
แกร็บ เผยยอดสั่งอาหาร “ไทยช่วยไทย พลัส” ทะลุ 20 ล้านออเดอร์
แกร็บฟู้ด เผยผลโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ยอดสั่งอาหารทะลุ 20 ล้านออเดอร์ ร้านค้ายอดขายโตกว่า 2 เท่า ผู้ใช้สิทธิเพิ่ม 40% เดินหน้าร่วมโครงการเพิ่มถึง 30 พ.ย. พร้อมดันร้านอาหารใช้ AI ฟรีแล้ว2.75 แสนร้าน
KEY
POINTS
- โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” บนแกร็บฟู้ด มียอดสั่งอาหารจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการทะลุ 20 ล้านออเดอร์
- ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการมียอดขายเฉลี่ยเติบโตมากกว่า 2 เท่า และมีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 40%
- กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่มีการใช้สิทธิสูงสุด โดยแกร็บจะขยายโครงการต่อจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ในรอบที่ผ่านมา ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน–30 กันยายน 2569 ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้บริการบนแพลตฟอร์ม GrabFood โดยมียอดสั่งอาหารจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการมากกว่า 20 ล้านออเดอร์ และจำนวนผู้ใช้บริการที่ใช้สิทธิเพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับโครงการรอบก่อนหน้า
ข้อมูลของแกร็บยังพบว่า ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการมียอดขายเฉลี่ยเติบโตมากกว่า 2 เท่า ขณะที่กรุงเทพฯ ยังคงเป็นพื้นที่ที่มีการใช้สิทธิผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีสูงสุด ตามด้วยจังหวัดชลบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ และนครราชสีมา
มหาสารคามใช้สิทธิเติบโต 2.5 เท่า
สำหรับจังหวัดที่มีอัตราการเติบโตของการใช้สิทธิสูงสุด ได้แก่ มหาสารคาม หัวหิน หาดใหญ่ จ.สงขลา พะเยา และนครปฐม โดยมหาสารคามมีอัตราการใช้สิทธิเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า สะท้อนการขยายตัวของการใช้บริการเดลิเวอรีในพื้นที่นอกกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลัก
ด้านประเภทอาหารที่ได้รับความนิยมจากการใช้สิทธิในโครงการฯ 5 อันดับแรก ได้แก่ อาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ฟาสต์ฟู้ด และเครื่องดื่มประเภทชา-กาแฟ
ทั้งนี้บริษัทจะเข้าร่วมสนับสนุนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) รอบเพิ่มเติม” ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม–30 พฤศจิกายน 2569 อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มและสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ
แกร็บดัน AI ช่วยร้านอาหารวิเคราะห์ยอดขาย
นอกจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายแล้ว แกร็บยังเดินหน้าส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะกลุ่ม SME นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ ผ่านฟีเจอร์ “ผู้ช่วย AI อัจฉริยะ” หรือ GrabMerchant AI Assistant ซึ่งเปิดให้ร้านอาหารที่ให้บริการผ่าน GrabFood ใช้งานได้ฟรีผ่านแอปพลิเคชัน GrabMerchant
ฟีเจอร์ดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากธุรกรรมบนแพลตฟอร์ม ทั้งยอดขาย เมนูยอดนิยม ช่วงเวลาที่มีคำสั่งซื้อสูง และพฤติกรรมการสั่งอาหาร เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประกอบการบริหารจัดการเมนู การวางแผนธุรกิจ และการตลาด
ปัจจุบันมีร้านอาหารกว่า 275,000 ร้านทั่วประเทศทดลองใช้ GrabMerchant AI แล้ว โดยเกือบ 55% หรือกว่า 150,000 ร้าน มีการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการขายและวางแผนการดำเนินธุรกิจ
ร้านใช้ AI สม่ำเสมอ ยอดขายโต 20%
แกร็บยังพบว่า กว่า 80% ของร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” มีการใช้ GrabMerchant AI โดยร้านที่ใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ มียอดขายเติบโตประมาณ 20% เมื่อเทียบกับร้านที่ไม่ได้ใช้งาน
นางสาวจันต์สุดา กล่าวว่า แกร็บจะเดินหน้าส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จาก AI ควบคู่กับการพัฒนาทักษะผ่านโครงการ GrabAcademy เพื่อสนับสนุนการอัปสกิลและรีสกิลของผู้ประกอบการร้านค้าให้สอดคล้องกับโครงการพัฒนาความรู้และทักษะสำหรับร้านค้าของกระทรวงการคลัง







