thansettakij
thansettakij
งบกำลังคนภาครัฐ ปี 2570

สำนักงบฯ ร่อนหนังสือรัดเข็มขัดงบ 70 งัดไม้แข็งคุมเข้ม ‘กำลังคนภาครัฐ’

16 ก.ย. 69 | 02:00 น.

สำนักงบประมาณ ร่อนหนังสือถึงหัวหน้าส่วนราชการทุกแห่ง คุมเข้มอัตรากำลังภาครัฐรับปีงบประมาณ 2570 ห้ามบรรจุข้าราชการใหม่นอกเหนือ พ.ร.บ.งบประมาณ สกัดรายจ่ายซํ้าซ้อน บังคับหน่วยงานรัฐบริหารจัดการวงเงินในมือให้คุ้มค่า ห้ามสร้างภาระผูกพันใหม่

KEY

POINTS

  • สำนักงบประมาณออกมาตรการคุมเข้มงบประมาณด้านบุคลากรภาครัฐปี 2570 เพื่อให้การบริหารอัตรากำลังมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับงบประมาณ
  • หน่วยงานรัฐสามารถบรรจุแต่งตั้งบุคลากรได้เฉพาะในอัตราที่ได้รับอนุมัติงบประมาณแล้วเท่านั้น และให้ชะลอการจ้างในอัตราว่างบางกรณี
  • การจ้างงานในอัตราว่างจากผลเกษียณอายุหรืออัตราว่างที่ไม่มีเงิน จะถูกจำกัดงบประมาณโดยให้ใช้อัตราเงินเดือนแรกบรรจุในระยะเวลาที่กำหนด
  • หากมีความจำเป็นต้องจ้างงานนอกเหนือจากแผนที่ได้รับอนุมัติ จะต้องขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณเป็นรายกรณี และให้ใช้งบเหลือจ่ายเป็นลำดับแรก

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ได้เสนอทำหนังสือแจ้งทุกส่วนราชการ ทั้งปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น เพื่อซักซ้อมความเข้าใจการบริหารงบประมาณรายจ่ายบุคลากร ภายใต้แผนงานบุคลากรภาครัฐประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ภายหลังจากพ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 มีผลบังคับใช้

สำนักงบประมาณ แจ้งรายละเอียดว่า เพื่อให้การบริหารจัดการอัตรากำลังในการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี 

รวมทั้งมีการใช้กำลังคนภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด เหมาะสมกับบทบาทภารกิจของหน่วยงาน และเกิดความสมดุลของกำลังคนภาครัฐในภาพรวมสอดคล้องกับกรอบวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร โดยคำนึงถึงหลักการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569

สำนักงบประมาณ จึงขอซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินการตามแนวทางการบริหาร งบประมาณรายจ่ายบุคลากร ภายใต้แผนงานบุคลากรภาครัฐประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยขอให้หน่วยรับงบประมาณดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวอย่างเคร่งครัดเป็นข้อ ๆ ประกอบด้วย

1. หน่วยรับงบประมาณสามารถบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการ และจ้างพนักงานของรัฐได้เฉพาะอัตราที่ได้รับอนุมัติงบประมาณตามพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม แล้วแต่กรณีเท่านั้น ทั้งนี้ ให้พิจารณาถึงความเหมาะสมและความจำเป็นตามภารกิจ ระยะเวลาการจ้างให้เหมาะสมสอดคล้องกับจำนวนเดือนที่ได้รับอนุมัติงบประมาณ และอยู่ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร กรณีอัตราว่างให้ดำเนินการเป็นกรณี ๆ ดังนี้

กรณีเป็นอัตราว่างมีเงินอัตราหมุนเวียนของพนักงานราชการ และอัตราว่างของลูกจ้างชั่วคราว ให้หน่วยรับงบประมาณชะลอการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการ และจ้างพนักงานของรัฐ หากมีความจำเป็นต้องจ้างให้ใช้งบประมาณแผนงานบุคลากรภาครัฐเหลือจ่ายหรือหมดความจำเป็นมาดำเนินการ ซึ่งจำนวนอัตราที่สามารถดำเนินการได้ต้องไม่เกินกรอบอัตรากำลังและกรอบวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร 

ยกเว้นหน่วยงานของศาล หน่วยงานของรัฐสภา หน่วยงานขององค์กรอิสระและองค์กรอัยการ ให้บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการ และจ้างพนักงานของรัฐ โดยใช้อัตราเงินเดือนแรกบรรจุและมีระยะเวลา 4 เดือน หรือตามจำนวนเดือนที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณ

กรณีเป็นอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการ ให้หน่วยรับงบประมาณบรรจุ และแต่งตั้งข้าราชการ และจ้างพนักงานของรัฐ โดยใช้อัตราเงินเดือนแรกบรรจุและมีระยะเวลา 1 เดือน หรือตามจำนวนเดือนที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณ ยกเว้น หน่วยงานของศาล หน่วยงานของรัฐสภา หน่วยงาน ขององค์กรอิสระและองค์กรอัยการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (เฉพาะใช้บรรจุนักเรียนตำรวจ) ให้บรรจุ และแต่งตั้งข้าราชการ และจ้างพนักงานของรัฐ โดยใช้อัตราเงินเดือนแรกบรรจุและมีระยะเวลา 4 เดือน

กรณีเป็นอัตราว่างไม่มีเงินที่ได้รับอนุมัติงบประมาณตามพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ให้หน่วยรับงบประมาณบรรจุและแต่งตั้ง ข้าราชการ และจ้างพนักงานของรัฐ โดยใช้อัตราเงินเดือนแรกบรรจุและมีระยะเวลา 4 เดือน หรือตามจำนวนเดือนที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณ

2. สำหรับกรณีที่มีความจำเป็นต้องบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการ และจ้างพนักงานของรัฐนอกเหนือจากที่ได้รับอนุมัติงบประมาณตามพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ให้หน่วยรับงบประมาณขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณก่อนเป็นรายกรณี 

ทั้งนี้ให้พิจารณาใช้จ่ายจากเงินเหลือจ่ายหรือปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี ภายใต้แผนงานบุคลากรภาครัฐ ภายในกรอบวงเงินที่ได้รับจัดสรรมาดำเนินการเป็นลำดับแรก โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณ และดำเนินการตามนัยพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 อย่างเคร่งครัด

ที่ผ่านมา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ยังได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน จัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ และการอนุมัติเงินจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เพื่อเร่งให้ทุกหน่วยงานสามารถใช้จ่ายงบประมาณได้ทันทีตั้งแต่วันแรกที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569

หนังสือดังกล่าวกำหนดให้หน่วยรับงบประมาณจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเต็มจำนวนวงเงินที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา และส่งเอกสารให้สำนักงบประมาณภายในวันที่ 15 กันยายน 2569 โดยเฉพาะงบลงทุนในลักษณะรายการปีเดียว สำนักงบประมาณกำหนดให้หน่วยงานเร่งดำเนินการก่อหนี้ผูกพันได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 และต้องก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จทุกรายการภายในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ

ส่วนของการอนุมัติเงินจัดสรร สำนักงบประมาณระบุว่าหน่วยรับงบประมาณไม่ต้องยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรรเช่นเดิม แต่จะสามารถใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันได้จริงก็ต่อเมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณมีผลใช้บังคับแล้วเท่านั้น ทั้งนี้งบลงทุนจะได้รับการจัดสรรเต็มวงเงินทันที ยกเว้นรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีที่เป็นรายการใหม่ ซึ่งจะจัดสรรเต็มวงเงินเมื่อสำนักงบประมาณเห็นชอบความเหมาะสมด้านราคาแล้ว 

ส่วนงบดำเนินงานที่มีลักษณะผูกพันข้ามปีงบประมาณก็จะได้รับการจัดสรรเต็มวงเงินเช่นกัน หากมีกฎหมายหรือระเบียบกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายไว้ชัดเจน สำหรับงบประมาณรายจ่ายประเภทอื่นที่ไม่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว จะได้รับการจัดสรรตามความจำเป็นที่ต้องใช้จ่ายในไตรมาสที่ 1 และ 2 แต่ไม่เกินร้อยละ 75 ของงบประมาณส่วนที่เหลือ

สำหรับงบประมาณส่วนที่ยังเหลืออยู่ภายหลังจากการจัดสรรรอบแรก สำนักงบประมาณจะพิจารณาอนุมัติเงินจัดสรรเพิ่มเติมให้ก่อนสิ้นไตรมาสที่ 2 โดยจะนำผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณจริงของหน่วยรับงบประมาณในไตรมาสที่ 1 และ 2 มาประกอบการพิจารณา ซึ่งในกรณีนี้หน่วยรับงบประมาณไม่ต้องยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรรอีกเช่นกัน