
ดัชนีวัสดุก่อสร้าง ส.ค. พุ่ง 6.1% เชื้อเพลิง-ทองแดงดันต้นทุนยกแผง
สนค. เผยดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ส.ค. 69 โต 6.1% ผลกระทบพิษสงครามดันราคาน้ำมัน-พลังงานพุ่ง อุปกรณ์ไฟฟ้าหนักสุดเฉียด 13% ชี้ ก.ย. ทรงตัวสูง
KEY
POINTS
- ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนสิงหาคม 2569 ปรับตัวสูงขึ้น 6.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- ปัจจัยหลักเกิดจากราคาเชื้อเพลิงและพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและขนส่งเพิ่มขึ้นเกือบทุกหมวด
- หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปาปรับตัวสูงขึ้นมากที่สุดถึง 12.7% โดยเฉพาะสายไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาทองแดงในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้น
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนสิงหาคม 2569 เท่ากับ 113.1 เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2568 สูงขึ้น 6.1% และยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังตึงเครียด จากการที่สหรัฐใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน และยูเครนโจมตี โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียหลายแห่ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานมีความผันผวนและอยู่ในระดับสูง กระทบทั้งการผลิตและโลจิสติกส์ของสินค้าวัสดุก่อสร้างทำให้ดัชนีราคาสูงขึ้นเกือบทุกหมวด
ทั้งนี้ ดัชนีราคาหมวดที่สูงขึ้น ได้แก่ หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ สูงขึ้น 4.5% จากการสูงขึ้นของไม้แบบ บานหน้าต่าง บานประตู จากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน
หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้น 9.6% จากการสูงขึ้นของคอนกรีตผสมเสร็จ คานคอนกรีตสำเร็จรูป พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง และท่อระบายน้ำคอนกรีต เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) ปรับสูงขึ้น ประกอบกับต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้น
หมวดกระเบื้อง สูงขึ้น 4.0% จากการสูงขึ้นของกระเบื้องเคลือบปูพื้น กระเบื้องยาง PVC ปูพื้น บัวเชิงผนัง PVC และกระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา เนื่องจากต้นทุนการผลิตปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงาน (ก๊าซธรรมชาติ) และวัตถุดิบ (สารเคลือบ แร่ซิลิกา)
หมวดวัสดุฉาบผิว สูงขึ้น 1.7% จากการสูงขึ้นของสีเคลือบน้ำมัน สีน้ำอะคริลิคทาภายนอก และสีน้ำอะคริลิคทาภายใน ที่ปรับสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ (ผงสี อีพ็อกซี่เรซิน ตัวทำละลาย)
หมวดสุขภัณฑ์ สูงขึ้น 3.7% จากการสูงขึ้นของกระจกเงา อ่างล้างหน้าเซรามิก และราวแขวนผ้าติดผนัง เนื่องจากกระบวนการผลิตใช้พลังงานในปริมาณสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตปรับเพิ่มขึ้น
หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ สูงขึ้น 15.7% จากราคายางมะตอยสูงขึ้นตามราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค รวมทั้งวัสดุธรรมชาติ (หิน ดิน ทราย) ปรับราคาจากต้นทุนสูงขึ้นทั้งค่าเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องจักรและต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ดัชนีราคาหมวดที่ลดลง ได้แก่ หมวดซีเมนต์ ลดลง 0.2% จากการลดลงของปูนซีเมนต์สำเร็จรูปและปูนซีเมนต์ผสม เนื่องจากมีการแข่งขันสูง
หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลง 0.6% จากการลดลงของเหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ เหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี และเหล็กตัว H เนื่องจากอุปทานเหล็กส่วนเกินจากจีนยังคงกดดันราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศให้ปรับลดลง
นายนันทพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกันยายน 2569 คาดว่ายังคงขยายตัวต่อเนื่อง จากหลายปัจจัย ดังนี้
1.ต้นทุนราคาน้ำมันและราคาพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (ตะวันออกกลาง รัสเซีย - ยูเครน) ที่ยังตึงเครียด
2. ราคาของสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดมีแนวโน้มสูงขึ้น ตามราคาทองแดงในตลาดโลกสูงขึ้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการหยุดดำเนินการของเหมืองทองแดงในชิลีและเปรู ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกหลักได้ประสบภัยทางธรรมชาติ และมีความต้องการใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้น
3.ความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างในการก่อสร้างและซ่อมแซม ถนน อาคาร ที่พักอาศัยหลังเกิดภัยพิบัติ





