thansettakij
thansettakij
เปิดผลงาน 90 วัน พาณิชย์ "ศุภจี” ชูภารกิจ 7 ก้าว ลุย FTA-ม.301 ดันส่งออกโต 2 หลัก

เปิดผลงาน 90 วัน พาณิชย์ "ศุภจี” ชูภารกิจ 7 ก้าว ลุย FTA-ม.301 ดันส่งออกโต 2 หลัก

24 ส.ค. 69 | 08:22 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ส.ค. 69 | 08:26 น.

“ศุภจี” แถลงผลงาน 90 วัน กางภารกิจ 7 ก้าว เร่งปิดดีลเจรจาการค้า ดันส่งออกโต 2 หลัก พยุงราคาสินค้าเกษตร ปราบนอมินี ดูแล SMEs และค่าครองชีพ

KEY

POINTS

  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว. พาณิชย์ แถลงผลงานในรอบ 90 วัน พร้อมประกาศเดินหน้าภารกิจ "7 ก้าว" เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
  • เร่งรัดการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะข้อตกลง FTA และประเด็นมาตรา 301 กับสหรัฐฯ เพื่อลดความไม่แน่นอนทางธุรกิจ
  • ตั้งเป้าหมายผลักดันการส่งออกให้เติบโตในระดับ 2 หลัก หรือขยายตัวอย่างน้อย 8-10% ให้มีมูลค่ามากกว่า 12 ล้านล้านบาท
  • ให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นผลงานที่โดดเด่นที่สุด ควบคู่กับการดูแลค่าครองชีพและปราบปรามนอมินี

กาง 7 ภารกิจ เดินหน้าแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึง ผลการดำเนินงาน 90 วันของกระทรวงพาณิชย์ว่า แนวทางการทำงานในระยะต่อไปจะเน้นการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และเกษตรกร รวมถึงขับเคลื่อนการแก้ปัญหาล่วงหน้าในเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่รอให้ปัญหาเกิดแล้วจึงเข้าไปแก้ไข ผ่านภารกิจ “7 ก้าว” ที่กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าต่อ 

เร่งปิดดีล FTA-ART-301- ดันส่งออกโต 2 หลัก

ภารกิจที่ 1 การเจรจาการค้า ซึ่งถือว่าเป็นภากิจสำคัญที่สุดคือการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ทั้ง FTA ความตกลง ART และมาตรา 301 ซึ่งต้องเร่งทำให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว เพื่อลดความไม่แน่นอนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะประเด็นการค้ากับสหรัฐ

ปัจจุบันแม้สินค้าไทยที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐจะมีส่วนที่ได้รับการยกเว้นแล้วประมาณ 72% แต่กระทรวงยังตั้งใจเร่งปิดประเด็นเจรจาให้เร็วและได้ผลดีที่สุด โดยยึดสิทธิประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก

ภารกิจที่ 2 การผลักดันการส่งออกให้เติบโตระดับ 2 หลัก โดยปัจจุบันมูลค่าส่งออกอยู่ที่ประมาณ 6.2-6.3 ล้านล้านบาท และหากทั้งปีแตะระดับมากกว่า 12 ล้านล้านบาท ก็มีโอกาสเห็นการขยายตัวอย่างน้อยประมาณ 8-10% แม้ยังต้องเผชิญปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ทั้งการขนส่ง ราคาพลังงาน และสถานการณ์ความขัดแย้ง

ชูผลงาน “เกษตร” เด่นสุด - เร่งเครื่อง SMEs

ภารกิจที่ 3 การรักษาเสถียรภาพสินค้าราคาเกษตร โดยกระทรวงจะเดินหน้ารักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน และยางพารา รวมถึงบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ หลังมีการดูดซับทุเรียนและมังคุดจากภาคใต้ขึ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 200,000-300,000 ตัน เพื่อพยุงราคาและปิดฤดูผลไม้ใต้ให้ดีที่สุด

เมื่อถูกถามว่าพอใจผลงานด้านใดมากที่สุด นางศุภจีระบุว่า “เกษตร” เพราะเห็นผลที่เกิดขึ้นจริง และเป็นเรื่องที่กระทรวงลงรายละเอียดและดำเนินการจำนวนมาก แม้จะถูกวิจารณ์ แต่จะยังเดินหน้าต่อ เนื่องจากมองว่าการลงมือแก้ปัญหาให้ราคาและรายได้เกษตรกรดีขึ้นมีความสำคัญกว่า

ขณะที่กรณีข้าว กระทรวงมีมาตรการออกมาแล้ว 5 มาตรการ ครอบคลุมสินเชื่อเพื่อชะลอการขาย การสนับสนุนเกษตรกรและโรงสี การดูดซับผลผลิตประมาณ 3 ล้านตัน รวมถึงโครงการข้าวประณีตและการใช้เทคโนโลยีติดตามจุดที่ราคายังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่

ด้าน SMEs กระทรวงพาณิชย์จะเร่งผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้าถึงโอกาสใหม่มากขึ้น เนื่องจาก SMEs มีบทบาทสูงต่อการจ้างงาน ขณะที่การช่วยเหลือในระยะที่ผ่านมาแม้มีผลแล้ว แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงผู้ประกอบการทั้งหมดได้ และต้องเดินหน้าต่อเนื่อง

ลุยปราบนอมินี-ดันเศรษฐกิจฐานราก

ภารกิจที่ 4 การปราบปรามนอมินี ยืนยันว่าจะเพิ่มความเข้มข้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีการบูรณาการร่วมกันแล้ว 23 หน่วยงาน และลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว 46 จังหวัด พร้อมเดินหน้าต่อเนื่อง เนื่องจากปัญหามีความซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือหลายหน่วยงาน

ภารกิจที่ 5 จะขับเคลื่อน 4 คณะทำงานภายใต้กรอบการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจผู้มาเยือน เกษตรและอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร ตลอดจนเศรษฐกิจชุมชน โดยจะเน้นการแก้ปัญหาและการสร้างผลลัพธ์ มากกว่าการเพิ่มนโยบายใหม่เพียงอย่างเดียว

ภารกิจที่ 6 การดูแลค่าครองชีพ กระทรวงจะเดินหน้าจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 ดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 1.21% ซึ่งกระทรวงมองว่าเป็นตัวชี้วัดหนึ่งของผลการดูแลค่าครองชีพ แต่ยังเป็นงานที่ต้องทำต่อเนื่อง

นางศุภจี กล่าวว่า การควบคุมราคาสินค้าบางประเภทมีข้อจำกัด เพราะต้นทุนไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงพาณิชย์ทั้งหมด เช่น ค่าเช่า ค่าแรง ค่าน้ำ ค่าไฟ และพลังงาน โดยกระทรวงคือดูแลส่วนที่อยู่ในอำนาจและสร้างทางเลือกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัดได้ 

“ถามว่าทำได้หมดทุกเรื่องหรือยัง ยังทำไม่ได้หมดทุกเรื่อง เพราะปัญหาที่มีไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน แต่สะสมมานาน สิ่งที่เราทำคือพยายามรับมือกับปัญหาด้วยท่วงท่าใหม่ ๆ และทำงานบูรณาการมากขึ้น” นางศุภจีกล่าว

ภารกิจที่ 7 การปลดล็อกอุปสรรคในการทำงาน โดยนางศุภจีย้ำว่า 7 ภารกิจในระยะต่อไปไม่สามารถเทน้ำหนักไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ เพราะทุกเรื่องมีความสำคัญและต้องดำเนินควบคู่กัน พร้อมระบุว่า กระทรวงจะยังเดินหน้าทำงานเชิงรุกและบูรณาการทั้งภายใน ภายนอก และกับภาคเอกชนต่อไป