
DSI สั่งฟ้อง “ป้อม ภาวุธ - ฟิล์ม รัฐภูมิ” กับพวกรวม 34 ราย คดี Forex
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สรุปสำนวนคดีเครือข่ายลงทุน Forex ส่งฟ้องอัยการคดีพิเศษ รวมผู้ต้องหา 34 ราย แบ่งเป็นนิติบุคคล 10 ราย และบุคคลธรรมดา 24 ราย ขณะที่ “ป้อม ภาวุธ” และ “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
KEY
POINTS
- DSI มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหารวม 34 ราย ในคดีเครือข่ายการลงทุนฟอเร็กซ์ (Forex)
- ในกลุ่มผู้ต้องหามีชื่อของ "ป้อม" ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ และ "ฟิล์ม" รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ รวมอยู่ด้วย
- ทั้งสองถูกดำเนินคดีในข้อหาสำคัญหลายข้อหา เช่น ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันฟอกเงิน
- ป้อม ภาวุธ และ ฟิล์ม รัฐภูมิ ยืนยันความบริสุทธิ์และพร้อมต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดำเนินการสรุปสำนวนคดีเครือข่ายการลงทุนฟอเร็กซ์ (Forex) พร้อมมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหารวม 34 ราย ก่อนส่งสำนวนให้พนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาแล้ว โดยแบ่งเป็นนิติบุคคล 10 ราย และบุคคลธรรมดา 24 ราย
“ป้อม ภาวุธ - ฟิล์ม รัฐภูมิ” อยู่ในรายชื่อผู้ต้องหา
สำหรับรายชื่อผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว ปรากฏชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียง ได้แก่ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือ “ป้อม” นักธุรกิจและ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวมถึง นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ “ฟิล์ม” นักแสดง โดยทั้งสองถูกดำเนินคดีในข้อหาสำคัญหลายข้อหา ได้แก่
- ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
- ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาต
- ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ
- ความผิดฐานสมคบและร่วมกันฟอกเงิน
“ฟิล์ม รัฐภูมิ” ยันส่งหลักฐานครบ ไม่กังวล
ด้าน ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ เปิดเผยว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลใจต่อกรณีดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาได้ส่งพยานหลักฐานเพื่อชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนไปจนหมดสิ้นแล้ว พร้อมปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม
“ป้อม ภาวุธ” แจงเส้นทางเงิน 28 ล้าน มีหลักฐานในสำนวน
ส่วน ป้อม ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กล่าวถึงประเด็นเส้นทางการเงินจำนวน 28 ล้านบาทที่เชื่อมโยงกับตนว่า มีคำตอบและหลักฐานชี้แจงอยู่ในสำนวนทั้งหมดแล้ว พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้บริการ Forex หรือการหลอกลวงฉ้อโกงประชาชน
นายภาวุธ ระบุว่า แม้พนักงานสอบสวนจะมีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่ได้รู้สึกกังวล และพร้อมเดินทางเข้าสู่กระบวนการด้วยตนเองในฐานะประชาชน โดยไม่ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองใด ๆ รวมทั้งพร้อมให้ตรวจสอบตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
หลังจากนี้ พนักงานอัยการจะเป็นผู้พิจารณาสำนวน รวมถึงพิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวของผู้ต้องหาตามระเบียบต่อไป







