thansettakij
thansettakij
เปิด 5 อันดับยอดฮิต จดทรัพย์สินทางปัญญา  9 เดือน ทะลุ 6.1 หมื่นคำขอ

เปิด 5 อันดับยอดฮิต จดทรัพย์สินทางปัญญา 9 เดือน ทะลุ 6.1 หมื่นคำขอ

12 ต.ค. 69 | 04:04 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ต.ค. 69 | 04:11 น.

กรมทรัพย์สินฯ เผยยอดยื่นขอคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา 9 เดือนปี 69 รวม 61,288 คำขอ เพิ่มขึ้น 9.59% เปิด 5 อันดับยอดฮิตเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และการออกแบบผลิตภัณฑ์

KEY

POINTS

  • ภาพรวมการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีจำนวนรวมกว่า 61,288 คำขอ เพิ่มขึ้น 9.59% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
  • เครื่องหมายการค้าเป็นประเภทที่มีการยื่นคำขอสูงสุด โดย 5 อันดับแรกที่ได้รับความนิยมคือ บริการค้าปลีก, ผลิตภัณฑ์สุขภาพ, ผลิตภัณฑ์ความงาม, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และผลิตภัณฑ์จากพืช
  • ประเภททรัพย์สินทางปัญญาอื่นๆ ที่มีการยื่นขอสูงสุดในแต่ละกลุ่ม ได้แก่ สิทธิบัตรการประดิษฐ์ (กลุ่มยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ), อนุสิทธิบัตร (กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม) และลิขสิทธิ์ (กลุ่มวรรณกรรมและโปรแกรมคอมพิวเตอร์)

นางสาวจิตติมา ศรีถาพร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมการยื่นคำขอรับความคุ้มครอง IP ในไทย ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม - กันยายน) ทั้งเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมสูงถึง 61,288 คำขอ เพิ่มขึ้นกว่า 9.59% จากช่วงเดียวกันในปี 2568 ซึ่งมี 55,923 คำขอ 

ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 กรมฯ สามารถรับจดทะเบียน IP เพิ่มขึ้นทั้ง 4 ประเภท รวมกว่า 43,379 คำขอ เพิ่มสูงขึ้น 6.34% จากช่วงเดียวกันในปี 2568 จำนวน 40,791 คำขอ

โดยเครื่องหมายการค้า ช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 มีการยื่นคำขอรับความคุ้มครองในไทย 45,696 คำขอ เพิ่มขึ้น 10.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 จำนวน 41,255 คำขอ

ขณะที่ กลุ่มสินค้า/บริการที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 

1. บริการด้านค้าปลีก การขาย และการตลาด 5,500 คำขอ 

2.ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์ 5,283 คำขอ 

3.ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 5,131 คำขอ 

4.เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 4,127 คำขอ 

5. ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพืช ธัญพืช เครื่องปรุงแต่งกลิ่นและรสอาหาร 3,492 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 56% และต่างชาติ 44% 

ด้าน สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 มีการยื่นคำขอรับความคุ้มครองในไทย 6,483 คำขอ เพิ่มขึ้น 3.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 จำนวน 6,235 คำขอ กลุ่มนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครอง.มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 

1.ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ 784 คำขอ

2. นวัตกรรมด้านการสื่อสาร 582 คำขอ 

3.นวัตกรรมแอนติบอดี้และยาชีววัตถุ 297 คำขอ 

4.อุตสาหกรรมแมคโครโมเลกุล 184 คำขอ 

5.อุปกรณ์ทางการแพทย์ 171 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 13% และต่างชาติ 87% 

ส่วนอนุสิทธิบัตร ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นคำขอรับความคุ้มครองในไทย 4,313 คำขอ เพิ่มขึ้น 18.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 จำนวน 3,650 คำขอ กลุ่มนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 

1.อาหารและเครื่องดื่ม 596 คำขอ 

2.ยาสมุนไพร 222 คำขอ 

3.ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ และการจัดการสารสนเทศ 196 คำขอ 

4.อุปกรณ์ทางการแพทย์ 152 คำขอ 

5.สารเคมีเกษตรและเคมีภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช 77 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 94% และต่างชาติ 6% 

สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นคำขอรับความคุ้มครองในไทย 4,796 คำขอ เพิ่มขึ้น 0.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 จำนวน 4,783 คำขอ แบบผลิตภัณฑ์ที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 

1. ลวดลายผ้า 589 คำขอ 

2. รถยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง 503 คำขอ 3. บรรจุภัณฑ์ 425 คำขอ

4. เครื่องประดับ 402 คำขอ 

5. อุปกรณ์ก่อสร้าง 245 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 65% และต่างชาติ 35% 

ด้าน ลิขสิทธิ์ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ต่อกรมฯ 17,176 ผลงาน เพิ่มขึ้น 63.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 จำนวน 10,492 ผลงาน โดยผลงานที่มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 

1.วรรณกรรม เช่น งานนิพนธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 6,714 ผลงาน 

2.ศิลปกรรม เช่น งานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ 4,331 ผลงาน 

3. ดนตรีกรรม 3,386 ผลงาน 

4. สิ่งบันทึกเสียง 1,345 ผลงาน 

5. โสตทัศนวัสดุ 1,139 ผลงาน สัดส่วนผู้ยื่นแจ้งข้อมูล คนไทย 99% และต่างชาติ 1% 

นางสาวจิตติมา ระบุว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบการคุ้มครองและให้บริการด้าน IP อย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