
ททท.เปิดกลยุทธปั้มตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลฝ่า 5 ปัจจัยท้าทาย ดันปีหน้าแตะ 11 ล้านคน
ความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยท้าท้าย สำหรับการท่องเที่ยวไทย ซึ่งททท.มีกลยุทธในการรับมืออย่างไร เพื่อขับเคลื่อนนักท่องเที่ยวระยะไกลให้ได้ตามแนวโน้มปีนี้ที่ 10.7 ล้านคน และปีหน้า 11 ล้านคน สร้างรายได้ 730,000 ล้านบาท 3 แม่ทัพของททท.ผู้คุมหังเหียนตลาดระยะไกล มีคำตอบ
KEY
POINTS
- ททท. ตั้งเป้าหมายดึงนักท่องเที่ยวระยะไกล ปี 2570 ให้ถึง 11 ล้านคน โดยเร่งทำตลาดยุโรปและอเมริกาเพื่อชดเชยผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง
- เผชิญ 5 ปัจจัยท้าทายสำคัญ ได้แก่ ราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้น, ภาวะเศรษฐกิจในยุโรป, การแข่งขันด้านราคากับประเทศคู่แข่ง, การรับรู้ว่าไทยมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และอุปทานที่พักที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการ
- ชูกลยุทธ์ "กว้าง-ยาว-ลึก" (W x L x D) เป็นแนวทางหลักในการทำตลาด โดยเน้นขยายฐานตลาดใหม่ เพิ่มระยะเวลาพำนักและค่าใช้จ่าย และสร้างการรับรู้เชิงลึกผ่านเอเย่นต์ทัวร์และเทคโนโลยี AI
นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยถึงภาพรวมตลาดระยะไกล ตลอดปี 2569 นี้ว่า แม้การท่องเที่ยวจะเผชิญปัจจัยลบอย่างปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ททท.ก็ยังไม่ได้มีการปรับลดเป้าหมายตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล(ตลาดนักท่องเที่ยวยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา) ลงแต่อย่างใด
นักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลปีนี้ทะลุ 10 ล้าน
ททท.ตั้งเป้าหมายไว้ตั้งแต่ต้นปีไว้ว่า ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกลเที่ยวไทย 10.7 ล้านคน แต่แนวโน้มคาดการณ์ว่าจะเติบโตทะลุเป้าหมายที่จำนวนนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลประมาณ 10.77 - 10.86 ล้านคน ประมาณรายได้อยู่ที่ 680,000 - 690,000 ล้านบาท
ประกอบกับตารางบินตรงเข้าไทยของตลาดระยะไกลปี 2569 มีรวมทั้งสิ้น 32,379 เที่ยวบิน คิดเป็น 9,745,333 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นประมาณ 31,000 ที่นั่ง หรือเติบโต 3.19% จากปีที่แล้ว
ท่ามกลางปัจจัยลบที่ผ่านมาททท.ได้แก้เกมเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด โดยลดอุปสรรคกระตุ้นให้เกิดการเดินทาง เช่น การแก้ปัญหาฮับบินจากตะวันออกกลาง ที่พอมีปัญหาความขัดแย้ง ทำให้นักท่องเที่ยวยุโรปที่เดินทางมาเที่ยวไทยผ่านฮับตะวันออกกลางสะดุด
ททท. ก็ได้ร่วมกับพันธมิตรสายการบินปรับกลยุทธ์การเชื่อมโยงการเดินทาง (Connecting Flights) ผ่านฮับอื่นๆ ในยุโรปมากขึ้นแทน เช่น โคเปนเฮเกน แฟรงก์เฟิร์ต มิวนิก และเวียนนา ทำให้นักท่องเที่ยวยุโรปมีทางเลือกอื่นในการเดินทางมาไทย
รวมถึงมอนิเตอร์การเปิด-ปิดของท่าอากาศยานในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด อย่างล่าสุดมีการปิดสนามบินในริยาด ซาอุดีอาระเบีย ทำให้เที่ยวบินตรงจากริยาดเข้าไทยหยุดบินไปชั่วคราว ททท. ได้ประสานงานร่วมกับสายการบินที่ยังบินได้
เช่น Saudia (บินตรงเจดดาห์ 9 เที่ยวบิน/สัปดาห์) รวมถึง Emirates ที่ยังรักษายอดเติบโตเป็นบวกได้ดี ซึ่งสายการบินตะวันออกกลาง ต่างก็พยายามรักษาสล็อตและตารางบินไว้อยู่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมารีซูม (Resume) เที่ยวบินทันทีที่สถานการณ์คลี่คลาย
นอกจากนี้ททท.ยังได้ปรับงบประมาณ โดยดึงงบจากตลาดตะวันออกกลางไปเสริมการทำตลาดในอเมริกา (อเมริกาเหนือ) ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง และไม่มีผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว
รวมถึงการกระตุ้นตลาดยุโรป ที่ยังเติบโตดีต่อเนื่อง แม้ขณะนี้อาจจะเกิดการประท้วงในบางประเทศในยุโรป เช่น การประท้วงในฝรั่งเศส เกิดจากกลุ่มนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการ ซึ่งส่งผลกระทบระยะสั้นเปรียบเสมือน “เม็ดสิวบนใบหน้า”
เพราะเกิดเฉพาะจุด ไม่ส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานการเดินทางมาไทย ทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อตัวเลขการจองเดินทางมาไทย เพราะบุ๊กกิ้งล่วงหน้ายังเติบโตกว่า 30%
ทั้งนี้การทำตลาดในช่วงที่ผ่านมาททท.ได้เน้น 3 กลยุทธได้แก่
- รักษาสัมพันธ์กับ Travel Trade และขยายไปสู่กลุ่ม MICE/Incentive พร้อมจัดอบรม (Training) ให้แก่นายหน้าขายทัวร์
- ร่วมมือกับพันธมิตรออกแคมเปญกระตุ้นการตัดสินใจ เช่น “Book Now Travel Later” และ “Book Now Travel Now” เพื่อรองรับพฤติกรรม Booking Window ที่สั้นลงเหลือประมาณ 1 เดือน
- ปรับโครงสร้างข้อมูลการท่องเที่ยวทั้งหมดให้รองรับระบบ AI Search เพื่อให้ระบบ AI สามารถดึงข้อมูลท่องเที่ยวไทยไปประมวลผลได้อย่างแม่นยำ
ส่วนตลาดตะวันออกกลางเอง แม้จะมีปัญหา แต่ททท.ก็เดินหน้าลดผลกระทบให้น้อยที่สุด ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นผ่านการสื่อสานเชิงรุก โดยในช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง (มี.ค.-พ.ค.69) ตลาดตะวันออกลางติดลบสูงถึงประมาณ 30%
ททท. จึงจัด PR Conference โดยนำผู้ว่าการ ททท. เดินทางสื่อสารสร้างความเข้าใจร่วมกับสื่อมวลชนระดับ High-End และ Influencer เพื่อฟื้นฟู Sentiment การเดินทาง ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางทยอยฟื้นตัว จากที่ในช่วงแรกนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางลดลงไปประมาณ 200,000 คน จากปีที่แล้วที่ทำได้ราว 800,000 คน มาอยู่ที่ประมาณ 600,000 - 700,000 คน
ทำให้ในภาพรวมของตลาดระยะไกล จะมีเพียงตลาดจากตะวันออกกลางเท่านั้น ที่ติดลบ แต่ททท.พยายามดึงอัตราติดลบของตลาดนี้ทั้งปีให้เหลือไม่เกิน 6% และจากการเร่งผลักดันตลาดอื่นอย่างยุโรป สแกนดิเนเวีย และอเมริกาเข้ามาชดเชย จนภาพรวมตลาดระยะไกลยังสามารถเติบโตได้เกินเป้าหมายที่วางไว้
เทรนด์ปี 2570 โต 4% อยู่ที่ 11 ล้านคน
สำหรับแนวโน้มตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลในปี 2570 คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น 4% โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 11 ล้านคน สร้างรายได้ราว 730,000 ล้านบาท เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนจากตัวเลขการจองล่วงหน้า (Forward Booking) สำหรับตารางบินฤดูหนาว หรือช่วงไฮซีซัน(ไตรมาส 4/2569-ไตรมาส 1/2570) ที่เติบโตขึ้นประมาณ 24-30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยไม่มีสัญญาณลดลงในตลาดหลักสำคัญ
