thansettakij
thansettakij
น้ำมันดีเซลแพง ฉุดดัชนีค่าขนส่ง Q3 พุ่ง 11.1% คาด Q4 ทรงตัวสูง กระทบค่าครองชีพ

น้ำมันดีเซลแพง ฉุดดัชนีค่าขนส่ง Q3 พุ่ง 11.1% คาด Q4 ทรงตัวสูง กระทบค่าครองชีพ

15 ต.ค. 69 | 07:25 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ต.ค. 69 | 07:40 น.

สนค. เผยดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนไตรมาส 3/2569 เพิ่ม 11.1% จากปีก่อน รับผลกระทบน้ำมันดีเซลแพง คาดไตรมาส 4 ทรงตัวสูง หวั่นต้นทุนขนส่งส่งผ่านราคาสินค้า กระทบค่าครองชีพประชาชน

KEY

POINTS

  • ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนไตรมาส 3 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 11.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น
  • การปรับขึ้นของค่าขนส่งส่งผลกระทบในทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรกรรม (สูงขึ้น 13.4%) และสินค้าอุตสาหกรรม (สูงขึ้น 11.0%)
  • คาดการณ์ว่าดัชนีค่าขนส่งในไตรมาส 4 จะยังคงทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง จากแนวโน้มราคาน้ำมันและความต้องการขนส่งที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปลายปี

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ( สนค.) รายงานว่า ภาพรวมดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 3 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 โดยมีปัจจัยหลักจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก และคาดว่าในไตรมาสถัดไป ดัชนีฯ จะมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง ตามทิศทางราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และอุปสงค์ในภาคการขนส่งที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี

ทั้งนี้ ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามกิจกรรมการผลิต ไตรมาสที่ 3 ปี 2569 สูงขึ้น 11.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 เป็นการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

โดยหมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง สูงขึ้น 13.4% จากการสูงขึ้นของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง สูงขึ้น 3.8% จากการสูงขึ้นของหิน ทราย และดิน และลิกไนต์  หมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สูงขึ้น 11.0% จากการสูงขึ้นของค่าบริการขนส่งผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์อาหาร และการขนส่งเครื่องจักรและเครื่องมือ

นอกจากนี้ ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามประเภทรถ ไตรมาสที่ 3 ปี 2569 สูงขึ้น 10.1% เป็นการสูงขึ้นของประเภทรถที่บริการขนส่งสินค้า ได้แก่ 

  • รถกระบะบรรทุก สูงขึ้น 10.9%
  • รถพ่วง สูงขึ้น 9.0% 
  • รถตู้บรรทุก สูงขึ้น 11.3%
  • รถบรรทุกเฉพาะกิจ สูงขึ้น 7.0%
  • รถบรรทุกของเหลว สูงขึ้น 7.3% 
  • รถบรรทุกวัสดุอันตราย สูงขึ้น 11.2% 
  • รถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว สูงขึ้น 7.8%

โดยการสูงขึ้นของดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ปัจจัยสำคัญมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศปรับตัวสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา 

ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งมีภาระต้นทุนสูงขึ้นตาม ผู้ประกอบการจึงมีความจำเป็นต้องปรับราคาค่าบริการให้สอดรับกับปริมาณการขนส่งและต้นทุนการดำเนินงาน 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาดัชนีฯ มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในช่วงต้นไตรมาสเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงด้านพลังงานและความผันผวนภายนอกอย่างใกล้ชิดต่อไป

คาดค่าขนส่งไตรมาส 4 ยังสูง 

สำหรับแนวโน้มดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 ประเมินว่าดัชนียังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นและทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง อัตราการขยายตัวของดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมายังคงอยู่ในระดับสูง 

นอกจากนี้ ความต้องการอุปโภคและบริโภคอาจเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปลายปี รวมถึงผู้ประกอบการและผู้ค้าปลีกอาจมีการเร่งระบายสต๊อกสินค้าและส่งมอบสินค้าให้ทัน ก่อนช่วงวันหยุดยาว อีกทั้งสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้เส้นทางขนส่งบางพื้นที่อาจต้องใช้เวลาหรือต้นทุนในการบริหารจัดการเพิ่มขึ้น 

สำหรับต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ตลาดโลก ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ภาครัฐจำเป็นต้องเข้ามาดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากค่าขนส่งถือเป็นต้นทางสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อต้นทุนวัตถุดิบ และระดับราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคปลายทางให้สูงขึ้น และท้ายที่สุดอาจสร้างแรงกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชน 

ดังนั้น ในส่วนของผู้ประกอบการควรเร่งยกระดับประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยวางแผนเส้นทางเพื่อประหยัดพลังงาน และปรับตัวสู่แนวทางโลจิสติกส์สีเขียว เพื่อลดความผันผวนจากราคาพลังงาน  

ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรบูรณาการความร่วมมือในการลดอุปสรรคและต้นทุนแฝง ควบคู่ไปกับมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน