thansettakij
thansettakij
'ศุภจี' เคาะกรอบใช้เงิน คชก. 2 พันล้านบาท รับมือเอลนีโญปี 70

'ศุภจี' เคาะกรอบใช้เงิน คชก. 2 พันล้านบาท รับมือเอลนีโญปี 70

28 ส.ค. 69 | 08:55 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ส.ค. 69 | 09:01 น.

'ศุภจี' นั่งหัวโต๊ะ คชก. เคาะกรอบกองทุนช่วยเหลือเกษตรกรปี 2570 วงเงิน 2,000 ล้านบาท เดินหน้า 6 มาตรการ ดูแลตั้งแต่การผลิตถึงการตลาด พร้อมรับมือเอลนีโญ-ราคาสินค้าเกษตรผันผวน

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) อนุมัติกรอบวงเงิน 2,000 ล้านบาท สำหรับปีงบประมาณ 2570 เพื่อเตรียมรับมือผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ
  • งบประมาณดังกล่าวจะใช้ดำเนินงาน 6 มาตรการ ครอบคลุมทั้งด้านการตลาดเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา และด้านการผลิตเพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร
  • มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเชิงรุกให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ นำเสนอแนวทางสำคัญในการเตรียมความพร้อมดูแลเกษตรกรในปีงบประมาณ 2570

นางศุภจี เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการกำหนดกรอบการใช้เงินกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และกำหนดราคาเป้าหมายนำสินค้าเกษตรในปี 2570 โดยคำนึงถึงการใช้งบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร

ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องไปถึงปี 2570 ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร

ดังนั้น ภาครัฐจึงจำเป็นต้องเตรียมมาตรการรองรับไว้ล่วงหน้า ทั้งด้านการผลิต การบริหารจัดการผลผลิต การตลาด และการรักษาเสถียรภาพราคา เพื่อให้สามารถเข้าให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์

นางศุภจี กล่าวต่อว่า ที่ประชุมเห็นชอบกรอบการดำเนินงานกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท รองรับการดำเนินงาน 6 มาตรการ ทั้งด้านการตลาด เพื่อรักษาเสถียรภาพและยกระดับราคาสินค้าเกษตร และด้านการผลิต เพื่อพัฒนาโครงสร้างการผลิตและปรับปรุงคุณภาพสินค้า ครอบคลุมสินค้าเกษตรหลายกลุ่ม ได้แก่ พืชไร่ พืชน้ำมัน ผลไม้ พืชหัว ปศุสัตว์ ประมง เกลือทะเล ดอกไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ ปัจจัยการผลิต

รวมถึงกลุ่มสินค้าจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้ภาครัฐมีเครื่องมือพร้อมรับมือกับสถานการณ์สินค้าเกษตร และสามารถเข้าให้การดูแลเกษตรกรได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที

“ขอให้กองทุนรวมฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานเชิงรุก พร้อมประสานการช่วยเหลือให้ทันต่อสถานการณ์ และให้ความสำคัญกับการติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกโครงการเกิดผลเป็นรูปธรรม และเกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง โดยการดำเนินมาตรการต้องมุ่งตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของเกษตรกรอย่างตรงจุด” นางศุภจี กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการ คชก. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาทบทวนการกำหนดราคาเป้าหมายนำให้มีความเหมาะสม เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตร และประกอบการพิจารณาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรด้านการตลาด

รวมทั้งให้พิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านทั้งสถานการณ์การผลิต การตลาด ต้นทุน และภาวะราคา เพื่อให้การดำเนินมาตรการสอดคล้องกับสถานการณ์จริงและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร 

นางศุภจี กล่าวว่า การวางกรอบการดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมเชิงรุกสำหรับปี 2570 โดยมุ่งให้การดูแลเกษตรกรไม่เพียงรองรับสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่ยังช่วยเสริมความเข้มแข็งตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร และนำไปสู่รายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนของเกษตรกรในระยะยาว