
รัฐบาลดัน Thailand FastPass 3.4 แสนล้าน ปั้นแผนใหม่ดึงไทยประเทศรายได้สูง
รัฐบาลเร่งเครื่องดัน Thailand FastPass ดึงดูดการลงทุน ล่าสุดบอร์ดบีโอไออนุมัติโครงการแล้ว 42 โครงการ ดันเงินลงทุนจริง 3.44 แสนล้าน พร้อมวางยุทธศาสตร์ใหม่เน้นวัดผลตอบแทนเศรษฐกิจประเทศเป็นรูปธรรม
KEY
POINTS
- รัฐบาลผลักดันมาตรการ "Thailand FastPass" เพื่อดึงดูดการลงทุน โดยมีโครงการสะสมแล้ว 42 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3.4 แสนล้านบาท
- บีโอไอได้อนุมัติโครงการลงทุนเพิ่มเติมใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และอาหารแปรรูป เพื่อเร่งรัดการลงทุนและสร้างงานกว่า 27,000 ตำแหน่ง
- มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ใหม่ที่มุ่งเพิ่มสัดส่วนการลงทุนต่อ GDP ให้สูงกว่า 30% และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นประเทศรายได้สูง
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า รัฐบาลวางแผนการผลักดันมาตรการ "Thailand FastPass" เพื่อดึงดูดการลงทุนเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา ได้มีการขับเคลื่อนการลงทุน และวางนโยบายการส่งเสริมการลงทุนที่มีความสำคัญต่อทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไปทั้งการเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยและดึงดูดการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยมีการอนุมัติการลงทุนผ่านมาตรการ Thailand FastPass เพิ่มเติม พร้อมปรับยุทธศาสตร์บีโอไอใหม่มุ่งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจากร้อยละ 20 ให้มากกว่าร้อยละ 30 ของ GDP
สำหรับมาตรการเชิงรุกในการเร่งรัดการลงทุนจริงผ่าน Thailand FastPass ถือเป็นหัวใจสำคัญในการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน ล่าสุด บอร์ดบีโอไอได้คัดเลือกโครงการเข้าสู่ระบบ FastPass เพิ่มเติมอีก 17 โครงการ จาก 15 บริษัท มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 121,000 ล้านบาท โดยจะมีการจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 14,000 คน ซึ่งครอบคลุมถึง 4 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย คือ
1.กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวม 10 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 83,900 ล้านบาท
2.กลุ่มอาหารแปรรูป 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 24,300 ล้านบาท
3.กลุ่มอาหารสัตว์ 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 8,800 ล้านบาท
4.กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4,300 ล้านบาท
เมื่อรวมกับโครงการที่เข้าสู่ระบบ FastPass ในระยะแรกที่อนุมัติไปแล้วจำนวน 25 โครงการ จาก 23 บริษัท มูลค่ากว่า 223,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้วทั้งหมด โดยมี 11 โครงการที่ได้รับใบอนุญาตครบถ้วนตามกรอบเวลา และเกิดการลงทุนจริงไปแล้วกว่า 21,000 ล้านบาท
ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ปัจจุบันกลไก Thailand FastPass มีโครงการสะสมรวมทั้งสิ้น 42 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 344,000 ล้านบาท และสร้างการจ้างงานบุคลากรไทยรวมกว่า 27,000 คน ช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทยและก่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีต่อไปในอนาคต
แหล่งข่าวระบุว่า นอกจากกลไก FastPass แล้ว บีโอไอยังได้ปรับทิศทางการส่งเสริมการลงทุนครั้งใหญ่จากการประชุมระดมความคิดเห็นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยตั้งโจทย์หลัก คือโครงการที่ขอส่งเสริมการลงทุนต้องตอบโจทย์ได้ว่าเป็นโครงการที่สร้างคุณค่าด้านใด ส่งเสริมอุตสาหกรรมอะไร มีแนวทางขับเคลื่อนอย่างไร เพื่อเปลี่ยนบทบาทมาเป็นการผูกสิทธิประโยชน์กับการสร้างคุณค่าต่อเศรษฐกิจของประเทศที่จะเกิดขึ้นจริง
นอกจากนี้ยุทธศาสตร์ใหม่ของบีโอไอเน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เป็นโอกาสแห่งอนาคตตามจุดแข็งของประเทศและเทรนด์โลก ขณะเดียวกันจะทยอยลดการส่งเสริมกิจการมูลค่าเพิ่มต่ำ หรือกิจการที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร พร้อมทั้งกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรูปแบบ Joint KPI เพื่อติดตามผลการลงทุนจริง
การดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตมากกว่าร้อยละ 3 ต่อปี ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันสู่ Top 20 ผลักดันสัดส่วนการลงทุนมากกว่าร้อยละ 30 ของ GDP และนำประเทศไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี ตามเป้าหมายต่อไป







