
ถก 4 หน่วยงานเกาหลีใต้ ยกระดับคุ้มครองลิขสิทธิ์ รับมือ AI-เว็บเถื่อน
กรมทรัพย์สินทางปัญญา รุกหารือ 4 หน่วยงานเกาหลีใต้ ยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญารับมือ AI – ปราบปรามละเมิดออนไลน์ พร้อมผลักดัน IP Financing และพัฒนาระบบจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์โปร่งใส
KEY
POINTS
- กรมทรัพย์สินทางปัญญาหารือกับ 4 หน่วยงานด้านลิขสิทธิ์ของเกาหลีใต้ เพื่อยกระดับความร่วมมือและแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติในการคุ้มครองสิทธิผู้สร้างสรรค์ไทย
- แลกเปลี่ยนนโยบายและแนวทางรับมือความท้าทายจากเทคโนโลยี AI เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนานวัตกรรมกับการคุ้มครองสิทธิ์ของเจ้าของลิขสิทธิ์
- ร่วมมือหาแนวทางจัดการปัญหาเว็บเถื่อนและการละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์ โดยเกาหลีใต้จะแบ่งปันเทคโนโลยีและประสบการณ์ในการตรวจจับและบล็อกเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์
- ศึกษาโมเดลการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุน (IP Financing) และการบริหารจัดการลิขสิทธิ์เพลงรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้ผู้สร้างสรรค์ไทย
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้หารือทวิภาคีกับ 4 หน่วยงานหลักด้านลิขสิทธิ์แห่งสาธารณรัฐเกาหลี ได้แก่ กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำนักงานคณะกรรมการลิขสิทธิ์เกาหลี สำนักงานคุ้มครองลิขสิทธิ์เกาหลี และองค์กรจัดเก็บด้านลิขสิทธิ์เพลง เพื่อยกระดับความร่วมมือและแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติ และเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองสิทธิและเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้ผู้สร้างสรรค์ไทย
นางอรมน กล่าวว่า ในการหารือกับ กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (MCST) ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนนโยบายในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลทางกฎหมายระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรม AI และการคุ้มครองสิทธิของผู้สร้างสรรค์
นอกจากนี้ ยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุน (IP Financing) โดยเฉพาะการผลักดันให้ผลงานลิขสิทธิ์สามารถนำมาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการขอสินเชื่อจากธนาคาร แม้ปัจจุบันยังมีอุปสรรคเรื่องความมั่นใจในการประเมินมูลค่าและความเสี่ยงในการขายทอดตลาดหากเกิดหนี้เสีย
โดยฝ่ายเกาหลีใต้ได้แบ่งปันประสบการณ์การทดลองโมเดลระดมทุนรูปแบบใหม่ เช่น การลงทุนแบบแบ่งสัดส่วนในลิขสิทธิ์เพลง (Music Royalty Fractional Investment) ซึ่งเป็นแนวทางที่กรมฯ สามารถนำมาศึกษาเพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งทุน และต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ผู้สร้างสรรค์และผู้ประกอบการไทย
ทั้งนี้ ในส่วนของการรับมือความท้าทายจาก AI กรมฯ ได้หารือกับ คณะกรรมการลิขสิทธิ์เกาหลี นำโดย Mr. Seogweon KANG ประธานสำนักงานคณะกรรมการลิขสิทธิ์เกาหลี เพื่อแลกเปลี่ยนแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงนโยบายในการสร้างสมดุลระหว่าง "ผู้พัฒนา AI" ที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลเพื่อนำไปใช้ฝึกฝนโมเดล (Model Training) กับการคุ้มครองสิทธิของ "เจ้าของลิขสิทธิ์" ที่สร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งไทยได้ริเริ่มให้มีการระบุการใช้ AI ในแบบฟอร์มแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์แล้ว
ขณะที่เกาหลีใต้อยู่ระหว่างศึกษาและจัดหารือกับผู้เกี่ยวข้องในเรื่องข้อยกเว้นการใช้ผลงานอันมีลิขสิทธิ์โดยชอบธรรม (Fair Use) และการทำเหมืองข้อความและข้อมูล (Text and Data Mining: TDM) ให้มีความเหมาะสม โปร่งใส และไม่กระทบต่อสิทธิของเจ้าลิขสิทธิ์
นางอรมน กล่าวว่า กรมฯ ยังได้หารือกับองค์กรจัดเก็บด้านลิขสิทธิ์เพลง ซึ่งเป็นองค์กรจัดเก็บรายสำคัญของเกาหลีใต้ที่มีส่วนแบ่งตลาดถึง 99% เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการสิทธิ ทั้งรูปแบบการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์แบบเหมาจ่าย (Blanket Licensing) และตามการใช้งานจริง (Claim Basis Licensing)
รวมถึงกระบวนการกระจายรายได้ให้กับเจ้าของสิทธิ ประเด็นสำคัญคือ ปัจจุบัน KOMCA ไม่อนุญาตให้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ผลงานเพลงที่สร้างขึ้นโดย AI 100% โดยผลงานที่จะจดทะเบียนได้จะต้องเป็นผลงานที่มนุษย์เป็นผู้สร้างสรรค์หลัก หรือมีสัดส่วนการสร้างสรรค์โดยมนุษย์มากกว่า 50%
นอกจากนี้ ไทยยังได้หารือถึงแนวทางแก้ปัญหาการถูกแอบอ้างสิทธิในเพลงเก่าที่หมดอายุลิขสิทธิ์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยฝ่ายเกาหลีใต้ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การให้องค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ (CMO) ทำสัญญากับแพลตฟอร์มโดยตรงเพื่อสร้างข้อตกลงและกรอบการทำงานร่วมกัน ซึ่งจะช่วยให้มีช่องทางที่เป็นทางการและชัดเจนยิ่งขึ้นในการบริหารจัดการสิทธิ
รวมถึงสามารถตรวจสอบและแก้ไขข้อพิพาทเมื่อเกิดกรณีการแอบอ้างผลงานที่หมดอายุไปแล้ว ตลอดจนกรณีเพลงกำพร้าที่ไม่สามารถระบุตัวเจ้าของสิทธิได้ เพื่อให้เกิดการจ่ายเงินปันผลค่าลิขสิทธิ์ได้อย่างถูกต้องอีกด้วย
จากนั้น กรมฯ ได้หารือกับ สำนักงานคุ้มครองลิขสิทธิ์เกาหลี (Korea Copyright Protection Agency: KCOPA) นำโดย Mr. Sungchun YOON ประธานสำนักงานคุมครองลิขสิทธิ์เกาหลี ซึ่ง KCOPA มีอำนาจทางปกครองในการสั่งการให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ลบเนื้อหาหรือบล็อกเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล
โดยมีการนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาใช้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตรวจจับเว็บไซต์ละเมิดตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือแนวทางจัดการ Server เถื่อนข้ามชาติ ผ่านมาตรการบล็อกการเข้าถึง เพื่อตัดเส้นทางรายได้โฆษณา และจำกัดการค้นหาบน Search Engine รวมถึงความร่วมมือในการจัดการปัญหากล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ (IPTV) ละเมิดลิขสิทธิ์ข้ามชาติ
โดย KCOPA ยินดีร่วมมือกับไทย ในการสืบสวนผ่านศูนย์นิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensic Center) ซึ่งจะช่วยเพิ่ม
ขีดความสามารถของไทยในการรับมือการละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์ข้ามชาติต่อไป
อย่างไรก็ดี กรมฯ เชื่อมั่นว่า การยกระดับความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญากับหน่วยงานด้านลิขสิทธิ์ของเกาหลีใต้ในครั้งนี้ จะช่วยให้กรอบความร่วมมือของทั้งสองประเทศก้าวทันต่อโจทย์เศรษฐกิจและเทคโนโลยีในยุคใหม่ และเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมของไทยเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเทคโนโลยี AI
รวมถึงการบริหารจัดการลิขสิทธิ์และเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์ ที่ช่วยอำนวยความสะดวก สร้างความเชื่อมั่น และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศสามารถขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกันได้อย่างมั่นคงในระยะยาว





