thansettakij
thansettakij
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

'เอกนิติ' นัดถก 'ชัชชาติ' ศุกร์นี้ ปราบดาต้าเซ็นเตอร์เถื่อน อุดช่องโหว่กฎหมาย

02 ก.ย. 69 | 07:33 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.ย. 69 | 07:33 น.

'เอกนิติ' ถกนัดแรก 'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' 4 ก.ย.นี้ เชิญ 'ชัชชาติ' ผู้ว่า กทม. ร่วมวง ล็งอุดช่องโหว่กฎหมาย-สั่งปราบพวกแอบอ้างซุกโกดังทำธุรกิจเถื่อน

KEY

POINTS

  • 'เอกนิติ' ในฐานะประธานบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เตรียมประชุมร่วมกับ 'ชัชชาติ' ผู้ว่าฯ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางปราบปรามดาต้าเซ็นเตอร์ผิดกฎหมาย
  • มุ่งแก้ปัญหาผู้ประกอบการที่ลักลอบสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ โดยอาศัยช่องโหว่ขอใบอนุญาตก่อสร้างเป็น "โกดังสินค้า" เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย
  • จะมีการบูรณาการทุกหน่วยงานเพื่อจัดระเบียบอุตสาหกรรมใหม่ โดยคำนึงถึงผลกระทบ 4 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงาน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 กันยายน 2569 จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์) ครั้งแรก ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ตนเป็นประธาน เพื่ออุดช่องโหว่ทางกฎหมายทั้งหมด

โดยได้เรียนเชิญหน่วยงานสำคัญเข้ามาหารือร่วมกัน ได้แก่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  ตัวแทนจากกระทรวงพลังงาน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ วาระหลัก คือ การระดมสมองตรวจสอบว่าในปัจจุบันมีข้อกฎหมายใดบ้างที่ทำหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ เนื่องจากที่ผ่านมา แต่ละหน่วยงานต่างพิจารณาอนุมัติหรืออนุญาตเฉพาะตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตนเอง โดยไม่มีหน่วยงานใดมองภาพรวมของการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้เลย 

“รัฐบาลต้องใช้กลไกของคณะกรรมการชุดนี้เข้ามาบูรณาการทุกหน่วยงานเพื่อสร้างแนวทางการควบคุมดูแลในภาพรวม และจะนำกฎหมายที่มีอยู่เดิมของแต่ละหน่วยงานเข้าไปบังคับใช้เพื่อจัดการกับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด”

ยันไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข เอาผิดตามกฎหมาย

ส่วนกรณีที่พบผู้ประกอบการบางรายเข้าไปก่อสร้าง หรือดำเนินกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่เขตเมืองหลวง โดยอาศัยวิธีการหลบเลี่ยงกฎหมายด้วยการยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารในลักษณะของ "โกดังสินค้า" แต่ในความเป็นจริงกลับติดตั้งระบบและประกอบกิจการเป็นดาต้าเซ็นเตอร์แทนนั้น ก็จะมีการหารือประเด็นดังกล่าวด้วย 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ส่วนหากทำผิดเงื่อนไขกฎหมายเหล่านี้จะต้องถูกรื้อถอนหรือไม่นั้น นายเอกนิติ ระบุว่า จำเป็นต้องพิจารณาเป็นรายกรณี เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีลักษณะโครงสร้างและสภาพความผิดที่แตกต่างกัน ยืนยันว่า หากผู้ประกอบการไม่ได้ปฏิบัติตามใบอนุญาต เราจะใช้กฎหมายที่มีอยู่เข้าไปจัดการ

“ความซับซ้อนนี้คือสาเหตุหลักที่จำเป็นต้องเชิญผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเข้ามาร่วมตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริง และหากพบการกระทำผิดกฎหมายที่ชัดเจนก็จะต้องถูกจัดการดำเนินคดีตามขั้นตอนอย่างไม่มีข้อยกเว้น”

นอกจากนี้ ในส่วนของการตรวจสอบระบบการทำงานในปัจจุบัน ข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ที่เปิดดำเนินกิจการอย่างถูกต้องและผ่านการรับรองส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอมีจำนวนอยู่ไม่มากนัก ทว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่เลือกที่จะไปใช้ช่องโหว่ในมิติอื่น ๆ ที่ยังไม่มีกฎหมายกำกับดูแลอย่างทั่วถึง 

เข้ม 4 มิติ จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางบีโอไอกำลังเร่งรวบรวมฐานข้อมูลทั้งหมดเพื่อปูทางไปสู่การรื้อระบบการควบคุมใหม่ทั้งหมด โดยนโยบายจัดระเบียบใหม่นับจากนี้จะต้องคำนึงถึง 4 มิติสำคัญ ได้แก่ มิติด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และผลกระทบทางสังคม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต้องเชิญกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ามามีส่วนร่วมกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด 

ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงพลังงานที่เข้าร่วมเป็นกรรมการจะเข้ามาดูแลด้านการจัดสรรพลังงาน และเตรียมร่วมมือในการตรวจสอบประเด็นอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น การกักตุนน้ำมันด้วยเช่นกัน

ในระยะยาว คณะกรรมการมีเป้าหมายร่วมกันในการศึกษาและจัดทำแนวทางเสนอแรงจูงใจหรือสิทธิประโยชน์ (Incentives) สำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์อนาคต เพื่อรับประกันว่าโครงการลงทุนใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นจะต้องไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 

และที่สำคัญที่สุดคือ ประเทศไทยจะต้องสามารถคว้าและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์สูงสุดจากการเติบโตของเทคโนโลยีนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน