thansettakij
thansettakij
เตือน สหรัฐฯ-จีน แข่งชิง AI-Data เขย่าเศรษฐกิจโลก ดันอาเซียนแหล่งลงทุนใหม่

เตือน สหรัฐฯ-จีน แข่งชิง AI-Data เขย่าเศรษฐกิจโลก ดันอาเซียนแหล่งลงทุนใหม่

14 ต.ค. 69 | 05:25 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ต.ค. 69 | 05:34 น.

เวที FUTURE-READY ECONOMY 2026 เตือน AI-Data กลายเป็นเครื่องมือต่อรองทางภูมิรัฐศาสตร์ เสี่ยงผูกขาดเทคโนโลยี แนะอาเซียนเร่งสร้างพันธมิตร ดึงลงทุนด้านนวัตกรรม พร้อมพัฒนาทักษะแรงงานรับเศรษฐกิจยุคใหม่

KEY

POINTS

  • การแข่งขันด้าน AI และข้อมูล (Data) ระหว่างสหรัฐฯ และจีน กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางภูมิรัฐศาสตร์
  • ความขัดแย้งของมหาอำนาจผลักดันให้ภูมิภาคอาเซียนกลายเป็นแหล่งลงทุนและฐานการผลิตแห่งใหม่ที่น่าสนใจ
  • อาเซียนต้องสร้างพันธมิตรในภูมิภาค เร่งพัฒนาบุคลากร และสร้างอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) เพื่อรับมือและคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงนี้

14 ตุลาคม 2569 ภายในงาน FUTURE-READY ECONOMY 2026 ณ สยามพารากอน ซึ่งเป็นกิจกรรมคู่ขนานอย่างเป็นทางการของการประชุมประจำปี IMF และ World Bank Group (Annual Meetings 2026) มีการจัดเสวนาหัวข้อ Capital for Security โดยผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย Mr. Daniel R. Fung รองประธานสภาพัฒนาบริการทางการเงินฮ่องกง, Mr. Robert Frank Godec นักการทูตอาวุโสชาวอเมริกัน, Mr. John Radovan ผู้อำนวยการฝ่ายภาครัฐของ MIT Open Learning สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) และ Dr. Andrew Staples ผู้อำนวยการฝ่ายกองบรรณาธิการประจำภูมิภาคเอเชียของนิตยสาร Fortune

ทั้งนี้ การเสวนาครั้งนี้สะท้อนถึงความท้าทายของเศรษฐกิจโลกในยุคที่ระเบียบโลกดั้งเดิมกำลังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า ความผันผวนของตลาดการเงิน และการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน โดยมีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูล (Data) เป็นปัจจัยสำคัญที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและสมดุลอำนาจของโลก

เตือน AI-Data กลายเป็นเครื่องมือต่อรองทางภูมิรัฐศาสตร์

ผู้ร่วมเสวนา ระบุว่า ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค รวมถึงสถานการณ์ในยูเครน ตะวันออกกลาง และความตึงเครียดระหว่างประเทศมหาอำนาจ กำลังส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก ทั้งราคาพลังงาน ตลาดพันธบัตร และกระแสโลกาภิวัตน์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ขณะเดียวกัน การแข่งขันทางเทคโนโลยีกำลังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะข้อมูลที่ผ่านกระบวนการคัดกรองและแปรรูปเพื่อนำไปพัฒนาโมเดล AI ซึ่งกลายเป็นทรัพยากรสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้บริษัทเทคโนโลยี สถาบันการเงิน และหน่วยงานด้านความมั่นคง ต้องปรับตัวสู่การดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การกระจุกตัวของข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่จากสหรัฐฯ และจีนมีบทบาทสำคัญในการเข้าถึงข้อมูลและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านการผูกขาดและทำให้ประเทศต่าง ๆ ต้องพึ่งพาผู้ให้บริการเพียงไม่กี่ราย

 

เทวีเสวนาหัวข้อ Capital for Security งาน FUTURE-READY ECONOMY 2026

ประเด็นดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับความมั่นคงระหว่างประเทศ เนื่องจากการเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีอาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง คล้ายกับกรณีการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์เป็นปัจจัยสำคัญในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