แต่อย่างไรก็ตามการท่องเที่ยวสำหรับตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลในปีนี้ ยังคงต้องเผชิญกับปัจจัยท้าท้ายใน 5 เรื่องหลัก ได้แก่
1. ราคาบัตรโดยสารสูงขึ้นมากในบางเส้นทางและบางช่วงเวลา แนวโน้มราคาน้ำมันและค่าตั๋วเครื่องบินช่วง Winter โดยเฉพาะเที่ยวบินตรงที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นจากผู้โดยสารที่ปรับเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง มีปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางช่วง Summer ถัดไป ทำให้นักท่องเที่ยวอาจเปลี่ยนพฤติกรรมไปเที่ยวระยะใกล้หรือภายในยุโรป (Intra-Europe) แทน
ขณะที่จำนวนที่นั่งยังเพิ่มขึ้นได้ไม่ทันความต้องการในบางช่วง และต้นทุนที่สูงขึ้นส่งผลต่อการเลือกจุดหมาย ระยะเวลาพำนัก และงบประมาณที่เหลือสำหรับใช้จ่ายในไทย จึงต้องทำงานร่วมกับสายการบินและบริษัทนำเที่ยวเพื่อเพิ่มทางเลือก การเดินทางและพัฒนาแพ็กเกจที่มีความคุ้มค่า
2. เศรษฐกิจยุโรป ค่าครองชีพ และความแปรปรวนของฤดูกาล ภาวะเศรษฐกิจ ค่าพลังงาน และค่าครองชีพเป็นปัจจัยที่ทำ ให้นักท่องเที่ยวกลุ่ม Mainstream ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่ครัวเรือนมีภาระด้านพลังงานเพิ่มขึ้น
สถานการณ์นี้เปิดโอกาสให้เสนอขายแพ็กเกจที่ระบุค่าใช้จ่ายชัดเจน รวมถึง All-inclusive สำหรับกลุ่มที่ต้องการควบคุมงบประมาณตลอดการเดินทาง ในอีกด้านหนึ่ง หากฤดูหนาวยาวนาน อาจเป็นโอกาสของกลุ่ม Long-stay, Remote Workers และผู้เกษียณอายุ ที่ต้องการพำนักในประเทศอากาศอบอุ่น แต่หากอากาศอุ่นขึ้นหรือฤดูหนาวสั้นลง เช่น ปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในยุโรป
ล่าสุดอิตาลีในเดือนตุลาคม อุณหภูมิอยู่ที่ 25°C ทั้งๆที่ใกล้หน้าหนาวแล้วก็มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางหลบหนาว เพราะนักท่องเที่ยวบางส่วนอาจเลือกพักผ่อนภายในภูมิภาค หรือเดินทางระยะสั้น จึงต้องติดตามสภาพอากาศควบคู่กับพฤติกรรมการจอง โดยเฉพาะเมื่อฤดูร้อนในยุโรปยาวนานขึ้นและเกิดความไม่แน่นอนด้านการเดินทางพร้อมกัน
3. การแข่งขันด้านราคาและอัตราแลกเปลี่ยน โดยค่าเงินของประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม และญี่ปุ่น ที่อ่อนค่า ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่ม Mainstream และ Leisure เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรวมของทริปอย่างละเอียดมากขึ้นทั้งราคาบัตรโดยสาร ที่พัก อาหาร และกิจกรรม ประเทศคู่แข่งที่มีต้นทุนเข้าถึงตํ่ากว่า หรือได้ประโยชน์จากค่าเงินที่อ่อนลง อาจมีความได้เปรียบด้านราคา
ประเทศไทยจึงต้องทำให้เห็นความคุ้มค่าของประสบการณ์และคุณภาพบริการอย่างชัดเจนพร้อมพัฒนาสินค้าที่เหมาะกับงบประมาณหลายระดับ
