
รัฐบาลเคาะ Early Retire เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด เพดานเกิน 15 เท่า จ่อชงครม.
รัฐบาล เคาะเงื่อนไขรายละเอียดโครงการ Early Retire เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด พร้อมชงครม.พ.ย.นี้ แย้มเงินก้อนสูงกว่า 15 เท่า เป็นเพดานสูงสุด แต่ทุกคนรับไม่เท่ากัน รอ ก.พ. แจงข้อมูล ใครออกต้องเซ็นยินยอมไม่กลับเข้ามาอีก
KEY
POINTS
- รัฐบาลเตรียมเสนอโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire) ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในเดือน พ.ย. 69 โดยตั้งเป้าลดข้าราชการพลเรือน 5% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี
- ผู้เข้าร่วมโครงการอาจได้รับเงินก้อนชดเชยที่มีเพดานสูงสุดเกิน 15 เท่าของเงินเดือน โดยจะพิจารณาตามอายุราชการเป็นหลัก
- คุณสมบัติเบื้องต้นเน้นกลุ่มข้าราชการอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่อาจเปิดให้กลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไปสมัครได้หากโควตาไม่เต็ม โดยผู้เข้าร่วมต้องสละสิทธิ์กลับเข้ารับราชการ
30 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อพิจารณาโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือ Early Retire ล่าสุดได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการกำหนดสิทธิประโยชน์ (เงินก้อน) ของผู้เข้าร่วมโครงการ และเงื่อนไขทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว คาดว่า จะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบได้ภายในกลางเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ เพื่อเริ่มต้นโครงการได้ภายในปี 2570
ทั้งนี้รัฐบาลกำหนดเป้าหมายการดำเนินโครงการ Early Retire ไว้ที่ 5% ต่อปี โดยจะเป็นโครงการต่อเนื่องในระยะเวลา 5 ปี รวมเป็นการลดจำนวนลง 25% จากยอดบุคลากรปัจจุบัน หรือคิดเป็นประมาณ 30,000 ตำแหน่ง โดยกลุ่มแรกคือผู้ที่ประสงค์ออกก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ครอบคลุมเฉพาะข้าราชการพลเรือนเป็นหลัก เนื่องจากฝ่ายตำรวจและทหารมีโครงการลักษณะนี้ดำเนินการอยู่แล้ว
“ข้อมูลในเบื้องต้นได้รับการสรุปแล้ว และไม่อยากให้เกิดความสับสนจากการนำตัวเลขไปคำนวณคูณกันในสื่อสังคมออนไลน์ ในความเป็นจริงมีสูตรและวิธีการคำนวณที่ชัดเจน ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับแนวทางที่เคยดำเนินการในอดีต เพียงแต่เพดานสูงสุดที่จะได้รับมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น” นายปกรณ์ ระบุ
เมื่อถามว่า เพดานสูงสุดที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นนั้น มากกว่า 15 เท่าหรือไม่ นายปกรณ์ ยอมรับว่า อาจมากกว่านั้น โดยที่ผ่านมาตัวเลข 15 เท่าถือเป็นเพดานสูงสุด ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้รับ 15 เท่าทั้งหมด เนื่องจากต้องขึ้นอยู่กับอายุราชการของแต่ละบุคคล เบื้องต้นขออย่าเพิ่งนำตัวเลขไปแพร่กระจายหรือคาดเดา เพราะเมื่อมีความชัดเจน ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. จะจัดทำรายละเอียดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ส่วนของเกณฑ์อายุของผู้เข้าร่วมโครงการ มีการปรับลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้ 50 ปี มาเป็น 40 ปีด้วยหรือไม่นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า หลักการตามมติเดิมยังคงยึดกลุ่มข้าราชการที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปเป็นหลัก แต่หากกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไปสมัครเข้าร่วมไม่เต็มตามโควตาที่กำหนด จะเปิดโอกาสให้กลุ่มที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ เช่น ความจำเป็นในการดูแลครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือเหตุผลส่วนตัวในภูมิภาค
อย่างไรก็ตามหากข้าราชการเข้าร่วมโครงการ Early Retire ไปแล้ว มีเงื่อนไขห้ามกลับเข้ารับราชการอีกหรือไม่ รองนายกฯ ยอมรับว่า รัฐบาลกำหนดเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการ โดยให้แสดงความยินยอมสละสิทธิ์ในการกลับเข้ารับราชการในทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานในภาคราชการ ฝ่ายตุลาการ หรือฝ่ายอัยการ เนื่องจากวัตถุประสงค์ของโครงการคือการให้ลาออกจากราชการด้วยดี
ขณะที่ตำแหน่งของข้าราชการที่เข้าร่วมโครงการจะต้องถูกยุบเลิกไปเลยหรือไม่นั้น มองว่า ไม่จำเป็นต้องยุบตำแหน่งของคนที่แสดงความจำนงออกโดยตรงเสมอไป แต่จะใช้วิธียุบตำแหน่งอื่นในจำนวนที่เท่ากันแทน เพื่อให้จำนวนบุคลากรโดยรวมลดลงให้ได้มากที่สุด ซึ่งการดำเนินการไม่ได้เน้นเพียงการลดจำนวนคนเท่านั้น แต่จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วยการนำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในระบบราชการ







