thansettakij
thansettakij
ส.อ.ท. ผนึก TDCA ดึงทุนไฮเทค เติมซัพพลายเชน Data Center

ส.อ.ท. ผนึก TDCA ดึงทุนไฮเทค เติมซัพพลายเชน Data Center

06 พ.ย. 69 | 00:00 น.

ส.อ.ท. จับมือสมาคมดาต้าเซ็นเตอร์แห่งประเทศไทย ใช้ผลศึกษาต้นทุน Data Center 1 GW มูลค่า 1.94 แสนล้านบาท ชี้ไทยมีฐานรองรับแล้ว 9.4 หมื่นล้านบาท เตรียมร่วมภารกิจ BOI ที่ญี่ปุ่น ดึงทุนไฮเทคเติม Missing Links ตั้งเป้าให้ชิ้นส่วนไทยอยู่ใน Data Center ทั่วโลก

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ผนึกกำลังกับสมาคมดาต้าเซ็นเตอร์แห่งประเทศไทย หรือ Thai Data Center Association (TDCA) เดินหน้าดึงการลงทุนเทคโนโลยีสูงเข้ามาเติมห่วงโซ่อุปทาน Data Center ที่ไทยยังขาด โดยใช้ผลศึกษาโครงสร้างต้นทุนของ TDCA เป็นแผนที่ชี้ว่า อุปกรณ์และชิ้นส่วนใดที่ไทยผลิตได้แล้ว รายการใดต้องยกระดับ และรายการใดต้องดึงผู้ผลิต จากต่างประเทศเข้ามาลงทุน

นายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

นายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลศึกษาของ TDCA ช่วยให้เห็นโอกาสของอุตสาหกรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม แต่เป้าหมายระยะยาวของ ส.อ.ท. ไปไกลกว่าการเพิ่มสัดส่วนจัดซื้ออุปกรณ์สำเร็จรูปในประเทศ โดยมุ่งเจาะ Components และ Electronic Modules ที่อยู่ภายในอุปกรณ์ของผู้ผลิตระดับโลก เช่น Power Electronics, PCB/PCBA, Control Modules, Sensors และ Connectors ซึ่งเป็นหัวใจของอุตสาหกรรม Smart Electronics

แม้อุปกรณ์สำเร็จรูปที่ใช้ใน Data Center จะต้องผ่าน Approved Vendor List ของผู้ลงทุน แต่ภายในอุปกรณ์เหล่านั้นยังมีห่วงโซ่ผู้ผลิตชิ้นส่วนและระบบรับรองของ Global OEM อีกชั้นหนึ่ง หากโรงงานไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่นี้ได้ ก็จะส่งออกได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเฉพาะ Data Center ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

“เราไม่ได้ต้องการเพียงให้ Data Center ในประเทศไทยใช้สินค้าที่ผลิตในไทยมากขึ้น แต่ต้องการให้ Data Center ทั่วโลกมีอุปกรณ์และชิ้นส่วนที่ผลิตจากประเทศไทยอยู่ในระบบของเขา นี่คือโอกาสที่จะเปลี่ยน Demand จาก Data Center ให้กลายเป็นฐานอุตสาหกรรม Smart Electronics ของประเทศ” นายปณิธานกล่าว

ส.อ.ท. ผนึก TDCA ดึงทุนไฮเทค เติมซัพพลายเชน Data Center

ผนึก BOI บุกญี่ปุ่น เติม Missing Links

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ Smart Electronics ภายใต้ Reinvent Thailand ซึ่งมุ่งต่อยอดฐานอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนที่ไทยมีอยู่แล้ว ส.อ.ท. จะวิเคราะห์ Supply Chain ลงลึกถึงระดับ Components เพื่อแยกว่ารายการใดผลิตได้ทันที รายการใดต้องยกระดับ และรายการใดเป็น Missing Links ที่ต้องอาศัยการลงทุนหรือพันธมิตรเทคโนโลยีเพิ่มเติม

หนึ่งในกลไกสำคัญคือการใช้ภารกิจด้านการลงทุนร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อหารือกับผู้ผลิตที่มีเทคโนโลยีและได้รับการยอมรับจากลูกค้าระดับโลก ชักชวนให้เข้ามาลงทุนเติมช่องว่าง Supply Chain พร้อมเชื่อมผู้ผลิตไทยเข้าสู่ระบบจัดซื้อของ Global OEM

ความร่วมมือครั้งนี้จึงแบ่งบทบาทกันชัดเจน TDCA ถือข้อมูลความต้องการและมาตรฐานของ

ผู้ลงทุน Data Center ส่วน ส.อ.ท. มีเครือข่ายผู้ผลิตทั่วประเทศ เมื่อนำมาเชื่อมกัน จะกลายเป็นกลไกเปลี่ยน Demand จาก Data Center ให้เป็นการพัฒนาอุตสาหกรรม การจ้างงานทักษะสูง และการส่งออกระยะยาว

TDCA เปิดต้นทุน 1.94 แสนล้านต่อ GW

นายศุภรัฒศ์ ศิวะเพ็ชรานาถ สิงหรา ณ อยุธยา รองประธาน TDCA เปิดเผยว่า ผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่า Data Center ขนาดเทียบเท่า 1 GW มีต้นทุนเฉพาะอาคารและระบบประกอบประมาณ 194,400 ล้านบาท ยังไม่รวมที่ดินและอุปกรณ์ IT เช่น Server และ GPU แยกตามสัดส่วน และมูลค่า ดังนี้

