อมนำเสนอแนวทางการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

แกร็บใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเชื่อมเสน่ห์ไทยสู่ตลาดโลก

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า เสน่ห์ทางวัฒนธรรมไทย ทั้งแหล่งท่องเที่ยว อาหาร สินค้าชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนศาสตร์และศิลป์ที่เป็นเอกลักษณ์ ล้วนเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้เดินทางมาเยือนประเทศไทย ก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการและชุมชน

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย

แกร็บ ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งนำเทคโนโลยีมาสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับประเทศไทย โดยใช้แพลตฟอร์มเป็นตัวกลางเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกให้เข้าถึงวัฒนธรรมไทย ผ่านบริการต่างๆ ทั้ง GrabFood ที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการในภูมิภาคได้ลิ้มลองอาหารไทย ซึ่งในปี 2568 มียอดคำสั่งซื้อรวมกว่า 2.2 หมื่นล้านบาทใน 7 ประเทศ

ขณะเดียวกัน การให้บริการด้านการเดินทาง การสั่งอาหาร และการซื้อสินค้าแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ยังช่วยสร้างรายได้ให้ประเทศไทยรวม 1.5 หมื่นล้านบาทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566-2568)

แกร็บ จึงเดินหน้าต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและความแข็งแกร่งของอีโคซิสเต็ม ภายใต้กลยุทธ์ T.A.S.T.E. เพื่อเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าถึงเสน่ห์ไทยในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวและงานประเพณี ไปจนถึงการผลักดันอาหารไทยและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

แกร็บ ดันกลยุทธ์ T.A.S.T.E ใช้พลังดิจิทัลต่อยอดทุนวัฒนธรรมไทย สร้างเศรษฐกิจแสนล้าน

T.A.S.T.E. 5 กลยุทธ์ต่อยอดทุนวัฒนธรรมไทย

T - Travel เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

แกร็บนำเทคโนโลยีมายกระดับการเดินทางของนักท่องเที่ยว เพิ่มทางเลือกบริการตั้งแต่รถยนต์ระดับพรีเมียมไปจนถึงรถโดยสารท้องถิ่น พร้อมพัฒนาฟีเจอร์แปลภาษา ระบบความปลอดภัย และระบบ PIN สำหรับจับคู่คนขับกับผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าทำการตลาดส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวผ่านไกด์บุ๊ก คอนเทนต์ร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ และม้านั่งที่สามารถสแกน QR Code เพื่อค้นหาแหล่งท่องเที่ยวที่คนท้องถิ่นแนะนำ

ข้อมูลบนแพลตฟอร์มพบว่า มีการเรียกรถไปยังสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทั่วประเทศกว่า 3.6 ล้านเที่ยว โดยวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารมียอดเรียกรถเติบโต 30% หลังยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม

ส่วน 5 จุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ วัดอรุณราชวราราม วัดโพธิ์ ปราสาทสัจธรรม เมืองโบราณสมุทรปราการ และพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน

A - Awake สัมผัสอัตลักษณ์ไทยผ่านเทศกาลและศิลปะ

แกร็บ สนับสนุนการเดินทางไปยังเทศกาลและงานประเพณีทั่วประเทศ อาทิ สงกรานต์ แห่เทียนพรรษา และลอยกระทง ผ่านการมอบส่วนลดและจัดบูธอำนวยความสะดวก พร้อมเปิดพื้นที่ให้ศิลปินไทยรุ่นใหม่สร้างสรรค์ผลงานสะท้อนเอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงร่วมฟื้นฟูย่านประวัติศาสตร์และชุมชนเก่าผ่านกิจกรรมและเทศกาล เช่น Awakening Song Wat 2026

ข้อมูลบนแพลตฟอร์มระบุว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์มียอดเรียกรถจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นกว่า 20% ขณะที่ยอดเรียกรถไป-กลับสนามมวยเวทีราชดำเนินเติบโต 2 เท่า และตลอดปี 2568 มีการเรียกรถไป-กลับสนามมวย โรงละคร และร้านนวดแผนโบราณยอดนิยมรวมกว่า 300,000 ครั้ง

S - Support ขยายตลาดสินค้าชุมชนผ่านดิจิทัล

แกร็บร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรมส่งเสริมผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) และสินค้าชุมชนให้จำหน่ายผ่าน GrabMart เพื่อเพิ่มช่องทางตลาดและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าถึงการค้าออนไลน์

ข้อมูลจากแพลตฟอร์มพบว่า เครื่องหอมไทย อาทิ เทียนหอม ยาดม และก้านไม้หอม มียอดขายบน GrabMart รวมกว่า 250,000 ชิ้น ขณะที่ SME และร้านค้าชุมชนมีสัดส่วน 74% ของร้านค้าทั้งหมดบน GrabMart ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าชุมชนจากชาวต่างชาติเติบโต 50%

T - Transform ผลักดันแบรนด์ไทยสู่ตลาดภูมิภาค

แกร็บใช้เครือข่ายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สนับสนุนผู้ประกอบการไทยขยายตลาดต่างประเทศ โดยตัวอย่างหนึ่งคือการร่วมส่งเสริมแบรนด์ Emily's เข้าสู่ตลาดสิงคโปร์

พร้อมยกระดับร้านอาหารไทยในต่างประเทศผ่านเวทีมอบรางวัล “Grab 5-Star Eats” ซึ่งจัดขึ้นในประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาค อาทิ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย รวมถึงจัดแคมเปญประชาสัมพันธ์ร้านอาหารและเมนูไทยบนบิลบอร์ดใจกลางไทม์สแควร์ รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

E - Elevate ยกระดับอาหารไทยสู่เวทีโลก

แกร็บเดินหน้าส่งเสริมอาหารไทยผ่านการจัดงาน GrabThumbsUp Awards ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 มอบรางวัลให้ร้านอาหารยอดนิยม พร้อมตราสัญลักษณ์ GrabThumbsUp เพื่อรับรองมาตรฐานความอร่อย โดยร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มอบรางวัลพิเศษให้ร้านอาหารและบุคคลที่มีบทบาทส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยผ่านอัตลักษณ์ด้านอาหาร อาทิ สุดยอดผู้นำอาหารไทยสู่เวทีโลก และสุดยอดผู้สร้างสรรค์รสชาติแห่งปี

นอกจากนี้ ยังร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรมสนับสนุนร้านอาหารในโครงการ “The Lost Taste” เพื่อค้นหา ฟื้นฟู และเชิดชูรสชาติอาหารไทยที่กำลังจะสูญหาย

สำหรับเมนูอาหารไทยที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ 3 อันดับแรก ได้แก่ ผัดกะเพรา ข้าวผัด และผัดไทย ขณะที่ส้มตำและชาไทยยังคงเป็นเมนูขายดีบนแพลตฟอร์ม โดยมียอดขายกว่า 13 ล้านจาน และ 8.6 ล้านแก้ว ตามลำดับ