
กรมทรัพย์ฯ ลุยทำลายสินค้าปลอม 2 ล้านชิ้น มูลค่าพุ่ง 2.1 พันล้าน
กระทรวงพาณิชย์ ลุยทำลายของกลางละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาพุ่ง 2,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 138% พร้อมเร่งขับเคลื่อน IP Work Plan ร่วมกับ USTR หวังยกระดับไทยพ้นบัญชี WL
KEY
POINTS
- กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่คดีถึงที่สุดแล้วกว่า 2 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2.1 พันล้านบาท
- จำนวนของกลางและมูลค่าความเสียหายในปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยมูลค่าความเสียหายพุ่งสูงขึ้นถึง 138%
- การปราบปรามอย่างจริงจังนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและมุ่งให้ไทยพ้นจากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List)
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าทำลายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปี 69 รวมกว่า 2 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหายพุ่ง 138% พร้อมเร่งขับเคลื่อนแผน IP Work Plan ร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อขยับสถานะพ้นบัญชี Watch List
วันนี้ (10 กันยายน 2569) ดร. ปิยนุช วุฒิสอน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี ณ หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึกกำลัง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ และองค์กรพันธมิตรระหว่างประเทศ ทำลายของกลางในคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว กว่า 2 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท
ดร. ปิยนุช เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการปกป้องคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าปราบปรามการละเมิดอย่างจริงจัง ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์
สำหรับพิธีทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้วในปีนี้ มีจำนวนของกลางที่นำมาทำลายรวม 2,085,705 ชิ้น เพิ่มขึ้น 36.45% เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่มีจำนวนของกลางฯ 1,528,524 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 2,145,916,400 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 138.19% เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่มีมูลค่าความเสียหาย 900,912,800 บาท
โดยเป็นผลจากการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในการจับกุมและตรวจยึดสินค้าละเมิดฯ จากช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท อาทิ เครื่องแต่งกาย นาฬิกา กระเป๋า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อะไหล่รถยนต์ ยา เครื่องสำอาง อาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ของกลางเหล่านี้จะถูกนำไปทำลาย ณ โรงงานที่มีระบบมาตรฐานจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2015 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้กระบวนการทำลายเป็นไปอย่างเหมาะสมและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
ดร. ปิยนุช กล่าวย้ำว่า การยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้สอดรับกับมาตรฐานสากล จำเป็นต้องเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ควบคู่กับการทำงานเชิงรุกร่วมกับประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะสหรัฐฯ ซึ่งในรายงานการจัดสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ ประจำปี 2569 ไทยยังคงอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List: WL)
ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานตาม IP Work Plan ซึ่งเป็นแผนงานที่จัดทำร่วมกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ที่มีการละเมิดสูง เพื่อลดการจำหน่ายสินค้าละเมิด คุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ตลอดจนสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่โปร่งใสและดึงดูดการค้าการลงทุนเข้าสู่ประเทศ
อย่างไรก็ดี หากท่านใดพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสมาที่ กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 02-547-4702 หรือสายด่วน 1368





