
ภาวุธ เข้าชี้แจง DSI ยันเงิน 28 ล้านมาจากการเทรด ไม่เกี่ยวธุรกิจผิดกฎหมาย-แชร์ลูกโซ่
ภาวุธ สส.พรรคประชาชน เข้าให้ปากคำ DSI ในฐานะพยาน แจงยิบปมเงินหมุนเวียนบัญชี 28 ล้านบาท ยืนยันบริสุทธิ์ใจ ยอมรับเคยเจ๊งไม่มีกำไร ปัดเอี่ยวขบวนการสแกมเมอร์-แชร์ลูกโซ่
KEY
POINTS
- ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เข้าชี้แจงกับ DSI ในฐานะพยาน ยืนยันว่าเงิน 28 ล้านบาทมาจากรายรับในการเทรด ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายหรือแชร์ลูกโซ่
- ชี้แจงว่าการเทรดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยรวมแล้วขาดทุน ไม่ได้กำไร และมีหลักฐานยืนยันทั้งหมด
- ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับกลุ่มมิจฉาชีพ และระบุว่าไม่ได้เป็นผู้บริหารในบริษัทที่ DSI อ้างถึงแล้ว
- ยืนยันว่าคลิปวิดีโอเป็นการเล่าประสบการณ์เทรดส่วนตัว ไม่ใช่การชักชวนลงทุน และทริปฝรั่งเศสมาจากการแลกแต้มสะสมของโบรคเกอร์
6 ก.ค.69 นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน เปิดเผยภายหลังเข้าพบชี้แจง พร้อมให้ข้อมูลต่อดีเอสไอซึ่งเป็นครั้งแรกตั้งแต่ถูกกล่าวหาโดยใช้เวลากว่า 3 ชม.ว่า เป็นการเข้าพบเจ้าหน้าที่ DSI เป็นครั้งแรกในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหาเพื่อชี้แจงกรอบข้อมูลภาพรวมและมูลค่าเงินที่เข้ามาในบัญชี โดยยืนยันว่า กระบวนการเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา
พร้อมระบุถึงที่มาของเงิน 28 ล้านบาทโดยยืนยันว่า เงินทั้งหมดไม่ได้มาจากการทำผิดกฎหมายแต่มาจากการเทรดโบรคเกอร์ ที่มีลักษณะคล้าย CFD หรือ Contract for Difference ซึ่งตนเองเทรดมาประมาณ 1-2 ปี มีได้มีเสียตามช่วงเวลาแต่ในภาพรวมแล้ว เจ๊ง ไม่ได้กำไรจากการเทรดนี้เลย ส่วนรายละเอียดเชิงลึกอยู่ในสำนวนและมีหลักฐานรองรับทั้งหมด
นายภาวุธ กล่าวปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจและมิจฉาชีพยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกลุ่มสแกมเมอร์ หรือขบวนการแชร์ลูกโซ่ ส่วนผังโครงสร้างบริษัทที่ DSI เคยแถลงและมีชื่อตนไปเชื่อมโยงนั้น ชี้แจงว่าตนไม่ได้เป็นผู้บริหารในบริษัทเหล่านั้นแล้ว และบางบริษัทตนก็ไม่รู้จัก จึงต้องขอเวลากลับไปเช็กข้อมูลเพื่อนำมาชี้แจงเพิ่มเติมในภายหลัง
ส่วนทริปเที่ยวฝรั่งเศสนั้น ชี้แจงว่าเป็นแคมเปญของโบรคเกอร์ที่ตนไปเทรดด้วย เมื่อเทรดแล้วจะได้แต้มสะสม จึงนำแต้มไปแลกเป็นตั๋วเดินทางซึ่งมีคนอื่นที่เทรดเหมือนกันแลกไปเช่นกัน ไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเจ้าของระบบแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ยืนยันว่า คลิปที่ปรากฏเป็นการสัมภาษณ์และเล่าประสบการณ์ส่วนตัวในการเทรดเท่านั้น ไม่ใช่การชักชวน ชักจูง หรือการโฆษณา และตนไม่เคยได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากบริษัทโบรคเกอร์ดังกล่าว
อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าเรื่องนี้ทำให้เสียเวลาในการทำงาน สส. ไปบ้างเพราะต้องเตรียมเอกสาร แต่ไม่ได้กังวลใจ ส่วนเรื่องที่ว่าจะเป็น "เกมการเมือง" หรือเกี่ยวข้องกับจังหวะที่ตนออกมาเปิดเผยเรื่อง AI Passport หรือไม่นั้น มองว่าแล้วแต่คนจะคิดแต่ตนบริสุทธิ์ใจและทำหน้าที่ สส. ต่อไป โดยจะนัดเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับ DSI อีกครั้งในเร็ว ๆ นี้







