
ไทยหารือเนเธอร์แลนด์ เร่งปิดดีล FTA ไทย-EU ปี 69 ดันเปิดตลาดข้าว-ไก่-ทูน่า
“วีระพงษ์” หารือรัฐมนตรีการค้าเนเธอร์แลนด์ เร่งเจรจา FTA ไทย-EU ให้จบภายในปี 2569 พร้อมขอหนุนเปิดตลาดข้าวขาว เนื้อไก่ และปลาทูน่ากระป๋อง หวังเพิ่มโอกาสส่งออกไทย ด้านการค้าสองประเทศปี 2568 มูลค่า 7,967 ล้านดอลลาร์
KEY
POINTS
- ผู้แทนการค้าไทยหารือกับเนเธอร์แลนด์ เพื่อเร่งรัดการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปให้สรุปผลภายในปี 2569
- ไทยขอให้เนเธอร์แลนด์สนับสนุนการเปิดตลาดสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทยใน EU โดยเฉพาะข้าวขาว เนื้อไก่ และปลาทูน่ากระป๋อง
- นอกจากการเจรจา FTA ไทยยังได้นำเสนอเป้าหมายเพื่อดึงดูดการลงทุนจากเนเธอร์แลนด์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและพลังงานสะอาด
นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ได้หารือกับนาย Sjoerd Sjoerdsma รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ณ สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (EU) ที่เนเธอร์แลนด์
นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนการเร่งรัดการเจรจา FTA ไทย-EU ให้สามารถสรุปผลได้ภายในปี 2569 โดยต้องรักษาสมดุลระหว่างความรวดเร็วกับคุณภาพของความตกลง และคำนึงถึงการสร้างการยอมรับจากภาคส่วนต่างๆ ซึ่งฝ่ายไทยขอให้เนเธอร์แลนด์ในฐานะประเทศสมาชิก EU สนับสนุนการเจรจา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเปิดตลาดสินค้าเกษตรสำคัญของไทย อาทิ ข้าวขาว เนื้อไก่ และปลาทูน่ากระป๋อง เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อประชาชนและภาคธุรกิจไทย
นอกจากนี้ ยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการสร้างสมดุลด้านการเปิดตลาดสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรม โดยผู้แทนการค้าไทยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน
ขณะที่เนเธอร์แลนด์ได้แลกเปลี่ยนข้อกังวลเกี่ยวกับนโยบายอุตสาหกรรมและการแข่งขันทางการค้า ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อเนเธอร์แลนด์ และ EU
ดึงลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง-พลังงานสะอาด
นายวีระพงษ์ ระบุว่า หลังการหารือยังได้พบปะแลกเปลี่ยนมุมมองกับเครือข่ายภาคธุรกิจไทยและเนเธอร์แลนด์ที่เข้าร่วมงานเปิดที่ทำการแห่งใหม่ของสถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย อาทิ FrieslandCampina (Foremost), East-West Seed, Signify, KLM, Central Group, Indorama Ventures, SCG และ Thai Union
โดยไทยได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายการเป็นพันธมิตรทางการค้าและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง การส่งเสริมกติกาการค้าที่โปร่งใสและคาดการณ์ได้มากขึ้น รวมทั้งแนวทางการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ เทคโนโลยีขั้นสูง การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ยานยนต์ไฟฟ้า การยกระดับห่วงโซ่มูลค่าในภาคเกษตรและอาหาร และพลังงานสะอาด
เปิดมูลค่าการค้าไทย-เนเธอร์แลนด์ 7.96 พันล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ เนเธอร์แลนด์เป็นคู่ค้าอันดับที่ 19 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 2 ของไทยใน EU โดยในปี 2568 การค้าระหว่างไทยกับเนเธอร์แลนด์ มีมูลค่า 7,967.56 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 1.16% ของการค้าทั้งหมดของไทย โดยไทยส่งออกไปเนเธอร์แลนด์ มูลค่า 7,019.53 ล้านดอลลาร์ และไทยนำเข้าจากเนเธอร์แลนด์ มูลค่า 948.03 ล้านดอลลาร์
ด้านสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ แผงวงจรไฟฟ้า และเนื้อและส่วนต่างๆ ของสัตว์ที่บริโภคได้
สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และเครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์





