
'พูนพงษ์' ปลัดพาณิชย์ กางแผน 3 มิติ คน-งาน-องค์กร รับมือเศรษฐกิจโลก
ปลัดพาณิชย์ “พูนพงษ์” มอบนโยบายกระทรวง วางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนกระทรวง 3 มิติ “คน-งาน-องค์กร” เปิดงบปี 2570 รวม 8,525 ล้านบาท ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน
KEY
POINTS
- ปลัดกระทรวงพาณิชย์ประกาศแผนขับเคลื่อนองค์กร 3 มิติ ได้แก่ คน, งาน และองค์กร เพื่อรับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจโลก
- มุ่งพัฒนาบุคลากร (คน) ให้ตรงกับงานและเติบโตอย่างเป็นธรรม พร้อมปรับเปลี่ยนองค์กรให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและมีความโปร่งใส
- กำหนดภารกิจเร่งด่วน 9 ด้าน (งาน) ครอบคลุมการดูแลราคาสินค้าและค่าครองชีพ, การส่งเสริม SME, การเพิ่มมูลค่าการส่งออก และการปรับปรุงกฎระเบียบ
14 ตุลาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับ ผู้บริหารกระทรวงฯ ทูตพาณิชย์ ทั่วโลก และพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ว่า กระทรวงพาณิชย์จะเน้นสร้างความสมดุล 3 ส่วน ประกอบด้วย คน งาน และองค์กร ซึ่งมีความสำคัญและเป็นปัจจัยหลักที่จะนำพาให้ ‘พาณิชย์ก้าวสู่กระทรวงแห่งความเป็นเลิศ’ เป็นที่พึ่งให้ภาคธุรกิจ เกษตรกร และประชาชนอย่างสมดุลในทุกมิติ
นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า การสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นระหว่างนโยบาย 3 ส่วน ‘คน งาน และองค์กร’ มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภารกิจกระทรวงประสบความสำเร็จและก้าวทันความเปลี่ยนแปลงที่มีความท้าทายรออยู่รอบด้าน ทั้งในระดับท้องถิ่นในประเทศ และต่างประเทศ โดยมีภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาที่แตกต่างกัน
เน้นคนตรงงาน-เป็นธรรม-โปร่งใส แข่งกันทำงาน
ส่วนที่ 1 คน ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกระดับ มีความสำคัญที่จะทำให้ภารกิจของกระทรวงฯ ประสบความสำเร็จ เป้าหมายของคนในมิติกระทรวงพาณิชย์ คือต้องแข่งกันทำงาน โดยจะเน้นจัดสรรคนให้ตรงตามงาน เนื่องจากเรามีข้าราชการทั้งกระทรวงเพียง 3,916 คน ดังนั้น บุคลากรทุกคนต้องมีความรู้ มีความเชี่ยวชาญพร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และพร้อมอำนวยความสะดวกแก่ภาคประชาชน
ขณะที่ความเติบโตในอาชีพราชการ จะใช้หลักความยุติธรรม ความเสมอภาค และความมีศักยภาพเป็นกติกาเพื่อรักษาและสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และทุ่มเทให้งานราชการอย่างแท้จริง พร้อมสร้างบรรทัดฐานการพิจารณาเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งด้วยความโปร่งใสตามความสามารถมาตรฐานการทำงาน และผลงานที่ผ่านมา
ลุย 9 ภารกิจเร่งด่วน คุมราคา หนุน SMEs ปราบนอมินี
ส่วนที่ 2 งาน ภารกิจหรืองานสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ต้องสอดรับกับบริบทการค้า การลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งในระยะสั้น-ระยะกลาง-ระยะยาว ประกอบด้วย
1. สร้างความเป็นธรรมทางการค้าแก่ทุกภาคส่วน โดยการจัดระเบียบและกำกับดูแลกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
2. ดูแลระดับราคาสินค้าเกษตร พาณิชย์จังหวัดในฐานะที่เป็นตัวแทนของกระทรวงพาณิชย์ในส่วนภูมิภาคต้องรอบรู้เศรษฐกิจเป็นอย่างดี ต้องรู้ลึก รู้จริง สำหรับข้อมูลในพื้นที่ พร้อมทั้งต้องจัดทำแผนสอดรับทุกสถานการณ์รวมถึงฤดูกาลสินค้าเกษตร ที่จะออกสู่ตลาดทั้งในระยะสั้น-กลาง-ยาว โดยต้องทำงานร่วมกับทูตพาณิชย์ เพื่อป้องกันสินค้าเกษตรล้นตลาดหรือราคาตกต่ำ
3. ดูแลค่าครองชีพให้มีความเหมาะสม โดยการใช้มาตรการทางกฎหมายและกลไกทางการค้าเข้ามาบริหารจัดการไม่ให้ราคาสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในชีวิตประจำวันของประชาชนสูงเกินสมควรจนสร้างความเดือดร้อน ผ่าน 2 มาตรการหลัก
- ควบคุมและติดตามราคาสินค้าที่มีความจำเป็น
- ลดราคาสินค้าช่วยประชาชนผ่านมาตรการเชิงรุกโครงการต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์ เช่น ‘ไทยช่วยไทยลดภาระ ลดค่าครองชีพ’
4. สร้างโอกาสและเสริมศักยภาพ SME การขยายช่องทางทางการค้า ผลักดัน SME เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกและ e-Commerce โดยเฉพาะ SME ที่มีความพร้อม เพื่อให้สามารถออกไปสู่ตลาดโลกได้ เร่งปรับทิศทางสินค้า GI โดยเน้นที่การส่งเสริมคุณภาพและเพิ่มมูลค่าควบคู่กับการเพิ่มจำนวนรายการ
5. เพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการ ทูตพาณิชย์ที่ประจำการในต่างประเทศทั่วโลก ต้องเร่ง ‘รักษาตลาดเดิม และรุกตลาดใหม่’ โดยจะเน้นการสร้างมูลค่าสินค้านวัตกรรมและบริการคุณภาพสูงในตลาดระดับกลาง-สูง ผลักดันให้ผู้ประกอบการ/ผู้ส่งออกไทยสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลกได้อย่างยั่งยืน
6. เร่งรัดการเจรจาการค้าสำคัญ โดยเฉพาะ FTA และกรอบความตกลงทางการค้าที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ช่วยให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SME นำแต้มต่อทางการค้าไปใช้ขยายตลาดส่งออกได้
7. ป้องกันและปราบปรามธุรกิจและสินค้าผิดกฎหมาย โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ ผลักดันให้เกิดความเป็นธรรมทางการค้า และปกป้องผู้ประกอบการ SME ไทย ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มทุนสีเทาหรือสินค้านำเข้าที่ผิดกฎหมาย
8. ยกระดับบริการให้สะดวก รวดเร็ว ทันสมัย กระทรวงพาณิชย์ต้องสนับสนุนนโยบายรัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมยกระดับให้เป็นกระทรวงดิจิทัล ลดขั้นตอน ลดระยะเวลา เพิ่มความรวดเร็ว และลดต้นทุนผู้ประกอบการและประชาชนในการติดต่อราชการ สร้างความง่ายในการประกอบธุรกิจของประเทศไทย
9. แก้ไข กฎ ระบียบ ให้ทันสมัย เอื้อต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการปรับปรุงกฎระเบียบและคำสั่งที่ล้าสมัยไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน หรือเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ
ปรับโครงสร้าง หนุนใช้ AI ขับเคลื่อนการทำงาน
ส่วนที่ 3 องค์กร กระทรวงพาณิชญ์พร้อมก้าวสู่การเป็นองค์กรภาครัฐที่มีความเข้มแข็ง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และมีความโปร่งใส โดยยึด ‘ประชาชนเป็นศูนย์กลาง’ เบื้องต้นได้วางกรอบการพัฒนากระทรวงพาณิชย์ในหลากหลายมิติ เช่น
มิติการเปลี่ยนผ่าน โดยการนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาปรับเปลี่ยนการให้บริการภาคธุรกิจและประชาชนในลักษณะ End-to-End Process เพื่อความรวดเร็ว หลีกเลี่ยงปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ สร้างความโปร่งใสให้องค์กร นอกจากนี้ จะเน้นการบริหารงานด้วยข้อมูล (Data Driven) ช่วยในการวิเคราะห์/ตัดสินใจเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ
มิติการปรับเปลี่ยนการปฏิบัติราชการให้มีความคล่องตัว เช่น ลดขั้นตอนการอนุมัติ/อนุญาติให้คล่องตัวมากขึ้น ใช้ระบบดิจิทัลมาพิจารณาอนุมัติ/อนุญาติเพื่อลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ รวมถึง การยกเลิกคำสั่งและระเบียบปฏิบัติที่ล้าสมัย
มิติการพัฒนาบุคลากรให้สอดรับกับภาครัฐยุคใหม่ โดยการเสริมสมรรถนะด้านการบริการเพิ่มการฝึกอบรมพัฒนาทักษะด้านนวัตกรรมการบริการ การวิเคราะห์ข้อมูล และเพิ่มทักษะความคิดเชิงออกแบบ
มิติด้านความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการให้บริการภาครัฐ สร้างการมี ส่วนรวมทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม เช่น การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐที่ไม่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศเพื่อให้ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานและการใช้เงินงบประมาณของกระทรวงพาณิชย์
ขณะเดียวกัน จะมุ่งยกระดับและปรับโครงสร้างหน่วยงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์และภารกิจจริง เพื่อรองรับการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ในโลกเศรษฐกิจและการค้าปัจจุบัน ทั้งการขอรับจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอและเหมาะสม เพื่อให้การทำงานดำเนินไปได้อย่างเต็มศักยภาพและประสิทธิภาพสูงสุดซึ่งจะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติมากยิ่งขึ้น
โดยปัจจุบัน กระทรวงฯ ได้รับงบประมาณ ปี 2570 ทั้งกระทรวง 8,525.3310 ล้านบาท รวมทั้งการปรับปรุงระดับตำแหน่ง อำนาจหน้าที่ และปรับหน่วยงานภายในเพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อยกระดับขีดความสามารถ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แต่ละกรมทำงานได้อย่างคล่องตัว และขับเคลื่อนเป้าหมายในภาพรวมของกระทรวงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ






