thansettakij
thansettakij
"ศุภจี" ลุยสุวรรณภูมิ "ขยาย Auto Gate" 31 สัญชาติ แก้แออัด เริ่มสิ้นเดือนนี้

"ศุภจี" ตรวจสุวรรณภูมิ ลุยขยาย Auto Gate 31 สัญชาติ แก้แออัด

17 ส.ค. 69 | 10:41 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ส.ค. 69 | 10:53 น.

รองนายกฯศุภจี สุธรรมพันธุ์ ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ สั่งแก้แออัดช่วงพีค เพิ่ม Auto Gate 31 สัญชาติใหม่ ดันสัดส่วนผู้โดยสารผ่านช่องอัตโนมัติแตะ 53% พร้อมเตือนภัย TDAC ปลอม

KEY

POINTS

  • ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเตรียมแก้ปัญหาความแออัด โดยขยายการใช้งานช่องตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติ (Auto Gate) สำหรับผู้โดยสารขาเข้า
  • สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเห็นชอบในหลักการให้เพิ่มสิทธิ์การใช้ Auto Gate แก่ผู้โดยสารอีก 31 สัญชาติ โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านความมั่นคงและสถิติต่างๆ
  • มาตรการดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนผู้โดยสารที่ผ่าน Auto Gate เป็นประมาณ 53% ของผู้โดยสารขาเข้าทั้งหมด

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 หารือแนวทางยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยว ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางถึงประเทศไทย

รองโฆษกฯ ระบุว่า รัฐบาลมองการเดินทางและท่องเที่ยวเป็นห่วงโซ่เศรษฐกิจ ที่เชื่อมโยงตั้งแต่สายการบิน สนามบิน โรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงธุรกิจค้าปลีก จึงต้องดูแลทุกจุดสัมผัสของนักเดินทางอย่างเป็นระบบ

เปิดตัวเลขความแออัดช่วงพีค

ข้อมูลจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพบว่า ช่วงไฮซีซั่นมีผู้โดยสารสูงสุดเฉลี่ยราว 190,000 คนต่อวัน ส่วนช่วงโลว์ซีซั่นอยู่ที่ 140,000–150,000 คนต่อวัน โดยผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศมีประมาณ 70,000 คนต่อวัน และในช่วงเวลาเร่งด่วน 13.00–17.00 น. อาจมีผู้โดยสารเข้าสู่จุดตรวจคนเข้าเมืองสูงถึง 5,000–6,000 คนต่อชั่วโมง

สั่งบริหารพื้นที่ตรวจคนเข้าเมือง 3 โซน

มาตรการเร่งด่วนแรกคือการเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่ตรวจคนเข้าเมืองทั้ง 3 โซน โดยกระจายผู้โดยสารไปยังจุดที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า ใช้พื้นที่โถงส่วนกลางช่วยระบายคน พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินหนาแน่น

รองนายกฯ ศุภจี ประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้อง ถกแผนขยาย Auto Gate สุวรรณภูมิ แก้ปัญหาความแออัดนักท่องเที่ยว

ไฮไลต์ ขยาย Auto Gate เพิ่ม 31 สัญชาติ

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเห็นชอบในหลักการเพิ่มสิทธิ์ใช้ Auto Gate อีก 31 สัญชาติ จากกลุ่มเดิมที่ใช้บริการได้อยู่แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนลงนาม คาดเริ่มดำเนินการได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569

การคัดเลือกสัญชาติที่จะได้สิทธิ์เพิ่ม พิจารณาจากสถิติการปฏิเสธเข้าเมือง ดัชนี Henley Passport Index รวมถึงปัจจัยด้านกฎหมายและความมั่นคง โดยคาดว่าจะเพิ่มกลุ่มผู้โดยสารที่มีสิทธิ์ใช้ Auto Gate ได้ราว 6.5 ล้านคน บวกกับผู้ถือวีซ่าระยะยาวบางกลุ่มอีกราว 900,000 คน

หากระบบเดินเครื่องเต็มรูปแบบ คาดว่าสัดส่วนผู้โดยสารขาเข้าที่ผ่าน Auto Gate จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 53% ส่วนอีก 47% ยังคงผ่านการตรวจจากเจ้าหน้าที่ตามปกติ ทั้งนี้จะทยอยเปิดใช้ตามความพร้อมของอุปกรณ์ ระบบความปลอดภัย และข้อมูลชีวมิติ โดยผู้ที่เคยเดินทางเข้าไทยและมีข้อมูลในระบบแล้วอาจได้ใช้ช่องอัตโนมัติก่อน ส่วนผู้เดินทางครั้งแรกยังต้องผ่านการเก็บข้อมูลชีวมิติตามขั้นตอน

นางสาวลลิดา กล่าวว่า เป้าหมายไม่ใช่แค่ทำให้คิวสั้นลง แต่ต้องการให้ประสบการณ์ตั้งแต่ก้าวลงจากเครื่องบินเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยมาตรฐานความมั่นคงและการตรวจสอบบุคคลกลุ่มเสี่ยงยังคงเข้มงวดเช่นเดิม

เตือนภัย TDAC ปลอม ย้ำกรอกฟรีผ่านช่องทางทางการเท่านั้น

อีกประเด็นที่ที่ประชุมให้ความสำคัญคือปัญหาการกรอก Thailand Digital Arrival Card (TDAC) หลังพบนักท่องเที่ยวบางส่วนค้นหาผ่านเครื่องมือค้นหาแล้วหลงเข้าเว็บไซต์ที่ไม่ใช่ช่องทางทางการ ซึ่งบางแห่งเรียกเก็บค่าบริการ และอาจเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง

รัฐบาลจึงเตรียมเร่งประชาสัมพันธ์ช่องทางทางการและ QR Code ที่ถูกต้อง พร้อมประสานสายการบินแจ้งเตือนผู้โดยสารตั้งแต่ก่อนเดินทาง โดยย้ำชัดว่า การยื่น TDAC ผ่านระบบทางการ ไม่มีค่าธรรมเนียม ใด ๆ ทั้งสิ้น

แผนระยะยาว เพิ่มพื้นที่รองรับผู้โดยสาร

นอกจากมาตรการเร่งด่วน ที่ประชุมยังหารือการเพิ่มพื้นที่พักคอยสำหรับผู้โดยสารที่มาถึงล่วงหน้า พื้นที่รองรับผู้โดยสารต่อเครื่อง และแนวทางพัฒนาพื้นที่ระยะยาว เพื่อรองรับการเติบโตของผู้โดยสารและเศรษฐกิจการบินในอนาคต

นางศุภจี ระบุปิดท้ายว่า ประเด็นที่แก้ไขได้ทันทีจะเร่งประสานหน่วยงานให้ดำเนินการ ส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน หรือการลงทุนระยะยาว จะนำไปวางกรอบในระดับรัฐบาลต่อไป โดยตั้งเป้าให้สุวรรณภูมิเป็นประตูประเทศที่สร้างความประทับใจและหนุนขีดความสามารถแข่งขันด้านท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

 

ที่มา - www.thaigov.go.th