thansettakij
thansettakij
สมาคมพืชไร่ ยอมถอย เปิดทางนำเข้าข้าวโพดเพื่อนบ้าน แต่ห้ามยกเลิก 3:1

สมาคมการค้าพืชไร่ ยอมถอย เปิดทางนำเข้าข้าวโพดเพื่อนบ้าน แต่ห้ามยกเลิก 3:1

05 พ.ย. 69 | 08:51 น.
อัปเดตล่าสุด :05 พ.ย. 69 | 08:51 น.

สมาคมการค้าพืชไร่ เปิดเกมสกัดอาหารสัตว์ ลั่นยอมเปิดนำเข้าข้าวโพดจากเมียนมา-ลาว ก่อนกำหนดได้ แต่ต้องคงมาตรการ 3:1 ปกป้องผลผลิตไทย สวนกลับโรงงานยักษ์ใหญ่ต้นเหตุราคาพุ่ง หลังเปิดสงครามแย่งซื้อดันราคาหน้าลานทะลุ 12.50–14 บาทต่อกก. พร้อมขู่ระดมชาวไร่บุกพาณิชย์

KEY

POINTS

  • สมาคมการค้าพืชไร่ ยอมให้มีการนำเข้าข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้านก่อนกำหนด เพื่อแก้ปัญหาราคาในประเทศที่สูงขึ้น
  • ยืนยันคัดค้านการยกเลิกมาตรการ 3:1 (นำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน ต้องซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วน) อย่างเด็ดขาด โดยมองว่าเป็นเส้นตายที่ห้ามละเมิด
  • ชี้ว่าปัญหาราคาข้าวโพดพุ่งสูงเกิดจากกลไกการรับซื้อที่ผิดพลาดของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เอง ไม่ใช่การกักตุน
  • เตรียมพร้อมเคลื่อนไหวระดมเกษตรกรทั่วประเทศเข้ายื่นหนังสือต่อกระทรวงพาณิชย์ หากรัฐบาลยอมยกเลิกมาตรการ 3:1

นายเทอดศักดิ์ ลาภจิตรกุศล นายกสมาคมการค้าพืชไร่ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การปรับตัวสูงขึ้นของราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไม่ได้เกิดจากการกักตุนของพ่อค้าท้องถิ่นหรือเกษตรกร แต่เป็นผลจากความผิดพลาดในการบริหารจัดการและกลไกการรับซื้อของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เอง

"ก่อนหน้านี้ ภาคอุตสาหกรรมไม่ยอมรับข้อเสนอให้ประกันราคารับซื้อข้าวโพดที่ 10 บาทต่อกิโลกรัม โดยยืนยันรับซื้อเพียง 9.80 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่เกษตรกรต้องเผชิญต้นทุนการผลิตสูง ทั้งปุ๋ยเคมีและน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีราคามากกว่า 40 บาทต่อลิตร ส่งผลให้เกษตรกรจำนวนหนึ่งจำเป็นต้องลดพื้นที่เพาะปลูกลง"

อาหารสัตว์ แย่งซื้อ ราคาข้าวโพดพุ่ง 12.50–14 บาท/กิโลกรัม

เมื่อผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลงและวัตถุดิบเริ่มตึงตัว โรงงานอาหารสัตว์ขนาดใหญ่กลับแข่งขันแย่งซื้อวัตถุดิบกันเอง จนเกิดสงครามราคา ดันราคารับซื้อหน้าลานขยับขึ้นอย่างรวดเร็วมาอยู่ที่ 12.50–14.00 บาทต่อกิโลกรัม ก่อนที่กลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์จะรวมตัวกันในนามสหพันธ์กว่า 20 สมาคม เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดช่องนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้านก่อนกรอบเวลาปกติในเดือนกุมภาพันธ์

 

นายเทอดศักดิ์ ลาภจิตรกุศล นายกสมาคมการค้าพืชไร่ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.)

นายเทอดศักดิ์ ย้ำว่า การเปิดนำเข้าไม่ใช่ปัญหา แต่การยกเลิก 3:1  (นำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน ต้องรับซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วน) คือเส้นแดง เพราะหากรัฐบาลยอมผ่อนปรนจนถึงขั้นยกเลิกมาตรการดังกล่าว จะเท่ากับเปิดทางให้วัตถุดิบนำเข้าเข้ามาแข่งขันกับผลผลิตเกษตรกรไทยโดยไม่มีหลักประกันการรับซื้อภายในประเทศ กระทบตั้งแต่เกษตรกร ผู้รวบรวมผลผลิต ไปจนถึงระบบการค้าพืชไร่ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมของโรงงานอาหารสัตว์รายใหญ่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมักประกาศหยุดรับซื้อหรือปิดลานรับซื้อเป็นเวลา 1–2 เดือน ในช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดออกสู่ตลาดมากที่สุด โดยเฉพาะเดือนสิงหาคม–กันยายน ส่งผลให้ราคาหน้าลานถูกกดดัน ขณะที่ผู้ประกอบการค้าพืชไร่ในท้องถิ่นต้องรับภาระต้นทุนดอกเบี้ย ค่าอบลดความชื้น และค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บผลผลิต รวมถึงประคองการจ้างงานในชุมชน

จี้คงมาตรการ 3 : 1 ขู่ยกเลิกบุกพาณิชย์

ส่วนข้ออ้างของภาคอุตสาหกรรมที่ระบุว่าได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบและแบกรับภาระขาดทุนจนต้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลนั้น นายเทิดศักดิ์ มองว่า ยังมีข้อสงสัย เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่ยังเดินหน้าขยายโรงงานและฟาร์มเลี้ยงสัตว์เพิ่มเติมจำนวนมาก จึงต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและโครงสร้างต้นทุนให้รอบด้าน ก่อนตัดสินใจปรับเปลี่ยนมาตรการที่กระทบเกษตรกร

ทั้งนี้ สมาคมการค้าพืชไร่เตรียมประชุมผ่านระบบ Zoom ร่วมกับสมาชิก สหกรณ์การเกษตร และเครือข่ายเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อกำหนดท่าทีต่อสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมประเมินแนวทางเคลื่อนไหวหากภาคอุตสาหกรรมยังเดินหน้ากดดันรัฐบาลให้ยกเลิกมาตรการ 3:1 ในเร็วๆ นี้ หากกลุ่มทุนอาหารสัตว์ยังใช้น้ำหนักทางการเมืองกดดันรัฐบาลให้ยกเลิกมาตรการที่คุ้มครองเกษตรกร สมาคมฯ พร้อมระดมมวลชนผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากทั่วประเทศเข้ายื่นหนังสือและเรียกร้องความเป็นธรรมต่อกระทรวงพาณิชย์

ราคาข้าวโพด ประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569

ย้อนรอย มาตรการ 3:1 จุดชนวนศึกข้าวโพด

อนึ่ง  ในปี 2560 รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีมาตรการ  3:1 (นำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน ต้องรับซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วน)  เริ่มนำมาใช้ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือและพยุงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไม่ให้ตกต่ำจากการทะลักเข้ามาของวัตถุดิบอาหารสัตว์นำเข้า และรัฐบาลยังคงบังคับใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน