thansettakij
thansettakij
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พบกับกองทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา

อนุทิน พบบิ๊กการเงินสหรัฐฯ ชวนกองทุนชั้นนำลงทุนไทย ย้ำมีโอกาสในไทยเพียบ

25 ก.ย. 69 | 02:18 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.ย. 69 | 02:28 น.

นายกฯ อนุทิน พบบริษัทการเงิน Jefferies Group LLC จัดเวทีนายกฯ ชวนกองทุนชั้นนำสหรัฐฯ หาช่องทางลงทุนไทย ชู Data Center ย้ำไทยยังมีโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดี

KEY

POINTS

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พบปะกองทุนชั้นนำของสหรัฐฯ ที่นครนิวยอร์ก เพื่อเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย
  • ชูจุดเด่นของไทยด้านความพร้อมของระบบนิเวศธุรกิจ เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ และโอกาสในอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center
  • เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศช่วงครึ่งปีแรกพุ่งสูงถึง 1.37 ล้านล้านบาท สะท้อนความสนใจและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
  • ร่วมเป็นสักขีพยานความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET) และนิวยอร์ก (NYSE) เพื่อเชื่อมโยงตลาดทุนและดึงดูดการลงทุนข้ามพรมแดน

24 กันยายน 2569 เวลา 10.15 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง ณ Lever House นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า บริษัทการเงินของโลก Jefferies Group LLC จัดเวทีให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พบกับกองทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา โดยนายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้เชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในไทยว่า ไทยกำลังนำเสนอโอกาสใหม่ ๆ ซึ่งเหตุผลที่ไทยควรได้รับการพิจารณาจากนักลงทุน

นักลงทุนที่เข้ามาดำเนินโครงการใหม่ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นสร้างระบบนิเวศธุรกิจใหม่ เพราะประเทศไทยสั่งสมฐานการผลิต กลุ่มอุตสาหกรรม ระบบคมนาคม และเครือข่ายผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ที่ให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลก สามารถใช้ไทยเป็นฐานการดำเนินธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ในประเทศ เพื่อเข้าถึงตลาดในภูมิภาคได้

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พบกับกองทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา

 

ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจไทยยังคงมีเสถียรภาพ จากเงินสำรองระหว่างประเทศของไทยที่แข็งแกร่ง หนี้สาธารณะที่อยู่ภายใต้กรอบเพดานตามกฎหมาย ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงมีพื้นที่ทางการคลังในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายนอก

ไทยยังมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ความต้องการระบบจัดเก็บข้อมูล การส่งผ่านข้อมูลที่รวดเร็ว ระบบไฟฟ้าที่มีความมั่นคง และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับบริการดิจิทัล กลายเป็นโอกาสสำคัญดึงดูดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าเพิ่มเข้ามาสู่ประเทศไทยได้

ทั้งนี้ สัญญาณความสนใจการลงทุนในประเทศไทยอย่างชัดเจนว่า แค่ช่วงครึ่งแรก มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศต่อ สูงถึง 1.37 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 80 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องว่า ภาคธุรกิจสนใจและกำลังมองหาโอกาสการลงทุน และประเทศไทยก็เหมาะและพร้อมเปิดรับการลงทุน

อย่างไรก็ตามรัฐบาลยินดีต้อนรับการลงทุนใน Data Center แต่ก็ตระหนักถึงผลกระทบด้านการใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำ จึงมีการทบทวนหลักเกณฑ์ เพื่อดึงดูดโครงการที่มีความเหมาะสม เพื่อสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พบกับกองทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยยังมีโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดี ทั้งจากการลงทุนที่จะเข้ามาในประเทศไทยและจากบริษัทไทยที่มีความพร้อมลงทุน ดังนั้น หน้าที่ของรัฐบาล คือ การช่วยเปลี่ยนโอกาสดังกล่าวให้เกิดขึ้นเป็นธุรกิจจริง เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ขณะเดียวกันก็เปิดกว้างรับฟังมุมมองจากนักลงทุนว่าเห็นโอกาสด้านใดมากที่สุด รวมถึงข้อกังวลต่าง ๆ เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา

ทั้งนี้ Jefferies Group LLC เป็นบริษัทการเงินและการลงทุนระดับโลก ให้บริการด้านตลาดทุน การซื้อขายหลักทรัพย์ และการบริหารสินทรัพย์ โดยมีเครือข่ายครอบคลุมศูนย์กลางทางการเงินทั่วโลก และมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงนักลงทุนกับโอกาสการลงทุนในตลาดทุนระหว่างประเทศ

นายกฯ ลั่นระฆัง NYSE  เชื่อมตลาดหุ้นไทย-สหรัฐฯ 

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี ได้ เป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) พร้อมร่วมพิธีลั่นระฆังเปิดการซื้อขาย (Opening Bell) ประชาสัมพันธ์ศักยภาพ และความพร้อมของไทยต่อหน้านักลงทุนระดับโลก โดยเป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 3 ที่เข้าร่วมพิธีดังกล่าว

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ความร่วมมือ SET - NYSE  ช่วยให้บริษัทไทยเข้าถึงนักลงทุนและแหล่งเงินทุนระดับโลก สนับสนุนการระดมทุน การขยายธุรกิจ และการลงทุนข้ามพรมแดน ขณะเดียวกัน ก็เปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างประเทศเห็นศักยภาพของบริษัทไทยและอุตสาหกรรมใหม่ ๆ มากขึ้น ดึงดูดเงินลงทุน เทคโนโลยี และการลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศไทย

 

นายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีลั่นระฆังเปิดการซื้อขาย (Opening Bell)

 

นายกรัฐมนตรีมองว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ เป็นมากกว่าข้อตกลงระหว่างตลาดหลักทรัพย์สองแห่ง แต่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา รวมถึงทำให้ตลาดทุนสองประเทศมีความใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น 

ขณะที่ สหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของไทย  นิวยอร์กคือ หัวใจสำคัญของการเงินโลก ความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่าง NYSE และ SET จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่บริษัทและนักลงทุนในทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งกระชับความเชื่อมโยงของตลาดและส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดนให้มากยิ่งขึ้นการลงนามในวันนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนศักยภาพดังกล่าวให้กลายเป็นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม

"นายกรัฐมนตรีต้องการเปลี่ยนความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง ทั้งการลงทุน การขยายธุรกิจ และการสร้างงาน เพื่อส่งต่อประโยชน์สู่ประชาชนไทย“ นายกเอกภพ ระบุ