4. การรับรู้ว่าประเทศไทยมีราคาสูงขึ้น โจทย์สำคัญคือการรับรู้ของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวบางกลุ่มว่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาประเทศไทยสูงขึ้นเมื่อเทียบกับจุดหมายคู่แข่งในเอเชีย การสื่อสารจึงต้องทำให้ Value for Money จับต้องได้ ผ่านมาตรฐานบริการ ความหลากหลายของกิจกรรม ความสะดวกในการเดินทาง และประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและความโปร่งใสของราคา
แม้นักท่องเที่ยวบางส่วนรู้สึกว่าไทยราคาสูงขึ้นกว่าในอดีต แต่อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงมองว่าประเทศไทยมีความคุ้มค่าเงิน (Value for Money) สูง เมื่อเทียบกับขนาดห้องพักและการบริการ
5.ความสอดคล้องระหว่างความต้องการที่พักกับสินค้าในพื้นที่ ต้องเชื่อมความต้องการโรงแรมระดับ 4–5 ดาวกับจำนวนห้องพัก ระดับราคา ทำเล และช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวต้องการเดินทางให้เหมาะสมยิ่งขึ้น การทำงานร่วมกับโรงแรม DMCs และผู้ประกอบการในพื้นที่จะช่วยให้จัดสรรห้องพักและออกแบบโปรแกรมได้ตรงกับตลาด รวมถึงกระจายความต้องการไปยังเมืองใกล้เคียงที่มีสินค้าพร้อมรองรับ
เดินหน้ากลยุทธ์ W x L x D
ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนตลาดในปีหน้า ททท.จะเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ “กว้าง – ยาว – ลึก” หรือ W x L x D โดยในแนวกว้าง (Widen the Growth Horizon) ดังนี้
1. “กว้าง” (Widen the Growth Horizon) จะเน้นการขยายฐานตลาดใหม่ ททท. มุ่งขยายตลาด เมืองต้นทาง กลุ่มลูกค้า และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อสร้างความต้องการเดินทางใหม่และกระจายความเสี่ยง โดยมีพื้นที่เป้าหมายครอบคลุมกลุ่มประเทศ CIS, ฝรั่งเศสตอนใต้, ยุโรปกลางและตะวันออก (โปแลนด์ เช็ก โรมาเนีย ฮังการี โปรตุเกส)
รวมถึงขยายตลาดในเมืองศักยภาพ เช่น Hamburg และ Düsseldorf ในเยอรมนี ตลอดจน Nice, Marseille, Toulouse และ Lyon ในฝรั่งเศส การเจาะตลาดอเมริกาเหนือ มุ่งขยายเครือข่ายไปยังเมือง Dallas, Miami, Atlanta, พื้นที่ Midwest (Detroit, Minneapolis) และเมือง Montréal, Calgary, Edmonton ในแคนาดา
การทำงานร่วมกับ Key Players ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และพันธมิตรกลุ่ม Lifestyle ทั้งสโมสรกีฬา แบรนด์หรู ศูนย์การค้า เครือข่ายสุขภาพ สถาบันการเงิน และแพลตฟอร์มเทคโนโลยี
รวมถึงเดินหน้าลุยตลาด Ultra-Luxury โดยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน Tourism B2B Events สำคัญ ได้แก่ ULTRA Thailand 2027 ร่วมกับ PLE ระหว่างวันที่ 20–24 มิถุนายน 2570 เพื่อเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้ากับเครือข่าย Ultra-Luxury ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ซื้อและผู้ขายเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 400 คน
การสนับสนุเที่ยวบินสู่เมืองรอง โดยเน้นภารกิจAirline Focus ส่งเสริมให้สายการบิน ยังคงรักษาเส้นทางเดิม เพิ่มความถี่ และผลักดันการเชื่อมต่อเที่ยวบินเข้าสู่สุราษฎร์ธานีและกระบี่ เพื่อกระตุ้นการเดินทางต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียงและเมืองน่าเที่ยว
