thansettakij
thansettakij
“กรณ์”ชงรัฐบาลลดภาษีน้ำมันดีเซล 5 บาท ตรงจุดกว่าแจกไทยช่วยไทย พลัส  60/40

“กรณ์”ชงรัฐบาลลดภาษีน้ำมันดีเซล 5 บาท ตรงจุดกว่าแจกไทยช่วยไทย พลัส 60/40

20 ก.ย. 69 | 08:27 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.ย. 69 | 08:37 น.

“กรณ์ จาติกวณิช” อดีต รมว.คลัง เสนอให้รัฐบาล “ลดภาษีน้ำมันดีเซล 5 บาท” ตรงจุดกว่ากู้มาแจก “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40”

KEY

POINTS

  • นายกรณ์ จาติกวณิช เสนอให้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 5 บาทต่อลิตร เพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพ
  • ชี้การลดภาษีจะทำให้ราคาดีเซลหน้าปั๊มลดลงเหลือประมาณ 35 บาท และสามารถตรึงราคาได้นานเกือบครึ่งปีโดยไม่ต้องเพิ่มหนี้สาธารณะ
  • แนวทางนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และตรงจุดกว่าการกู้เงินมาแจกในโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" ซึ่งไม่ได้ช่วยลดต้นทุนการผลิต หรือ ค่าขนส่ง

“กรณ์ จาติกวณิช” เสนอทางเลือกแก้ปัญหาค่าครองชีพ ให้รัฐบาลลดภาษีน้ำมันดีเซลลง 5 บาทต่อลิตร แทนการกู้เงินมาใช้ในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ชี้หากลดภาษีตามข้อเสนอ ราคาน้ำมันหน้าปั๊มจะลดลงเหลือประมาณ 35 บาทต่อลิตร และสามารถตรึงภาระราคาน้ำมันได้นานเกือบครึ่งปี โดยไม่ต้องเพิ่มหนี้สาธารณะ

วันที่ 20 กันยายน 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรมว.คลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij” เสนอให้รัฐบาลพิจารณาแนวทางลดภาษีน้ำมันดีเซล เพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพจากต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง

นายกรณ์ ระบุว่า ขอคิดต่างนะครับ หากรัฐบาลยอมลดภาษีนํ้ามันดีเซลลงสักลิตรละ 5 บาท ราคาน้ำมันหน้าปั๊มจะลดเหลือ 35 บาททันที 

เราใช้ดีเซลวันละประมาณ 67 ล้านลิตร เท่ากับรัฐจะเสียรายได้ไป 330 ล้านบาทต่อวัน หรือเดือนละ 10,000 ล้านบาท แทนที่จะกู้เพิ่มมาแจกโครงการ “ไทยช่วยไทย” 50,000 ล้าน ให้คนกลุ่มเดิม เราสามารถลดราคานํ้ามันได้ถึงเกือบครึ่งปี!

นายกรณ์ ระบุด้วยว่า การแจกผ่าน #ไทยช่วยไทย ไม่ได้ทำให้ของถูกลง ไม่ได้ช่วยลดต้นทุนการผลิตให้ผู้ประกอบการ ไม่ได้ช่วยลดค่าขนส่งแต่อย่างใด เราอยู่ในยุคข้าวยากหมากแพง แต่ไม่มีคำตอบว่าเมื่ออีกสองเดือนผ่านไปรัฐบาลจะแก้ปัญหาอย่างไร 

ประสบการณ์ที่ผ่านมาค่อนข้างชัดว่า ไทยช่วยไทย พอแจกหมดประชาชนก็ต้องอยู่กับค่าครองชีพที่แพงขึ้นอยู่ดี รัฐบาลบอกเองว่า จำเป็นต้องมี ไทยช่วยไทย เพราะค่าครองชีพสูงขึ้นจากต้นทุนราคานํ้ามันที่สูงขึ้น ดังนั้นทำไมเราไม่ไปแก้ที่ต้นตอปัญหา!?

และวิธีนี้ไม่เพิ่มหนี้ให้ประเทศด้วย รัฐบาลมีการใช้งบในเรื่องที่ไม่จำเป็นมากมาย ปรับลดลงเพื่อรองรับรายได้ภาษีที่ลดลงน่าจะเป็นวิธีการช่วยประชาชนที่ดีกว่า 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อเสนอของ นายกรณ์ เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลกำลังเตรียมต่ออายุมาตรการช่วยเหลือประชาชนผ่าน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ซึ่งโครงการเดิมกำหนดให้รัฐร่วมจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40% โดยมีเป้าหมายบรรเทาภาระค่าครองชีพและประคองกำลังซื้อ ท่ามกลางผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน

ขณะที่มีรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” อีก 2 เดือน ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 โดยคงสัดส่วนร่วมจ่าย 60:40 

แนวทางดังกล่าวเป็นการใช้วงเงินจากกรอบ พ.ร.ก.กู้เงินส่วน 200,000 ล้านบาท ที่จัดไว้สำหรับมาตรการช่วยเหลือ โดยกระทรวงการคลังระบุว่าไม่มีการโยกงบจากส่วนเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานมาใช้กับโครงการต่ออายุครั้งนี้

ก่อนหน้านี้ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ถูกออกแบบให้รัฐร่วมจ่าย 60% สูงสุด 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน โดยโครงการเดิมกำหนดระยะเวลาใช้สิทธิระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2569 

โครงการมีเป้าหมายทั้งลดภาระค่าครองชีพ เพิ่มกำลังซื้อ และช่วยผู้ประกอบการรายย่อย โดยข้อมูลช่วงเดือนกรกฎาคมพบว่า มีประชาชนใช้สิทธิกว่า 26 ล้านราย และเกิดยอดใช้จ่ายสะสมกว่า 60,518 ล้านบาท ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2569