thansettakij
thansettakij
สิ้นปีจบ ขยะกากอุตสาหกรรม 'วราวุธ' ลุยตรวจเข้ม 3,049 โรงงาน

สิ้นปีจบ ขยะกากอุตสาหกรรม 'วราวุธ' ลุยตรวจเข้ม 3,049 โรงงาน

01 พ.ย. 69 | 10:15 น.
อัปเดตล่าสุด :01 พ.ย. 69 | 10:16 น.

'วราวุธ' สั่งลุย! มอบ 5 นโยบาย คิกออฟปฏิบัติการตรวจโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม 3,049 แห่ง บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด เร่งตีกรอบจบใน ธ.ค.นี้

KEY

POINTS

  • กระทรวงอุตสาหกรรม นำโดยนายวราวุธ ศิลปอาชา เปิดปฏิบัติการตรวจเข้มโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม (ประเภท 105 และ 106) จำนวน 3,049 แห่งทั่วประเทศ
  • การตรวจมุ่งเน้นพื้นที่เสี่ยงและโรงงานที่มีประวัติถูกร้องเรียน เพื่อสกัดกั้นการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและของเสียอันตราย
  • ตั้งเป้าหมายการตรวจสอบให้แล้วเสร็จทั่วประเทศภายในเดือนธันวาคม 2569 โดยจะเริ่มจากพื้นที่เสี่ยง 10 จังหวัด

กระทรวงอุตสาหกรรมเปิดปฏิบัติการตรวจโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 ระดมเจ้าหน้าที่ตรวจ 3,049 แห่งทั่วประเทศ เน้นพื้นที่เสี่ยงและโรงงานถูกร้องเรียน สกัดลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและของเสียอันตราย ตั้งเป้าตรวจพื้นที่เสี่ยงเสร็จ พ.ย. ก่อนขยายผลทั่วประเทศภายใน ธ.ค. 2569

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงฏิบัติการ “ตรวจ กำกับ และบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด” สำหรับการประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 หรือ โรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม ก่อนทำพิธีปล่อยขบวนรถตรวจการณ์ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ ว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นภารกิจสำคัญในการยกระดับการกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรมให้เข้มแข็ง โปร่งใส และรับผิดชอบต่อสังคม  นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่สำคัญคือ การเติบโตทางเศรษฐกิจนั้น ต้องไม่ผลักภาระความเสี่ยงหรือมลพิษไปให้ประชาชน แม้ว่าโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน แต่ต้องดำเนินกิจการภายใต้กฎหมาย หากพบการลักลอบทิ้ง ฝังกลบ หรือจัดการของเสียอันตรายไม่ถูกต้อง หน่วยงานกำกับดูแลต้องดำเนินการอย่างจริงจัง

ระดมตรวจ 3,049 โรงงาน เน้นพื้นที่เสี่ยง-มีประวัติร้องเรียน

พร้อมกันนี้ ได้มอบนโยบายสำคัญ 5 ประการ ให้ทุกหน่วยงานถือปฏิบัติ ได้แก่

  1. ยึดความปลอดภัยประชาชนและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก : ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงครอบคลุมทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การรับ-ส่ง จัดเก็บ และระบบบำบัดมลพิษ หากพบเหตุอันตรายให้เร่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ทันที
  2. บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด : ใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งผู้ประกอบการรายเล็กและรายใหญ่ โดยไม่มีการละเว้นหรือเลือกปฏิบัติ หากต้องสั่งแก้ไข ระงับ หรือสั่งหยุดประกอบกิจการ ให้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายเพื่อสร้างระบบที่เป็นธรรม
  3. ตรวจสอบเชิงรุก มุ่งเป้าตามความเสี่ยง : เร่งตรวจโรงงานเป้าหมายทั้งหมด 3,049 แห่งทั่วประเทศ โดยให้ความสำคัญกับโรงงานที่มีข้อร้องเรียนหรือประวัติฝ่าฝืนคำสั่ง และต้องติดตามผลจนเกิดการแก้ไขจริง
  4. บูรณาการทุกหน่วยงานให้เป็นหนึ่งเดียว : ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ทำงานร่วมกันทั้งข้อมูล บุคลากร และเครื่องมือ โดยไม่ปล่อยให้ปัญหาค้างจากข้อจำกัดในการประสานงาน
  5. ปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้ : เจ้าหน้าที่ต้องทำงานด้วยความสุจริต รอบคอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคม

แบ่ง 3 กลุ่มพื้นที่ เร่งตรวจให้เสร็จภายใน ธ.ค. 2569

สำหรับกรอบระยะเวลาดำเนินงาน ได้แบ่งการตรวจสอบเป็น 3 กลุ่มพื้นที่ ได้แก่

  • พื้นที่กลุ่ม A (5 จังหวัด: ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี สมุทรปราการ) และ พื้นที่กลุ่ม B (5 จังหวัด: สมุทรสาคร นครปฐม ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี) กำหนดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2569
  • พื้นที่กลุ่ม C (อีก 66 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร) กำหนดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569

กระทรวงอุตสาหกรรมเปิดปฏิบัติการตรวจโรงงานลำดับที่ 105 และ 106

นายวราวุธ เน้นย้ำว่า การปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้เป็นการปกป้องความปลอดภัยของประชาชน ดูแลสิ่งแวดล้อม และยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลโรงงานทั่วประเทศอย่างยั่งยืน โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่น กล้าตัดสินใจภายใต้กรอบกฎหมาย และคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและเพื่อนร่วมงานตลอดการปฏิบัติภารกิจ