
ขุดแผนแก้น้ำท่วมลุ่มเจ้าพระยา ป้องกทม. 15 ปี เพิ่งอนุมัติ-ยังไม่ตอกเสาเข็ม
15 ปีหลังมหาอุทกภัย 2554 ส่อง 9 แผนบริหารน้ำ 5.17 แสนล้าน ป้องน้ำท่วมกรุงเทพฯ โครงการหัวใจเลี่ยงน้ำพ้นเมืองหลวง “เพิ่งอนุมัติ-ยังไม่ตอกเสาเข็ม” ในปีที่น้ำกลับมา
KEY
POINTS
- แผนบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยาเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ มีมานานนับตั้งแต่หลังมหาอุทกภัยปี 2554 แต่โครงการหลักที่สำคัญยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง
- โครงการขนาดใหญ่ที่เป็นหัวใจในการระบายและผันน้ำ 4 แผนหลัก วงเงินรวมกว่า 4.8 แสนล้านบาท เพิ่งได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนกันยายน 2569 หรือยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา
- โครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จเป็นส่วนน้อยและเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณไม่สูง ขณะที่โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทรที่เริ่มไปแล้วก็ประสบปัญหาล่าช้าต้องขยายเวลาโครงการ
สถานการณ์อุทกภัยปลายเดือนกันยายนต่อเนื่องต้นเดือนตุลาคม 2569 กลับมาสร้างความกังวลให้คนกรุงเทพมหานครอีกครั้ง ท่ามกลางการเปรียบเทียบกับมหาอุทกภัยปี 2554 ขณะที่แผนบริหารจัดการน้ำซึ่งรัฐบาลหลายยุคจัดทำขึ้นหลังวิกฤตปี 2554 ส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการหรือเพิ่งได้รับอนุมัติงบประมาณในปีนี้
ย้อน พ.ร.ก.เงินกู้ 3.5 แสนล้าน ยุค 'ยิ่งลักษณ์'
ภายหลังมหาอุทกภัยปี 2554 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 วงเงินไม่เกิน 3.5 แสนล้านบาท พร้อมแผนบริหารจัดการน้ำ 6 โมดูล ประกอบด้วย
- การสร้างอ่างเก็บน้ำ 50,000 ล้านบาท
- การจัดทำผังการใช้ประโยชน์ที่ดินและคันกั้นน้ำ 26,000 ล้านบาท
- การปรับปรุงพื้นที่เกษตรชลประทานเป็นแก้มลิง 10,000 ล้านบาท
- การปรับปรุงลำน้ำสายหลัก 17,000 ล้านบาท
- การจัดทำทางน้ำหลาก (floodway) และทางผันน้ำ 153,000 ล้านบาท
- การปรับปรุงระบบคลังข้อมูล ระบบพยากรณ์และเตือนภัย 4,000 ล้านบาท
ผลการประกวดราคา ตามข้อมูลสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ มีผู้ชนะ 9 โครงการ รวมวงเงิน 284,755 ล้านบาท โดยกลุ่ม ITD-Powerchina JV ได้คะแนนสูงสุด 5 โครงการ ได้แก่ สร้างอ่างเก็บน้ำในลุ่มแม่น้ำปิง ยม น่าน สะแกกรัง ป่าสัก วงเงิน 48,551 ล้านบาท, จัดทำการใช้ที่ดินในลุ่มเจ้าพระยา 24,958 ล้านบาท, ปรับปรุงลำน้ำสายหลักและคันริมน้ำ 16,703 ล้านบาท, สร้างอ่างเก็บน้ำใน 17 ลุ่มน้ำ 11,700 ล้านบาท และปรับปรุงลำน้ำใน 17 ลุ่มน้ำ 4,936 ล้านบาท
กลุ่ม Korea Water Resources Corporation (K-Water) ได้คะแนนสูงสุด 2 โครงการ ได้แก่ ปรับปรุงพื้นที่เกษตรเป็นแก้มลิงเหนือนครสวรรค์ 9,864 ล้านบาท และจัดทำทางน้ำหลาก/ทางผันน้ำ ไม่น้อยกว่า 1,500 ลบ.ม./วินาที วงเงิน 150,484 ล้านบาท ส่วนกลุ่มบริษัทค้าร่วมล็อกซเลย์ ได้โครงการปรับปรุงระบบคลังข้อมูลและเตือนภัย 3,902 ล้านบาท และกิจการร่วมค้าซัมมิท เอสยูที ได้โครงการจัดทำผังการใช้ที่ดินใน 17 ลุ่มน้ำ 13,657 ล้านบาท
แผนแม่บทฟลัดเวย์ 5 เส้นทาง
แผนหลักสำหรับคลองผันน้ำหรือฟลัดเวย์ ประกอบด้วย 5 เส้นทาง ได้แก่ คลองผันน้ำฝั่งตะวันตก (WF) ออกแบบน้ำหลาก 1,200 ลบ.ม./วินาที ระยะทาง 281 กิโลเมตร ขุดคลองสายใหม่จากนครสวรรค์ถึงกาญจนบุรีเชื่อมแม่น้ำแม่กลอง มีประตูระบายน้ำ 8 แห่ง สะพาน 70 แห่ง ทางน้ำเข้า 11 แห่ง ทางน้ำออก 33 แห่ง และไซฟอน 24 แห่ง
การปรับปรุงแม่น้ำแม่กลอง ขุดลอกเพิ่มความจุเป็น 1,910 ลบ.ม./วินาที ระยะทาง 34 กิโลเมตร โดยไม่ดำเนินการในเขตน้ำกร่อยตั้งแต่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ถึงปากน้ำ เพื่อป้องกันน้ำเค็มรุก, คลองผันน้ำฝั่งตะวันออก 1 (EF1) ออกแบบน้ำหลาก 300 ลบ.ม./วินาที ระยะทาง 133 กิโลเมตร ด้วยการขุดลอกคลองชัยนาท-ป่าสัก, คลองผันน้ำฝั่งตะวันออก 2 (EF2) ออกแบบน้ำหลาก 300 ลบ.ม./วินาที ระยะทาง 388 กิโลเมตร ขุดลอกคลอง 13 สาย และการปรับปรุงแม่น้ำท่าจีน ออกแบบน้ำหลาก 250-300 ลบ.ม./วินาที ประกอบด้วยการขุดคลองลัด 3 แห่งและประตูระบายน้ำ 2 แห่ง
แนวคิดการออกแบบคือ หากเกิดอุทกภัยใหญ่เหมือนปี 2554 จะผันน้ำจากแม่น้ำปิงเพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา และผันน้ำไปยังคลองชัยนาท-ป่าสัก โครงการยังเชื่อมโยงคลองผันน้ำกับถนน 4 ช่องจราจรกว้าง 23 เมตร ระบบชลประทาน และเก็บน้ำนอนคลอง 317 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยคาดว่าจะลดพื้นที่ประสบอุทกภัยในลุ่มเจ้าพระยาและ กทม.ได้กว่า 50%
อย่างไรก็ตามศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดีที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนฟ้องรัฐบาลให้เพิกถอนแผนบริหารจัดการน้ำ โดยสั่งให้รัฐบาลปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อนดำเนินการจ้างออกแบบ ส่งผลให้โครงการตามแผนดังกล่าวไม่ได้เดินหน้าก่อสร้าง
แผนบริหารจัดการน้ำเจ้าพระยา 9 แผน ยุค คสช.
ภายหลังรัฐประหาร รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้ปรับแผนบริหารจัดการน้ำใหม่เป็น 9 แผนหลักบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ผ่านความเห็นชอบของ กนช. เมื่อเดือนพฤษภาคม 2560
จากการตรสวจสอบของฐานเศรษฐกิจ จากเอกสารแนบท้ายมติคณะรัฐมนตรี เรื่องการขออนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา ระบุความคืบหน้าของแต่ลัะแผน ดังนี้
แผนที่ 1 ปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง เพิ่มอัตราการระบายจาก 210 เป็น 400 ลบ.ม./วินาที วงเงิน 95,000 ล้านบาท คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อ 15 กันยายน 2569 ระยะเวลา 5 ปี (2570-2575) ครอบคลุม 22 คลอง ตั้งแต่เขื่อนพระราม 5 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับน้ำผ่านคลองระพีพัฒน์ แล้วระบายออกแม่น้ำเจ้าพระยา 100 ลบ.ม./วินาที แม่น้ำนครนายกและบางปะกง 156 ลบ.ม./วินาที และระบายลงคลองชายทะเลเพื่อสูบออกทะเลอีก 154 ลบ.ม./วินาที
แผนที่ 2 คลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย กรอบวงเงิน 165,000 ล้านบาท ระยะเวลา 8 ปี (2570-2577) ครม.เห็นชอบเมื่อ 29 กันยายน 2569 แบ่งเป็นช่วงปรับปรุงคลองชัยนาท-ป่าสัก ยาว 134.365 กิโลเมตร อัตราระบายสูงสุด 930 ลบ.ม./วินาที และช่วงคลองป่าสัก-อ่าวไทย ยาว 135.655 กิโลเมตร อัตราระบายสูงสุด 600 ลบ.ม./วินาที
