
‘ศุภจี’ เผย FTA ไทย-UAE จ่อกลับโต๊ะเจรจา ในรอบ 3 ปี ลุ้นปิดดีลเร็ว
“ศุภจี” เผยไทย-UAE เตรียมกลับมาเจรจา CEPA อีกครั้ง หลังหยุดตั้งแต่รอบ 4 ช่วงปลายปี 2566 เหตุยังติดประเด็นอ่อนไหวของไทย แม้การเจรจาคืบหน้ากว่า 80% ล่าสุดสองฝ่ายได้ข้อสรุปร่วมกัน เดินหน้าปิดดีลในเร็วๆ นี้
KEY
POINTS
- ไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ตกลงที่จะกลับมาเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (CEPA) อีกครั้ง หลังจากการเจรจารอบล่าสุดหยุดชะงักไปเมื่อเดือนกันยายน 2566
- การเจรจามีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 80% และทั้งสองฝ่ายสามารถหาข้อสรุปร่วมกันในประเด็นที่ติดขัดได้แล้ว ทำให้คาดว่าจะสามารถปิดการเจรจาได้ในเร็วๆ นี้
- ข้อตกลง CEPA ฉบับนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่ม GDP ของไทยได้ 318-357 ล้านดอลลาร์ และเพิ่มการส่งออกไปยัง UAE ในกลุ่มสินค้าสำคัญ เช่น อาหาร ยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (CEPA) ไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ว่า ขณะนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงที่จะกลับเข้าสู่การเจรจาอีกครั้ง หลังจากการเจรจาครั้งที่ 4 ช่วงเดือน กันยายน 2566 สิ้นสุดลง และยังไม่ได้กลับมาเจรจากันอีก โดยยังมีบางประเด็น ที่ยังหาข้อสรุปร่วมกันไม่ได้ แม้ในครั้งล่าสุด การเจรจามีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 80%
“ในประเด็นที่ยังหาข้อสรุปร่วมกันไม่ได้ ขณะนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้แล้ว จึงจะกลับมาเจรจาในส่วนที่เหลือ หรือปิดการเจรจาให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงในการสร้างแต้มต่อทางการค้า การลงทุน และความร่วมมือด้านต่างๆ ได้โดยเร็ว ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ และประชาชนของทั้ง 2 ฝ่าย”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไทย- UAE ออกแถลงการณ์ประกาศเปิดการเจรจา CEPA อย่างเป็นทางการผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2566 และได้เจรจากันมาแล้ว 4 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 26-28 กันยายน 2566 และในครั้งนี้ สามารถสรุปผลการเจรจาได้เกือบหมดแล้ว เหลือเพียงบางประเด็น และบางสินค้า ที่เป็นความอ่อนไหวของไทย และอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ หากเปิดเสรีให้กับ UAE ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายต้องหารือกันอย่างเข้มข้น เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
พาณิชย์คาดปิดดีลเจรจาเร็ววันนี้
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ได้หารือกับทุกภาคส่วน เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น และสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาทางออกร่วมกันแบบที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ และเป็นประโยชน์สูงสุดกับไทย จนนำมาซึ่งการกลับเข้าสู่การเจราอีกครั้ง และคาดว่า จะปิดการเจรจาได้ในเร็วๆ นี้
สำหรับการจัดทำ CEPA ไทย-UAE นั้น กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ที่ได้ว่าจ้างบริษัทบริษัทที่ปรึกษา ศึกษาความเป็นไปได้ของความตกลงฉบับนี้มาตั้งแต่ปี 2567 และพบว่า เมื่อบังคับใช้แล้ว จะทำให้ผลิตภีณฑ์มวลรวมในประเทศของไทยเพิ่มขึ้นได้อีก 318-357 ล้านดอลลาร์ และการส่งออกภาพรวม เพิ่มขึ้นอีก 190-243 ล้านดอลลาร์
โดยสินค้าที่คาดว่าไทยจะส่งออกไป UAE ได้มากขึ้น เช่น อาหาร, สิ่งทอและเครื่องแต่งกาย, ผลิตภัณฑ์จากหนังสัตว์, ไม้, ยางพารา, พลาสติก, เคมีภัณฑ์, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์และชิ้นส่วน ส่วนสาขาบริการที่คาดว่าจะมีธุรกรรมระหว่างกันเพิ่มขึ้น เช่น การขนส่ง, การเงิน และบริการด้านธุรกิจ