2. “ยาว” (Lengthen the Value Journey) คือ การเพิ่มระยะเวลาพำนัก ยกระดับสู่ “Year-round Lifestyle”โดย ททท. ร่วมมือกับ DMCs และผู้ประกอบการท้องถิ่นออกแบบโปรแกรมท่องเที่ยวที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพำนักนานขึ้น ใช้จ่ายกับประสบการณ์มากขึ้น และเดินทางครอบคลุมหลายพื้นที่ เน้นประสบการณ์ต่อเนื่อง โดย ชูประสบการณ์เรียนทำอาหารไทย มวยไทย รำไทย งานคราฟต์วิถีชุมชน การดูแลสุขภาพ คอร์สสมาธิ ความงาม และบริการทันตกรรม การเชื่อมโยงสินค้าท่องเที่ยว โดย ผสานสินค้าข้ามสาย เช่น Wellness + Gastronomy, Sports + Recovery และ Luxury + Local Experiences เพื่อเพิ่มคุณค่าการเดินทาง
รวมไปถึงการเชื่อมเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยว ผลักดันเส้นทางเชื่อมโยง เช่น ขนอม–สิชล–คีรีวง, อุบลราชธานี, เชียงราย, แพร่ และน่าน เป้าหมายใหม่ คือ พัฒนาประเทศไทยจากการเป็น Year-round Destination สู่การเป็น Year-round Lifestyle ที่มีกิจกรรมและประสบการณ์รองรับความสนใจที่หลากหลายตลอดทั้งปี
3. “ลึก” (Deepen Meaning Relevance and Value) กำหนดให้ปีนี้เป็นปีแห่งการอบรม โดยให้ทุกสำนักงานออกอัปเดตสินค้าท่องเที่ยว และจัดอบรมเชิงลึกแก่ Travel Agents และ Travel Advisors ทั่วโลก เพื่อให้สามารถแนะนำโปรแกรมที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายหลัก เช่น Family, Wellness, Luxury, Sports และผู้สนใจวัฒนธรรม
การปรับข้อมูลรองรับ AI Search โดยปรับฐานข้อมูลและเนื้อหาแนะนำการท่องเที่ยวของสำนักงานต่างประเทศทุกภาษาให้เป็น AI Friendly (เช่น การปรับ Thailand Insider) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยปรากฏในคำแนะนำเมื่อนักท่องเที่ยวค้นหาผ่านระบบ AI Search และการเร่งสร้างการรับรู้ในตลาดขนาดเล็กที่มีการเติบโตดี พร้อมผลักดัน Ease of Travelling ทั้งเรื่องวีซ่าและเที่ยวบิน โดยเริ่มจาก Seasonal Services ก่อนพัฒนาสู่ Year-round Services ควบคู่ไปกับการรักษา Momentum ในตลาดหลัก
ขณะเดียวกันในปี 2570 ประเทศไทยยังมีโอกาสต่อยอดความสำเร็จจากการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม IMF / World Bank Group)ที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกและความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยอย่างมาก ผ่านการเป็นเจ้าภาพจัดงานสำคัญ อาทิ Global Summit of Women, ULTRA Thailand 2027 ซึ่งมุ่งเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยวระดับ อัลตราลักชัวรี และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเวลเนส
ควบคู่กับนโยบาย Airline Focus ของททท. ที่มุ่งสร้างความร่วมมือกับสายการบินและพันธมิตร เพื่อเพิ่มการเข้าถึงประเทศไทย ขยายเส้นทางบินและที่นั่งโดยสารจากตลาดศักยภาพ
โด๊ปนักท่องเที่ยวยุโรป-อเมริกากู้ตลาดตะวันออกกลางหด
วิกฤตตะวันออกกลางไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเท่านั้น ในช่วงแรกยังส่งผลกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปด้วย เนื่องจากมีการเดินทางไทยผ่านฮับบินตะวันออกกลาง
ททท.ต้องปั้มตลาดทั้งยุโรป และสหรัฐอเมริกาอย่างหนัก เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาเกิดขึ้น และรุกกระตุ้นตลาดต่อเนื่องในปีหน้า
นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรป ททท. กล่าวว่า หากแยกเป็นรายตลาดของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคยุโรป ในช่วงแรกของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ตลาดสหราชอาณาจักร หรือ UK หดตัวลงเล็กน้อยราว 3-4% จากเหตุการณ์ช่วงวันที่ 28 ก.พ.-1 มี.ค.69 ซึ่งบริษัทนำเที่ยวต้องใช้งบประมาณสูงในการอพยพคนกลับ
ทั้งโครงสร้างนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป กลุ่มเลเชอร์และนักเรียนช่วงซัมเมอร์มาเที่ยวไทยลดลงในช่วงนั้น เนื่องจากมาตรการห้ามเดินทางผ่านเส้นทางตะวันออกกลางและปัญหาประกันภัย แต่มีกลุ่มครอบครัว (Family) เพิ่มขึ้นเข้ามาทดแทน
ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวอิตาลี ชะลอตัวจากปัญหาความสะดวกในการเดินทาง (Accessibility) และภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ปัจจุบันมีการดึงสายการบิน ITA Airways (ซึ่งถูก Lufthansa Group ซื้อกิจการ) เข้ามาทำ Code-share เพิ่มโอกาสเชื่อมโยงการเดินทาง
รวมทั้งมีการเจรจากับสายการบิน Neos ที่สนใจเปิดเส้นทางบินตรงสู่สุราษฎร์ธานีหรือกระบี่ช่วง Winter 2027/2028 สำหรับตลาดสเปน ททท.ได้ทำแคมเปญร่วมกับห้างสรรพสินค้า El Corte Inglés และ El Corte Holiday ผ่านสื่อจอโฆษณา 420 จอทั่วประเทศสเปน เพื่อกระตุ้นการขายแพ็กเกจท่องเที่ยวไทย
ขณะที่ตลาดโปรตุเกส ททท.เพิ่มการลงทุนทำตลาดและเปลี่ยนรูปแบบจากการพึ่งพาฮับตะวันออกกลางมาเป็นการใช้ Connecting Flights ผ่านฮับอื่นแทน นอกจากนี้ยังปรับการสื่อสารจาก Year-round Destination เป็น “Year-round Holiday” เพื่อสร้างการรับรู้ว่าสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวไทยได้ตลอดทั้งปี รวมไปถึงการกระจายการท่องเที่ยวสู่เมืองรองตามพฤติกรรมของแต่ละตลาด
อาทิ ฝรั่งเศส ชูวัฒนธรรม ททท.ก็จะขาย เชื่อมโยงสู่อุบลราชธานี ลอนดอน/สแกนดิเนเวีย ชอบชายหาด และ Soft Adventure/ชุมชน ก็จะเชื่อมโยงสู่ จังหวัดพังงา (ตะกั่วป่า)โรม เชื่อมโยงสู่ จังหวัดเชียงราย และ ตราดแฟรงก์เฟิร์ต เชื่อมโยงสู่ จังหวัดนครศรีธรรมราช (ขนอม) เป็นต้น
ด้านนางสาววัจนันท์ ศิลปวรณ์วิวัฒน์ ผู้อำนวยการภูมิภาคอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท.กล่าวว่า สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา ยังคงเติบโตได้ดีและไม่มีการลดลง ททท.จะเน้นขยายการทำตลาดไปยังเมืองรองและพื้นที่ใหม่ๆ เช่น ดัลลัส, ไมอามี, แอตแลนตา และภูมิภาค Midwest
รวมถึงมุ่งเจาะกลุ่มพันธมิตรใหม่ เช่น Travel Management Company (TMC) ที่ดูแลกลุ่ม Corporate ใหญ่, เครือข่าย Travel Advisor (เช่น Virtuoso), กลุ่ม Incentive Travel และ DMC และเน้นการขายการท่องเที่ยวเมืองรองให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยว
โดยสำนักงานอเมริกา/ตะวันออกกลาง/แอฟริกา เน้นขายเชื่อมโยงสู่ นครราชสีมา, ประจวบคีรีขันธ์, เชียงราย, พังงา, แพร่, น่าน และชุมชนท่องเที่ยว เช่น เกาะกลาง (กระบี่)
ด้านตลาดแอฟริกา ปัจจุบันสนามบินเอธิโอเปียได้รับการพัฒนาเป็นฮับทางการบินสำคัญในภูมิภาคแอฟริกานักท่องเที่ยวแอฟริกามีการเติบโตและเริ่มมองมายังประเทศไทยมากขึ้น นอกเหนือจากตลาดแอฟริกาใต้






