
เปิด 7 นวัตกรรมเกษตร วว. ลดต้นทุนปุ๋ย–เพิ่มมูลค่าแปรรูป
รู้จัก 7 นวัตกรรมเกษตรและแปรรูปจาก วว. ตั้งแต่ปุ๋ยสั่งตัด กล้วยต้นเตี้ย ต้นกล้ามันสำปะหลังปลอดโรค ถึงเทคโนโลยีพลังงาน พร้อมประโยชน์และข้อมูลที่ควรรู้ก่อนนำไปใช้
KEY
POINTS
- วว. เปิดตัว 7 นวัตกรรมเกษตร ครอบคลุมด้านการเพาะปลูกและการแปรรูปเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่า
- นำเสนอปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัดสำหรับอ้อยและมันสำปะหลัง ช่วยฟื้นฟูดินและลดต้นทุนปุ๋ยได้สูงสุด 60%
- พัฒนาเทคโนโลยีการเพาะปลูก เช่น กล้วยต้นเตี้ยเพื่อลดความเสียหายจากลมพายุ และต้นกล้ามันสำปะหลังปลอดโรคเพื่อเพิ่มผลผลิต
- ส่งเสริมการแปรรูปเพิ่มมูลค่าด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยี เช่น เตาชีวมวลประหยัดเชื้อเพลิง เครื่องหั่นกล้วย และ
ต้นทุนการผลิต โรคพืช และข้อจำกัดในการแปรรูป เป็นโจทย์ที่เกษตรกรและผู้ประกอบการชุมชนต้องบริหารควบคู่กัน การเลือกเทคโนโลยีจึงควรเริ่มจากปัญหาของแต่ละพื้นที่ รวมถึงความพร้อมในการลงทุนและใช้งาน
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย หรือ วว. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่ข้อมูลเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ถึง 7 นวัตกรรมเกษตรและแปรรูป ครอบคลุมตั้งแต่การเพาะปลูก การเพิ่มมูลค่าผลผลิต ไปจนถึงพลังงาน
7 นวัตกรรมเกษตรและแปรรูป วว. มีอะไรบ้าง
1. ปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัด สำหรับอ้อยและมันสำปะหลัง
ใช้ข้อมูลสภาพดินประกอบการบำรุงพืช โดย วว. ระบุว่าช่วยฟื้นฟูดินและลดต้นทุนได้สูงสุด 60% ผู้สนใจควรสอบถามสูตรและอัตราใช้ที่เหมาะกับแปลงก่อนนำไปใช้
2. กล้วยต้นเตี้ย ลดความเสียหายจากสภาพอากาศ
เทคโนโลยีผลิตกล้วยต้นเตี้ยมุ่งลดความเสียหายของลำต้นและผลผลิต พร้อมช่วยให้ผลผลิตสม่ำเสมอ วว. รายงานผลเพิ่มรายได้ 20–30%
กล้วยหอมต้นเตี้ย เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารควบคุมการเจริญเติบโต เพื่อปรับลักษณะต้นให้เหมาะกับการผลิตและลดความเสี่ยงจากลมพายุ
คำว่า “ต้นเตี้ย” ในบริบทนี้จึงไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นกล้วยพันธุ์ใหม่เสมอไป แต่เกี่ยวข้องกับวิธีจัดการการเจริญเติบโตของต้นด้วย
กล้วยต้นเตี้ย วว. ได้ใช้เทคโนโลยีพาโคลบิวทราโซล หรือ Paclobutrazole ช่วยยับยั้งการยืดตัว โดยรายงานว่าความสูงลดจากมากกว่า 4 เมตร เหลือประมาณ 2–2.5 เมตร และเส้นรอบวงลำต้นเพิ่มขึ้น
วัตถุประสงค์คือให้ต้นรับน้ำหนักเครือได้ดีขึ้น ลดโอกาสหักล้ม และสะดวกต่อการดูแลกับเก็บเกี่ยว ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลที่หน่วยงานรายงาน ไม่ใช่ผลรับประกันสำหรับทุกแปลง
การนำไปใช้ควรขอคำแนะนำเฉพาะจากผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงตรวจสอบผลิตภัณฑ์และวิธีใช้ให้ตรงกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
3. ต้นกล้ามันสำปะหลังปลอดโรค
ใช้การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อผลิตต้นกล้าปลอดเชื้อไวรัส เพื่อรับมือปัญหาโรคพืช โดย วว. ระบุผลเพิ่มผลผลิต 80–100%
4. เตาชีวมวลสำหรับแปรรูปอาหาร
พัฒนาสำหรับกระบวนการแปรรูปที่ต้องใช้ความร้อน ช่วยลดเวลากวนและประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ถึง 37.43% ตามข้อมูลของ วว.
5. เครื่องหั่นกล้วยสไลด์
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแปรรูปมากกว่า 50% และลดการใช้แรงงานได้ถึง 60% ตามที่ วว. รายงาน เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้แปรรูปกล้วยที่ต้องการปรับกระบวนการผลิต
6. เทคโนโลยีผลิตสุราท้องถิ่น
นำผลผลิตเกษตร เช่น อ้อยและมันสำปะหลัง มาแปรรูปเพิ่มมูลค่า พร้อมเชื่อมโยงโอกาสด้านผลิตภัณฑ์ชุมชนและการท่องเที่ยว
7. โรงงานต้นแบบผลิตแอลกอฮอล์ไร้น้ำ
ผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลังที่ความบริสุทธิ์ 99.5% โดย วว. ระบุว่ากระบวนการช่วยลดการใช้พลังงานลง 40%
ก่อนเลือกใช้นวัตกรรมเกษตร ต้องสอบถามอะไร
ตัวเลขผลประหยัดหรือผลผลิตที่เพิ่มขึ้นควรพิจารณาควบคู่กับเงื่อนไขการใช้งาน ผู้สนใจควรสอบถามเจ้าของเทคโนโลยีเพิ่มเติม ได้แก่
-
ผลทดสอบเปรียบเทียบกับวิธีใด และดำเนินการในพื้นที่ใด
-
เงินลงทุน ค่าเดินเครื่อง ค่าบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายอื่น
-
ขนาดพื้นที่หรือปริมาณผลผลิตที่เหมาะสม
-
รูปแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยี การอบรม และบริการหลังรับถ่ายทอด
-
การประเมินควรใช้ต้นทุนและผลตอบแทนของกิจการตนเองประกอบ ไม่ควรนำตัวเลขสูงสุดไปคาดการณ์เป็นผลลัพธ์ที่จะได้รับทุกกรณี
อ้างอิง:







