thansettakij
thansettakij
FTA ไทย-EU จ่อปิดดีล เปิดทาง FDI ฐานผลิตไทย ดัน GDP 1.28% ส่งออก 2.8%

FTA ไทย-EU จ่อปิดดีล เปิดทาง FDI ฐานผลิตไทย ดัน GDP 1.28% ส่งออก 2.8%

18 ก.ย. 69 | 06:13 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ก.ย. 69 | 06:13 น.

“ศุภจี” มั่นใจเจรจา FTA ไทย-EU รอบ 10 วันที่ 28 ก.ย.นี้ที่ภูเก็ต ปิดทุกข้อบทที่เหลือ คาดกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาราว 1 ปี ชี้ผลการศึกษาคาด FTA ดัน GDP ไทยเพิ่ม 1.28% และส่งออกโต 2.8%

KEY

POINTS

  • การเจรจา FTA ไทย-EU รอบที่ 10 จะจัดขึ้นในวันที่ 28 ก.ย. ที่จังหวัดภูเก็ต โดยตั้งเป้าหมายที่จะสรุปข้อตกลงในส่วนที่เหลือทั้งหมด
  • ผลการศึกษาชี้ว่าข้อตกลง FTA จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.28% และการส่งออกเพิ่มขึ้น 2.8%
  • ข้อตกลงนี้คาดว่าจะช่วยดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยเพื่อส่งออกไปยังสหภาพยุโรป

18 กันยายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย – สหภาพยุโรป ครั้งที่ 2/2569 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน ว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังข้อมูลและชี้แจงเกี่ยวกับกรอบการเจรจา

นางศุภจี กล่าว่า ปัจจุบันการเจรจาระหว่างไทยและ EU สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้แล้วประมาณ 2 ใน 3 ของข้อบททั้งหมด และเหลืออีกราว 1 ใน 3 โดยการเจรจาในรอบที่ 10 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 28 ก.ย.นี้ ณ จังหวัดภูเก็ต โดยจะใช้ระยะเวลาเจรจากับตัวแทนจาก EU ประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งการเจรจารอบที่ 10 นี้ 

ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายที่จะปิดข้อบทส่วนที่เหลือให้หมด จากนั้นจะไปสู่ขั้นตอนกระบวนการขัดเกลาทางกฎหมาย และการจัดทำถ้อยคำ ให้ตรงกันอย่างละเอียด เมื่อจัดทำร่างข้อตกลงและลงนามเรียบร้อย จะเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ต่อไปซึ่งขั้นตอนทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี 

ยันสินค้าอ่อนไหวยังยึดกรอบรอบ 9

สำหรับประเด็นเรื่องสินค้าที่เป็นข้ออ่อนไหวในการเจรจานั้น การเจรยายังคงยึดหลักการตามที่ได้หารือกับ EU ในการเจรจารอบที่ 9 โดยทั้งสองฝ่ายจะตีกรอบยกเว้นไว้โดยจะหยิบยกขึ้นมาอีก ส่วนรายการสินค้าที่สามารถเปิดตลาดและได้ประโยชน์ร่วมกันก็จะดำเนินการเปิดตลาดได้ก่อน 

นางศุภจี กล่าวต่อว่า การเปิดตลาด EU จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ช่วยลดการพึ่งพาตลาดเดิม และสร้างความสมดุลให้กับการค้าไทยมากยิ่งขึ้น

FTA ดึง FDI ฐานผลิตไทย

นอกจากนี้การบรรลุข้อตกลง FTA ไทย-EU เป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั้งจากสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น ให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยตรงในการส่งออกไปยัง EU ได้โดยตรง 

อีกทั้งจะเกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีกมาก โดยจากผลการศึกษาของสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนาระบุว่าจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศไทยเพิ่มขึ้น 1.28% ซึ่งปัจจุบันจีดีพีของไทยอยู่ที่ 2% กว่าๆ การเจรจาFTA ไทย-EU ก็จะช่วยให้จีดีพีของไทยเพิ่มขึ้นเป็นขยายตัวได้เกินกว่า 3% ต่อปี ส่วนการส่งออกจะเพิ่มขึ้น 2.8% ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