แผนที่ 3 คลองระบายน้ำควบคู่ถนนวงแหวนรอบที่ 3 ระบายสูงสุด 600 ลบ.ม./วินาที ยาว 110.85 กิโลเมตร วงเงิน 169,216 ล้านบาท กำหนด 5 ปี (2575-2579) โดยกรมชลประทานมีแผนศึกษาความเหมาะสม (FS) และ EIA ในปี 2570 ยังไม่ได้ดำเนินการ
แผนที่ 4 ปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก เพิ่มการระบายจาก 52 เป็น 130 ลบ.ม./วินาที วงเงิน 51,000 ล้านบาท กำหนด 4 ปี (2571-2574) ศึกษาและออกแบบเสร็จและผ่าน กนช. เมื่อ 28 ธันวาคม 2568 คาดว่าจะเสนอ ครม.ประมาณธันวาคม 2570 ยังไม่ได้ดำเนินการ
แผนที่ 5 เพิ่มประสิทธิภาพการระบายแม่น้ำเจ้าพระยา ระบายได้ 2,500 ลบ.ม./วินาทีที่ระดับตลิ่ง และ 2,800 ลบ.ม./วินาทีที่ระดับคันกั้นน้ำ วงเงิน 2,553 ล้านบาท ดำเนินการแล้วเสร็จ
แผนที่ 6 บริหารจัดการพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ ระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชน 14 พื้นที่ (43 ชุมชน) วงเงิน 6,366 ล้านบาท โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินการแล้ว 13 จุด เหลือพื้นที่ชุมชนป่าโมก
แผนที่ 7 คลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร เลี่ยงเมืองพระนครศรีอยุธยา ระบาย 1,200 ลบ.ม./วินาที วงเงิน 25,400 ล้านบาท เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ครม.มีมติขยายเวลาจาก 8 ปี เป็น 12 ปี (2562-2573) ภายใต้กรอบวงเงินเดิม เนื่องจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้าและอยู่ระหว่างจัดการกรรมสิทธิ์ที่ดิน
แผนที่ 8 เพิ่มประสิทธิภาพการระบายแม่น้ำท่าจีน ระบายสูงสุด 90 ลบ.ม./วินาที บริเวณคลองมหาชัย วงเงิน 2,601 ล้านบาท กรมชลประทานปรับปรุง 3 คลองลัดธรรมชาติแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างดำเนินการส่วนที่เหลือ
แผนที่ 9 พื้นที่รับน้ำนอง บริหารพื้นที่ลุ่มต่ำด้วยการปรับปฏิทินเพาะปลูกให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวทันก่อนน้ำหลากในพื้นที่บางระกำและลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ดำเนินการแล้วเสร็จ
เมื่อประมวลสถานะ 9 แผน พบว่าโครงการที่แล้วเสร็จเป็นโครงการวงเงินไม่สูง ได้แก่ แผนที่ 5, 6, 8 และ 9 ส่วนโครงการวงเงินสูงที่เป็นโครงสร้างหลักในการระบายและผันน้ำในพื้นที่กทม. คือแผนที่ 1, 2, 3 และ 4 รวมวงเงินกว่า 480,000 ล้านบาท ยังอยู่ในขั้นเพิ่งได้รับอนุมัติจาก ครม.ในเดือนกันยายน 2569 หรืออยู่ระหว่างการศึกษาและยังไม่เริ่มก่อสร้าง ขณะที่แผนที่ 7 ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2562 ได้รับการขยายเวลาออกไปถึงปี 2573
กล่าวอีกอย่างคือ โครงการที่กินวงเงินมหาศาลและเป็นหัวใจการเลี่ยงน้ำออกจากกรุงเทพฯ ตามแผน 1, 2, 3, 4 รวมกันเกือบ 5 แสนล้านบาท ล้วนยัง "ไม่เริ่มสร้าง" หรือ "เพิ่งอนุมัติ" ในปีที่น้ำท่วมนี้ทั้งสิ้น
เมื่อวางภาพทั้งหมดซ้อนกัน จะเห็นความย้อนแย้งชัดเจนว่า ประเทศไทยรู้คำตอบทางวิศวกรรมมาตั้งแต่ปี 2555 ว่าต้องมีฟลัดเวย์ ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการระบายฝั่งตะวันออก-ตะวันตก และต้องทำผังการใช้ที่ดินกับพื้นที่รับน้ำอย่างจริงจัง.







