
สกัดโจรยิงแอด กฎใหม่บังคับยืนยันตัวตนก่อนโฆษณาออนไลน์
มาตรการใหม่บังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องพิสูจน์และยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาก่อนยิงแอด เพื่อป้องกันอาชญากรรมออนไนลน์ แพลตฟอร์มต้องเก็บข้อมูลผู้ลงโฆษณาไว้อย่างน้อย 90 วันหลังสิ้นสุดการโฆษณา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
KEY
POINTS
- ออกมาตรการใหม่บังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องพิสูจน์และยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาก่อนยิงแอด เพื่อป้องกันอาชญากรรมและโฆษณาหลอกลวง
- ผู้ลงโฆษณาต้องให้ข้อมูล 3 ส่วนในการยืนยันตัวตน ได้แก่ ชื่อ, หลักฐานแสดงตน (เช่น บัตรประชาชน), และข้อมูลติดต่อ รวมถึงข้อมูลผู้ชำระเงินหากเป็นคนละคนกัน
- แพลตฟอร์มต้องเก็บข้อมูลผู้ลงโฆษณาไว้อย่างน้อย 90 วันหลังสิ้นสุดการโฆษณา โดยกฎใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มีมากขึ้นและใช้กลลวงหลากหลายรูปแบบ โดยสถิติจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ พบว่า 4 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่าความเสียหายจากการถูกหลอกลวงออนไลน์กว่า 7,000 ล้านบาท เฉลี่ยวันละ 62 ล้านบาท หรือกว่า 2.7 ล้านบาทต่อ 1 ชั่วโมงและแพลตฟอร์มที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดคือเฟซบุ๊ก ซึ่งมีมากกว่า 50,000 คดี
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่สภาองค์กรของผู้บริโภคประกาศเดินหน้าฟ้องบริษัท เมตา (Meta) เจ้าของแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กเป็นคดีแรกของประเทศไทย เนื่องจากพบโฆษณาหลอกลวงและโฆษณาผิดกฎหมายเกลื่อนแพลตฟอร์ม ทั้งการหลอกลงทุน แอบอ้างบุคคลสำคัญและดารา ขายสินค้าปลอม สินค้าไม่ผ่านมาตรฐาน ไปจนถึงเว็บพนันออนไลน์
ตอกฝาโลง โจรยิงแอดหลอกลวง
คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้ออกมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กำหนดผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ต้องจัดเก็บข้อมูลผู้กระทำการโฆษณา เพื่อให้สามารถระบุตัวตนและตรวจสอบย้อนหลังได้ พร้อมกำหนดกรณีบุคคลอื่นเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา ต้องจัดเก็บข้อมูลของผู้จ่ายเงินด้วย
โดยประกาศฉบับนี้กำหนดให้ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ ที่ได้รับค่าบริการไม่ว่าจะได้รับจากผู้กระทำการโฆษณาหรือบุคคลอื่น จะต้องมีการพิสูจน์ตัวตนผู้กระทำการโฆษณาทุกครั้งก่อนการประกาศโฆษณา เว้นผู้ที่จะโฆษณารายนั้นได้พิสูจน์ตัวตนไว้แล้วไม่เกิน 1ปี นับแต่วันที่พิสูจน์ตัวตนครั้งล่าสุด
มาตรการดังกล่าวกำหนดให้ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์จัดเก็บข้อมูลของผู้กระทำการโฆษณา เท่าที่จำเป็น ตั้งแต่เริ่มกระทำการโฆษณา และต้องเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นเวลา ไม่น้อยกว่า 90 วันนับตั้งแต่สิ้นสุดการใช้บริการโฆษณา เพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ลงโฆษณาและตรวจสอบย้อนหลังได้ในกรณีที่เกิดปัญหาหรือมีการกระทำผิด
ข้อมูลใช้ยืนยันตัวตน ก่อนยิงแอด
ข้อมูลที่แพลตฟอร์มต้องจัดเก็บประกอบด้วยอย่างน้อย 3 ส่วน ได้แก่ ชื่อบุคคลหรือนิติบุคคล รวมถึงผู้ดำเนินการแทนนิติบุคคล, หลักฐานแสดงตนหรือหลักฐานแสดงความเป็นนิติบุคคล เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือหนังสือรับรองนิติบุคคล และ ข้อมูลการติดต่อที่สามารถติดต่อได้ เช่น ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์
นอกจากนี้ มาตรการยังปิดช่องว่างกรณีผู้ซื้อโฆษณากับผู้จ่ายเงินเป็นคนละราย โดยกำหนดว่า หากมีการชำระค่าโฆษณาโดยบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้กระทำการโฆษณา ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ต้องจัดเก็บข้อมูลของ ผู้ชำระค่าโฆษณา ไว้ด้วย
บังคับพิสูจน์ตัวตน 2ช่องทาง
ผู้ให้บริการต้องเลือกใช้วิธีการพิสูจน์ตัวตนอย่างใดอย่างหนึ่งจาก 2 แนวทาง เพื่อให้สามารถยืนยันได้ว่าผู้ที่ซื้อหรือดำเนินการโฆษณาเป็นบุคคลเดียวกับเจ้าของข้อมูลที่ใช้แสดงตนจริง
แนวทางแรก คือ การตรวจสอบหลักฐานแสดงตนและความเชื่อมโยงระหว่างผู้กระทำการโฆษณากับหลักฐานดังกล่าว เช่น การเปรียบเทียบภาพใบหน้าของผู้กระทำการโฆษณากับภาพที่ปรากฏในหลักฐานแสดงตน เพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกัน โดยหลักฐานแสดงตนต้องออกโดยหน่วยงานของรัฐ และต้องสามารถตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือได้
แนวทางที่สอง คือ การพิสูจน์ตัวตนผ่านระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล โดยระบบดังกล่าวต้องมีระดับความน่าเชื่อถือของการพิสูจน์ตัวตนไม่ต่ำกว่าระดับที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ประกาศกำหนด
มาตรการดังกล่าวเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และกำหนดให้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 180 วันนับจากวันประกาศ หรือตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป





