
ม.หอการค้าฯ หั่นเป้า นทท.ต่างชาติ เหลือ 31.5 ล้านคน จี้รัฐเพิ่มเที่ยวบินสู้เวียดนาม
ม.หอการค้าฯ ประเมินนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 69 เหลือ 31.5 ล้านคน ชี้ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ตั๋วบินแพง และภาพลักษณ์ความปลอดภัยฉุดตลาดจีนฟื้นช้า แต่ยังมองปี 2570 GDP ขยายตัว 2.5%
KEY
POINTS
- ม.หอการค้าไทยปรับลดเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 เหลือ 31.5 ล้านคน จากเดิม 32-34 ล้านคน เนื่องจากต้นทุนการเดินทางสูงและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
- ชี้ปัญหาสำคัญของไทยคือจำนวนเที่ยวบินและที่นั่งโดยสารไม่เพียงพอ ความไม่ชัดเจนของนโยบายวีซ่า และภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น
- เรียกร้องให้ภาครัฐเร่งเพิ่มเที่ยวบินและแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนาม
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ยังเผชิญความท้าทายด้านการแข่งขันและการฟื้นตัว คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยประมาณ 31.5 ล้านคน ลดลง 4% จากปีก่อน และต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่ 32-34 ล้านคน
โดยเกิดจากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันผันผวน และต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น ประกอบกับการแข่งขันจากประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนามที่มีความคุ้มค่าด้านราคาและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ รวมถึงจีนและญี่ปุ่นที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ผลสำรวจผู้ประกอบการท่องเที่ยวยังสะท้อนข้อจำกัดสำคัญของไทย ทั้งจำนวนเที่ยวบินและที่นั่งโดยสารที่ไม่เพียงพอ ความไม่ชัดเจนของนโยบายวีซ่า ปัญหาด่านชายแดน และต้นทุนการท่องเที่ยวที่สูง ขณะที่ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยจากข่าวอาชญากรรมและแก๊งสแกมเมอร์ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดจีนที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
ปี 2570 คาดว่าการท่องเที่ยวไทยมีโอกาสฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม ในปี 2570 คาดว่าการท่องเที่ยวไทยมีโอกาสฟื้นตัว โดยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาอยู่ที่ประมาณ 34 ล้านคน สร้างรายได้ราว 1.6 ล้านล้านบาท ขยายตัวประมาณ 7.5% จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้นและราคาน้ำมันที่มีโอกาสผ่อนคลายลง แต่โจทย์สำคัญคือรัฐบาลและภาคธุรกิจจะสามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้มากน้อยเพียงใด
ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งเพิ่มเที่ยวบินและจำนวนที่นั่งโดยสาร สร้างความชัดเจนด้านนโยบายวีซ่า แก้ไขปัญหาด่านชายแดน และยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย เนื่องจากปัจจุบันประเทศคู่แข่งต่างเร่งพัฒนาสินค้าและบริการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลก
ทั้งนี้ ในส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2569 ม.หอการค้าไทย ประเมินว่ามีโอกาสขยายตัวได้ประมาณ 2.5% โดยมีแรงขับเคลื่อนจาก 4 เครื่องยนต์สำคัญ ได้แก่ การลงทุนภาคเอกชน การส่งออก การใช้จ่ายภาครัฐ และการท่องเที่ยว ซึ่งการลงทุนยังเป็นปัจจัยสำคัญ
โดยเฉพาะโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งมีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมสูงกว่าปีละ 1 ล้านล้านบาทต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Data Center ที่เป็นโอกาสให้ไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก
ขณะที่การส่งออกยังขยายตัวได้ดีจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น แต่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังขยายตัวไม่โดดเด่น ประกอบกับการนำเข้าสินค้าทุนและเครื่องจักรที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท เป็นปัจจัยหักล้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ด้านการใช้จ่ายภาครัฐและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังเป็นแรงหนุนสำคัญในการประคองเศรษฐกิจ ท่ามกลางข้อจำกัดจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและความท้าทายด้านการเติบโตในระยะยาว
ทั้งนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ทำการสำรวจความเห็นผู้ประกอบการท่องเที่ยว 368 ราย ซึ่ง 63% เป็นธุรกิจที่พักและร้านอาหาร มีรายได้จากนักท่องเที่ยว 25% ขึ้นไป พบว่า 1 เดือนแรก ปี 69 จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 25.46 ล้านคน ลดลง 4.5% แต่รายได้ต่อคนต่อทริปเพิ่มขึ้น 1.8% สาเหตุที่นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 48% ตอบว่า มาจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ และ 25% ตอบว่า มาจากข้อจำกัดของไทยเอง เช่น เที่ยวบิน ด่าน วีซ่า ความปลอดภัย
ขณะที่ ตลาดนักท่องเที่ยวที่ยังเป็นความหวังของผู้ประกอบการไทย 43% ตอบว่า จีน รองลงมาเป็นอาเซียน อินเดียและเอเชียใต้ 26% และ ยุโรป 16% โดยความเสี่ยงหลักในปี 70 มองว่า ราคาพลังงานที่สูง จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งมาตรการที่ผู้ประกอบการไทยต้องการให้ภาครัฐเร่งดำเนินการมากสุดคือ เพิ่มเที่ยวบินตรง การแก้ปัญหาด่านชายแดน สูงถึง 42%