  1. อุปกรณ์ M&E ที่มีฐานผลิตในไทย มีสัดส่วน 31.5% มูลค่า 61,236 ล้านบาทต่อ GW
  2. งานโยธาและโครงสร้างอาคาร มีสัดส่วน 17% มูลค่า 33,048 ล้านบาทต่อ GW
  3. งานติดตั้ง M&E มีสัดส่วน 18% มูลค่า 34,992 ล้านบาทต่อ GW
  4. ต้นทุนอื่น (Soft Costs) มีสัดส่วน 10% มูลค่า 19,440 ล้านบาทต่อ GW
  5. งานภายนอกอาคาร (Site Works) มีสัดส่วน 3% มูลค่า 5,832 ล้านบาทต่อ GW
  6. ระบบป้องกันอัคคีภัย มีสัดส่วน 2% มูลค่า 3,888 ล้านบาทต่อ GW
  7. อุปกรณ์ M&E ที่ยังไม่จัดเป็นฐานผลิตในไทยตามแบบจำลอง มีสัดส่วน 18.5% มูลค่า 35,964 ล้านบาทต่อ GW

ปัจจุบันไทยมีฐานอุตสาหกรรมรองรับงานโยธาและอุปกรณ์ M&E สำคัญแล้ว คิดเป็น 48.5% หรือประมาณ 94,300 ล้านบาทต่อ GW

ส.อ.ท. ผนึก TDCA ดึงทุนไฮเทค เติมซัพพลายเชน Data Center

นอกจากศักยภาพ 48.5% ที่มีฐานรองรับแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีงานติดตั้ง M&E งานภายนอกอาคาร ระบบป้องกันอัคคีภัย รวมถึงงานออกแบบและบริหารโครงการอีก 33% หรือประมาณ 64,200 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการไทยหลายรายดำเนินการได้อยู่แล้ว แต่ยังต้องแยกมูลค่างานในประเทศออกจากอุปกรณ์นำเข้า และบริการเฉพาะทาง เพื่อประเมิน

ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง

ส่วนที่เหลืออีก 18.5% หรือประมาณ 36,000 ล้านบาท คืออุปกรณ์ M&E ที่ไทยยังไม่มีฐานผลิต ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการดึงทุนไฮเทค โดยเฉพาะระบบ Liquid Coolingและระบบจ่ายไฟขั้นสูงที่ความต้องการเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของ AI Data Center

“Data Center ไม่ได้มีเพียง Server หรือ GPU แต่ยังมีทั้งงานก่อสร้าง ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และงานวิศวกรรมมูลค่ามหาศาล ประเทศไทยมีฐานอุตสาหกรรมรองรับอยู่แล้วจำนวนมาก สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้ศักยภาพเหล่านี้กลายเป็นคำสั่งซื้อจริง และสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยได้มากที่สุด” นายศุภรัฒศ์กล่าว

TDCA ประเมินว่า ปัจจุบันโรงงานในไทยผลิตอุปกรณ์ M&E สำหรับ Data Center ได้ 11 จาก 21 รายการ คิดเป็น 31.5% ของต้นทุนโครงการ เช่น Generator, UPS, Transformer, Switchgear และอุปกรณ์ควบคุม แต่การมีโรงงานในประเทศไม่ได้หมายความว่าผู้ลงทุนจะเลือกซื้อทันที เพราะอุปกรณ์ต้องผ่านมาตรฐานและ Approved Vendor List ของลูกค้าระดับโลก ซึ่งกำหนดทั้งคุณภาพ ประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการส่งมอบ

ทางออกจึงอยู่ที่การเชื่อมผู้ผลิตไทยเข้ากับผู้กำหนด Specifications และกระบวนการรับรองของผู้ลงทุนตั้งแต่ต้น ควบคู่กับการดึงการลงทุนมาสร้างฐานผลิตอุปกรณ์ที่ยังขาด TDCA ได้เสนอ Roadmap เพิ่มสัดส่วนการผลิต M&E ในประเทศจาก 31.5% เป็น 41.5%, 45% และสูงสุด 50% ของต้นทุนโครงการ หากรวมงานก่อสร้างและบริการในประเทศบางส่วน ศักยภาพอาจขยายได้ถึง 70% ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นเป้าหมายเชิงสมมติฐานที่ยังต้องพิสูจน์ด้วยการลงทุนและคำสั่งซื้อจริง

AI Hardware โอกาสส่งออกสู่ตลาดโลก

ผลศึกษายังพบว่า จากองค์ประกอบหลัก 12 กลุ่มของ AI Server Rack ไทยมีฐานการผลิตแล้ว 5 กลุ่ม และมีการลงทุนที่ได้รับอนุมัติและอยู่ระหว่างขยายฐานผลิตอีก 3 กลุ่ม เช่น อุปกรณ์จ่ายไฟ เซิร์ฟเวอร์บอร์ด แผงวงจรเทคโนโลยีสูง และอุปกรณ์สื่อสารความเร็วสูง ไทยจึงมีโอกาสขยายจากการผลิตเพื่อโครงการในประเทศ ไปสู่การผลิตเพื่อรองรับความต้องการ Data Center ทั่วโลก

เป้าหมายสำคัญของความร่วมมือระหว่าง ส.อ.ท. และ TDCA จึงไม่ใช่เพียงดึง Data Center ระดับโลกเข้ามาตั้งในประเทศไทย แต่คือการทำให้ Data Center ทั่วโลกใช้อุปกรณ์และชิ้นส่วนที่ผลิตจากประเทศไทย