ชู Data Sovereignty-Open Source ลดการพึ่งพาเทคโนโลยียักษ์ใหญ่

ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าว หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการสร้างอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) โดยแต่ละประเทศต้องสามารถบริหารจัดการ จัดเก็บ และปกป้องข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยข้อมูลที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เช่น ข้อมูลด้านพลังงาน สภาพแวดล้อม และข้อมูลจากอุปกรณ์ภายในประเทศ สามารถนำมาใช้พัฒนาเทคโนโลยีและสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ หากมีระบบบริหารจัดการที่เหมาะสม

นอกจากนี้ การส่งเสริมเทคโนโลยี AI แบบเปิด (Open Source) ยังเป็นอีกกลไกที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงนวัตกรรม ลดข้อจำกัดจากการพึ่งพาผู้ให้บริการรายใหญ่ และเปิดทางให้ประเทศที่มีทรัพยากรจำกัดสามารถพัฒนาเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับความต้องการของตนเอง

เวทีเสวนาหัวข้อ Capital for Security งาน FUTURE-READY ECONOMY 2026

ทั้งนี้ การสร้างความสามารถด้าน AI และข้อมูลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลงทุนในเทคโนโลยี แต่ยังต้องคำนึงถึงการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากร และความสามารถในการนำเทคโนโลยีไปต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ

อาเซียนจุดหมายลงทุนใหม่ แนะสร้างพันธมิตรรักษาสมดุลสหรัฐฯ-จีน

สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน มีปัจจัยสนับสนุนจากฐานประชากรกว่า 700 ล้านคน และแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยประเทศไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มีโอกาสดึงดูดการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนด้านนวัตกรรม

ท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจ การสร้างพันธมิตรระดับภูมิภาคจึงมีความสำคัญต่อการเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเงินทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม และห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสมาชิก

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวยังช่วยให้อาเซียนมีทางเลือกในการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศต่าง ๆ มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความสัมพันธ์กับมหาอำนาจเพียงฝ่ายเดียว

สำหรับประเทศไทย โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ แต่ต้องสร้างความพร้อมด้านบุคลากร เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ธุรกิจไทยสามารถเชื่อมโยงเข้ากับห่วงโซ่มูลค่าระดับภูมิภาค และได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม

แนะปฏิรูปการศึกษา เร่งสร้างทักษะแรงงานรับ AI Economy

ในด้านนโยบาย ผู้ร่วมเสวนาเน้นย้ำถึง 3 ประเด็นสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศต่าง ๆ รับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและการเข้ามามีบทบาทของ AI ได้แก่

1. พัฒนากำลังคนให้พร้อมรับ AI Economy เร่งสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจด้าน AI พร้อมยกระดับและปรับทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีและเพิ่มผลิตภาพได้

2. ปฏิรูปการศึกษา เน้นทักษะที่นำไปใช้ได้จริง ปรับรูปแบบการเรียนรู้จากการศึกษาในห้องเรียนแบบเดิม โดยให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) ควบคู่กับการส่งเสริมหลักสูตรระยะสั้นที่ช่วยให้ผู้เรียนและแรงงานสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ทันที

3. รักษาคุณค่าความเป็นมนุษย์ แม้ AI จะมีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่การแก้ไขปัญหาระดับโลกยังต้องอาศัยความไว้วางใจ การสื่อสารอย่างเปิดกว้าง การเคารพความแตกต่าง และความร่วมมือระหว่างผู้คนและประเทศต่าง ๆ

เวทีเสวนาหัวข้อ Capital for Security งาน FUTURE-READY ECONOMY 2026

ผู้ร่วมเสวนาย้ำว่า ยิ่งเทคโนโลยี AI ก้าวหน้า บทบาทของความเป็นมนุษย์ การสร้างความสัมพันธ์ และการทำงานร่วมกันยิ่งมีความสำคัญ โดยประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องก้าวข้ามการตอบโต้ด้วยอารมณ์ทางการเมือง และหันมาให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายบนพื้นฐานของเหตุผล เพื่อสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนร่วมกัน

ทั้งนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของระเบียบโลก การสร้างความพร้อมด้านเทคโนโลยี การพัฒนาทุนมนุษย์ และการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเฉพาะอาเซียนที่ต้องเร่งเปลี่ยนโอกาสจากการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนด้านนวัตกรรม ให้กลายเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างยั่งยืน