
“ผศ.วุฒิศักดิ์”ชูวิสัยทัศน์รามคำแหง สู่ศูนย์เรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างบันไดแห่งโอกาสยุค AI
“ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์” ชูวิสัยทัศน์ นำทัพ ม. รามคำแหง มุ่งสู่ศูนย์เรียนรู้ตลอดชีวิต บันไดโอกาสและทักษะการทำงานจริงในศตวรรษใหม่ สร้างบันไดแห่งโอกาส ยุค AI
KEY
POINTS
- ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ของ ม.รามคำแหง สู่การเป็น "ศูนย์เรียนรู้ตลอดชีวิต" เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้ประชาชนสามารถเลือกเรียนเฉพาะวิชาที่จำเป็นต่ออาชีพได้
- ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อปรับตัวและอยู่ร่วมกับเทคโนโลยี AI อย่างมีสติ โดยเน้นการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่ทำลายความคิดสร้างสรรค์และคุณธรรม
- พัฒนานวัตกรรมหลักสูตรใหม่ที่ตอบโจทย์สังคม เช่น ทัศนมาตรศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย พร้อมปรับการเรียนการสอนเป็นแบบไฮบริดเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น
- ใช้ระบบการเรียนแบบเปิดที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย เพื่อเป็นพื้นที่ให้ผู้เรียนได้ค้นหาตัวเองและสร้างบันไดแห่งโอกาสในการประกอบอาชีพ
ในกระแสการเปลี่ยนแปลงของศตวรรษใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว “มหาวิทยาลัยรามคำแหง” ภายใต้การนำของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาราชการแทนอธิการบดี ประกาศยุทธศาสตร์ปรับตัวเพื่อสร้างบันไดโอกาสและทางเลือกในชีวิตที่ตอบสนองความต้องการในการทำมาหากินจริงของประชาชนไทย
สร้างบันไดโอกาสทางการศึกษาและกลไกการพึ่งพาตนเอง
“ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์” เล่าให้ฟังถึงบริบทของสังคมไทยในปัจจุบันว่า เป็นสังคมที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อชีวิตตนเอง ท่ามกลางภาระความรับผิดชอบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว เรื่องเศรษฐกิจ สภาพความเป็นอยู่ หรือการเจ็บไข้ได้ป่วย
“จากประสบการณ์การทำงานในมหาวิทยาลัยรามคำแหงพบว่า มีประชาชนจำนวนมากที่เคยขาดโอกาสทางการศึกษา แต่เมื่อได้รับโอกาสให้เข้ามาศึกษาในสถาบันแห่งนี้ภายใต้เงื่อนไขการลงทุนทางการศึกษาที่ประหยัดและใช้เงินไม่มาก ก็สามารถใช้โอกาสนี้เป็นเครื่องมือในการสร้างบันไดชีวิตทีละขั้น
เพื่อนำไปสู่การยืนหยัดและพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงในท้ายที่สุด ภาพความเป็นจริงดังกล่าวสะท้อนชัดว่าหากสังคมไทยขาดกลไกหรือปราศจากความเปิดโอกาสทางการศึกษาเพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ชีวิต โอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนก็จะยิ่งแคบและลดน้อยลงอย่างน่าเป็นห่วง”
ปฏิรูปปรัชญาการศึกษาแนวใหม่สู่ศตวรรษแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วุฒิศักดิ์ ยังบอกว่า แนวคิดเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิตหรือไลฟ์ลองเลิร์นนิง ซึ่งกำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมปัจจุบัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์และสอดคล้องกับปรัชญาการศึกษาในยุคใหม่เป็นอย่างยิ่ง มหาวิทยาลัยจึงได้จัดตั้ง “ศูนย์พัฒนาศักยภาพและการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ขึ้น เพื่อรองรับกระบวนการศึกษาที่แตกต่างจากระบบการศึกษาแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง
“ผู้เรียนในระบบนี้ไม่จำเป็นต้องมาใช้เวลาศึกษานานถึงสี่ปีและไม่ต้องเผชิญความยากลำบากในการมุ่งหวังเพียงใบปริญญาบัตรเพื่อออกไปประกอบอาชีพ เนื่องจากโลกปัจจุบันได้เปลี่ยนเข้าสู่ยุคแห่งการเรียนรู้ที่แท้จริง ดังนั้นผู้คนที่ต้องการความรู้เฉพาะทางเพื่อนำไปเสริมสร้างอาชีพหรือทำมาหากินก็สามารถลงทะเบียนเรียนเฉพาะวิชาที่ต้องการโดยไม่หวังปริญญาได้”
ปรับตัว เปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและ AI
ในส่วนของการปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะกระแสของ AI ที่มีบทบาทมากขึ้นในทุกภาคส่วน
“ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วุฒิศักดิ์” บอกว่า มนุษย์ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ เพราะเทคโนโลยีใหม่ย่อมเกิดขึ้นเคียงคู่กับสังคมมนุษย์ในทุกยุคสมัย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องต้อนรับและนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาปรับใช้ในชีวิตอย่างมีสติ และรู้จักเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับเอไอโดยไม่ปล่อยให้เทคโนโลยีเข้ามาทำลายจินตนาการ ทำลายความคิดสร้างสรรค์
ตลอดจนบ่อนทำลายหลักคุณธรรมจริยธรรมในการขับเคลื่อนชีวิต มนุษย์ต้องมีความเข้าใจในการใช้ AI เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทางที่ถูกที่ควร และต้องระวังไม่ให้ตนเองตกเป็นทาสความรู้สึกหรือทาสระบบความคิดของ AI เนื่องจากเชื่อมั่นว่า AI ไม่มีวันจะฉลาดหรือคิดได้ลึกซึ้งเกินกว่าสติปัญญาและความเชื่อของมนุษย์ผู้มีมิติด้านความรู้สึก มีอารมณ์ร่วม และมีความรู้สึกนึกคิดซึ่ง AI ในปัจจุบันยังขาดแคลนคุณสมบัติข้อนี้
หลักสูตรระบบเปิดและการสร้างพื้นที่เพื่อค้นหาตัวตน
การสร้างโอกาสและการพัฒนาหลักสูตรของมหาวิทยาลัยรามคำแหง “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วุฒิศักดิ์” บอกว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหงเน้นความหลากหลายเพื่อตอบโจทย์การค้นหาตัวตนของผู้เรียนเป็นหลัก โดยหลักสูตรของมหาวิทยาลัยมีทางเลือกอย่างกว้างขวางครอบคลุมทั้งมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิชาชีพเฉพาะ
เช่น ด้านธุรกิจ เพื่อให้ทุกคนมีพื้นที่ในการสร้างความฝันและทดลองค้นหาตัวเอง ระบบการเรียนของที่นี่เป็นระบบเปิดซึ่งเอื้อให้นักศึกษาที่เข้ามาศึกษาแล้ว หากพบว่าสาขาวิชาที่ตนเองเลือกไว้ในตอนแรกยังไม่สอดคล้องกับความชอบ ก็สามารถดำเนินการปรับเปลี่ยนไปเรียนสาขาวิชาใหม่ได้ตามความเหมาะสม
ซึ่งระบบความยืดหยุ่นนี้มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการมาอย่างยาวนานและสามารถช่วยให้นักศึกษาจำนวนมากค้นพบตัวตนที่แท้จริงจนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เช่น การเปลี่ยนสายมาเรียนด้านมนุษยศาสตร์และออกไปประกอบอาชีพเป็นเชฟหรือกุ๊กใหญ่ในแวดวงธุรกิจอาหาร นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังเปิดกระบวนวิชานอกหลักสูตรปกติเพื่อให้ประชาชนและผู้สูงอายุเข้ามาเรียนรู้ด้านการดูแลสุขภาพในชีวิตจริงเพิ่มเติมด้วย
นวัตกรรมหลักสูตรเฉพาะทางเพื่อสังคมผู้สูงวัย-การแพทย์สุขภาพ
ภายใต้วิสัยทัศน์ในการพัฒนาหลักสูตรให้สอดรับกับความต้องการจริงของประเทศและภูมิภาค มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้นำร่องนวัตกรรมหลักสูตรใหม่อย่างทัศนมศาสตร์ ซึ่งถือเป็นหลักสูตรแรกในประเทศไทยและหลักสูตรแรกในภูมิภาคเอเชีย
เนื่องจากเล็งเห็นว่าปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ส่งผลให้ประชาชนมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น ปัญหาสายตา และมีความต้องการในการดูแลเรื่องแว่นสายตาเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนและองค์กรต่าง ๆ เพื่อส่งทีมอาจารย์จากคณะทัศนศาสตร์ออกไปให้บริการตรวจวัดสายตาแก่เด็กและประชาชนในชุมชน
พร้อมทั้งให้คำแนะนำการดูแลรักษาสายตาอย่างถูกหลักวิชาการ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นหลักสูตรในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ เช่น การดูแลผู้สูงอายุและการกายภาพบำบัด ซึ่งเป็นแนวโน้มการดูแลสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมหาวิทยาลัยเปิดกว้างให้ประชาชนที่สนใจสามารถเข้ามาศึกษาเพื่อนำความรู้ไปปฏิบัติจริงได้โดยไม่จำกัดเรื่องปริญญาบัตร
เรียนรู้แบบไฮบริด ยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงรุก
“ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วุฒิศักดิ์” กล่าวถึงมิติด้านช่องทางการเรียนการสอนว่า มหาวิทยาลัยได้ปรับปรุงระบบการเรียนรู้มาเป็นรูปแบบผสมผสานหรือไฮบริดเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผู้เรียน โดยผู้เรียนที่สะดวกสามารถเข้ามาเรียนออนไซต์ในชั้นเรียนได้ แต่สำหรับวิชาภาคปฏิบัติที่ต้องการความถูกต้องปลอดภัย
ผู้เรียนยังคงจำเป็นต้องเดินทางมาฝึกฝนทักษะที่สถาบันอย่างใกล้ชิด เช่น วิชาการดูแลสุขภาพ ซึ่งทฤษฎีสามารถเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้ แต่เมื่อถึงเวลาฝึกปฏิบัติจริงในขั้นตอนการนวด จับจุด บีบ หรือดัดกล้ามเนื้อ ก็ต้องเข้ามาฝึกปฏิบัติเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากนี้แนวโน้มที่สำคัญในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพคือการดูแลสุขภาพในแนวทางเวลเนส ซึ่งเน้นการหามาตรการป้องกันก่อนการเกิดโรคแทนที่การรอรักษาเมื่อเจ็บป่วย โดยมหาวิทยาลัยได้บูรณาการความรู้จากคณะสาธารณสุขศาสตร์และคณะพยาบาลศาสตร์ลงสู่ชุมชนเพื่อสร้างการดูแลสุขภาพเชิงรุก ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประชาชนและประเทศชาติได้อย่างมหาศาลในระยะยาว
ล่าสุดมหาวิทยาลัยรามคำแหง ยังร่วมมือกับพันธมิตรพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการ ศักยภาพองค์กร โดยล่าสุด (1 ก.ย.2569) ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ เป็นประธานประชุมหารือร่วมกับรองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เรื่องแนวทางในการพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการและการศึกษาในภาพรวม เพื่อผสานจุดแข็งของทั้งสองสถาบันในการขับเคลื่อนศักยภาพของนักศึกษาในอนาคต
นอกจากนี้สำนักงานธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยง ยังจัดโครงการบริหารจัดการความเสี่ยงและการควบคุมภายใน หัวข้อ “การบริหารความเสี่ยงเชิงรุกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร” , คณะกรรมการเทคโนโลยีและการสื่อสาร ร่วมกับสภาคณาจารย์ จัดโครงการ RU Innovation 2026 เพื่อให้ผู้สนใจนำเสนอผลงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสร้างสรรค์ เป็นต้น






