
ลุ้นครม. เคาะต่ออายุ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ 2 เดือน บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน
คลังชงครม. วันนี้ ต่ออายุ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ 2 เดือน บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน ลุ้นรับ 500 หรือ 1,000 บาท 'เอกนิติ' นำทีมแถลงหลังประชุม
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติต่ออายุโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ออกไปอีก 2 เดือน
- มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
- แหล่งเงินทุนจะมาจากงบประมาณที่เหลืออยู่ประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท จาก พ.ร.ก. เงินกู้เดิม
- รูปแบบโครงการยังคงเป็นการร่วมจ่าย (Co-payment) ส่วนวงเงินช่วยเหลือต่อเดือนจะประกาศอีกครั้งหลัง ครม. อนุมัติ
กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในการประชุมวันนี้ (22 ก.ย.69) อนุมัติต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 นาน 2 เดือน ซึ่งเป็นมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนในช่วงที่ราคาน้ำมันยังปรับเพิ่มขึ้น
สำหรับงบประมาณในการเดินหน้าโครงการดังกล่าว ใช้งบเงินจากพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในก้อนการเยียวยาและบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน 2 แสนล้านบาท ที่ยังมีวงเงินเหลืออยู่ประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท โดยกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า มีวงเงินเพียงพอสำหรับดูแลประชาชน
ชงครม.ต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' อีก 2 เดือน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในวันที่ 22 ก.ย.69 กระทรวงการคลังจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัส ออกไปอีก 2 เดือน โดยยังคงสูตรเดิมรูปแบบร่วมจ่าย 60:40 และยังคงใช้วงเงินประมาณที่มีอยู่ โดยไม่มีการโยกเงินกู้ก้อนเปลี่ยนผ่านพลังงานมาเยียวยาประชาชน
ลุ้นรัฐบาลแจกเดือนละ 500 หรือ 1,000 บาท
สำหรับโครงการไทยช่วยไทยพลัสจัดทำขึ้นเพื่อบรรเทาวิกฤตพลังงานและราคาข้าวของที่แพงขึ้นจากสถานการณ์สงคราม ซึ่งกระทบต่อการบริโภคของประชาชน
ส่วนจะให้วงเงิน 500 บาท หรือ 1,000 บาทต่อเดือนนั้น ขอให้ติดตามภายหลังจากครม.อนุมัติแล้ว ซึ่งตนจะแถลงข่าวภายหลังการประชุม พร้อมปลัดกระทรวงการคลัง ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล
วิกฤตพลังงานยืดเยื้อ จ่อใช้เงินกู้ 5 หมื่นล้าน
ทั้งนี้ ปัจจุบันสงครามและวิกฤตพลังงานยังคงยืดเยื้อ ทั้งนี้ปัจจุบันยังมีเม็ดเงินคงเหลือในวงเงินส่วนแรกอยู่ประมาณ เกือบ 50,000 ล้านบาท จากวงเงินของ พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ในส่วนแรกสำหรับเยียวยาประชาชน
“สถานการณ์สงครามยังไม่จบ ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้น และมีแนวโน้มเกิดภาวะเงินเฟ้อตามมาอย่างแน่นอน จึงมีความจำเป็นต้องเดินหน้าต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัสเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป แต่จะช่วยเท่าไรต้องขอดูงบประมาณก่อนเพราะเรามีเงินจำกัด เราอยากใช้วงเงินที่มีให้คุ้มค่า”







